กลายเป็นอีกหนึ่งคดีทุจริตครั้งใหญ่ ในแวดวงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พลันที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ภายใต้หน่วยตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สืบค้นและขยายผล ก่อนบุกจับกุม “ขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น”
วานนี้ (23 มิ.ย.) พัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมด้วย เนติพล ชุมยวง ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ พ.ต.อ.ทีนัฐกรณ์ วัฒนแสงประเสริฐ รอง ผบก.ปปป. และ พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก.2 บก.ปปป. ร่วมกันแถลงข่าวกรณีตรวจยึดพยานหลักฐานและจับกุมขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น
โดยเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา เวลา 17.45 น. สุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้พัฒนพงศ์ และคณะ นำหมายค้น ศาลจังหวัดนนทบุรีที่ ค.618/2569 ลงวันที่ 22 มิ.ย. 2569 ทำการตรวจค้น บริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
เพื่อพบและยึดสิ่งของ เพื่อค้นหากระดาษคำตอบที่ใช้ในการกระทำความผิดและเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง เพื่อเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ ดำเนินการทำสำเนา และตรวจสอบข้อมูลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และข้อมูลสื่อสังคมออนไลน์ และตรวจยึดและเข้าถึงข้อมูลในเครื่องมือสื่อสาร ตามประเด็นกล่าวหาร้องเรียนขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น พ.ศ. 2568
จากการตรวจค้นพบบุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุจำนวนกว่า 10 คน ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ กำลังดำเนินการแก้ไขสำเนากระดาษคำตอบในระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้เข้าสอบที่ชำระเงินเพื่อแลกกับการบรรจุเข้าเป็นข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ให้สอบได้ โดยวิธีการทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คะแนนในกระดาษคำตอบตรงกับคะแนนที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นประกาศในเว็บไซต์ไปก่อนหน้านี้แล้ว อันเป็นวิธีการทุจริตในการแก้ไขคะแนนสอบอันเป็นเท็จ
เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นและยึดสำเนากระดาษคำตอบและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือสื่อสารของบุคคลที่อยู่ในบริษัทดังกล่าว และเชิญบุคคลดังกล่าวมาให้ถ้อยคำต่อพนักงานไต่สวน ประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องกล่าวหาร้องเรียนดังกล่าวต่อไป
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้นำแนวทางปฏิบัติตรวจค้นมาใช้ เป็นมิติใหม่และก้าวสำคัญของสำนักงาน ป.ป.ช. ในการตรวจค้นเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในชั้นการดำเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกับพนักงานไต่สวน พนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและวิเคราะห์พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป. ทำให้สามารถเข้าถึงพยานหลักฐานและตรวจยึดหลักฐานขณะเกิดเหตุได้อย่างทันท่วงที เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาตรวจสอบไต่สวนเชิงรุก
สำหรับการทำงานครั้งนี้ เกิดร่วมกันกับ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. ได้สั่งการให้กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำโดย พ.ต.อ.วนัสชัย ยิ่งยงสมสวัสดิ์ ผกก.2 บก.ปปป. พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก.2 และ พ.ต.ท.ประดิษฐ์ สีฟอง สว.กก.2 ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ ค.618/2569 ลงวันที่ 22 มิ.ย. 2569 เข้าทำการตรวจค้นบริษัทข้างต้น
จนนำมาสู่การจับกุมนี้สืบเนื่องมาจาก มีการร้องเรียนพร้อมหลักฐานและคลิปเสียงระบุว่า มีกลุ่มบุคคลและติวเตอร์บางกลุ่ม แอบอ้างว่ามี “เส้นสายภายใน” สามารถช่วยเหลือผู้สมัครสอบให้ผ่านการคัดเลือกและเข้ารับราชการท้องถิ่นได้ โดยขบวนการนี้จะเรียกรับเงินตั้งแต่ 350,000 บาท สำหรับตำแหน่งทั่วไป และพุ่งสูงถึง 700,000 - 800,000 บาท ในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง
สำหรับการสอบดังกล่าว เป็นการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ปี 2568 (ประกาศเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2568) ซึ่งเปิดรับสมัครทั้งหมด 87 ตำแหน่ง รวมทั้งสิ้น 6,669 อัตรา
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า บ้านพักใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ดังกล่าว ถูกใช้เป็นสถานที่สำหรับ “แก้ไขกระดาษคำตอบ” เพื่อปรับคะแนนให้ตรงกับรายชื่อของผู้ที่ยอมจ่ายเงิน โดยมีผู้ต้องสงสัยคนสำคัญคือ ผู้อำนวยการ เทศบาลแห่งหนึ่งจ.เพชรบูรณ์ เป็นผู้จัดเก็บและซุกซ่อนกระดาษคำตอบไว้ที่สถานที่แห่งนี้ จากการนำกำลังเข้าตรวจค้นอย่างละเอียด เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญที่ใช้ในการกระทำความผิดจำนวนมาก ประกอบด้วย
1.คอมพิวเตอร์และซีพียู (CPU) จำนวน 18 ชุด ที่ใช้ในการแก้ไขกระดาษคำตอบ 2.อุปกรณ์บันทึกข้อมูล (External Hard Drive/ข้อมูลดิจิทัล) บรรจุข้อมูลกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบจากทั่วประเทศ 3.บัญชีรายชื่อผู้เข้าสอบจากทั่วประเทศที่ขบวนการนี้ต้องดำเนินการแก้ไขคะแนนเพื่อให้สอบผ่าน 4.สำเนากระดาษคำตอบของการสอบเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2568 ของผู้เข้าสอบประมาณ 3,000 ราย โดยตรวจสอบพบว่ามีการแก้ไขคะแนนเสร็จสิ้นไปแล้วประมาณ 2,000 ราย
จากการประเมินเบื้องต้น ขบวนการทุจริตสอบครั้งใหญ่นี้สร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 4,500,000,000 บาท (สี่พันห้าร้อยล้านบาท)
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและ ป.ป.ช. ได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน และดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการรายอื่น รวมถึงข้าราชการและผู้เข้าสอบที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตครั้งใหญ่ในครั้งนี้ต่อไป
การบุกจับกุมดังกล่าว เสมือนการ “ฉีกหน้า” รัฐบาล และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี พ่วงเก้าอี้ รมว.มหาดไทย (มท.1) อย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้เจ้าตัวจะโยนว่า เป็นเรื่องของปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ตาม
ล่าสุด บ่ายวานนี้ (23 มิ.ย.) อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 1563/2569 “เด้งฟ้าผ่า” ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พ้นเก้าอี้ไปปฏิบัติหน้าที่ตามที่ปลัดกระทรวงฯมอบหมาย ตั้งแต่วันนี้ (24 มิ.ย.) เป็นต้นไป
นับเป็นอีกหนึ่งการล้างบางขบวนการโกงสอบท้องถิ่นครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งในรอบหลายปี หลังจากเคยเกิดกรณีการทุจริตสอบหลักสูตรนายอำเภอเมื่อปี 2552 ที่เอาผิดอธิบดีกรมการปกครอง และถูกศาลสั่งจำคุกไปแล้ว รวมถึงการทุจริตสอบเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นใน จ.มหาสารคาม เมื่อปี 2557 ปัจจุบันมีบุคคลที่เกี่ยวข้องถูกจำคุกหลายร้อยคน โทษมากสุดนับร้อยปี และลามขยายการตรวจสอบไปอีกหลายสิบจังหวัดทั่วไทย


