วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2569

Login
Login

จุดพลิกกระดาน ‘ฮั้ว สว.’ - กกต.ยกคำพิพากษา 'พกโพยไม่ผิด'

คลิปร้อน 1 ใน 7 กกต. เดินเก็บโพย และเตือนผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา ในการ เลือก สว. เมื่อ 26 มิ.ย.2567 กำลังจะเป็นอีกหลักฐานหนึ่ง ทำให้สะเทือนต่อการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระอย่าง กกต.อีกครั้ง ท่ามกลางกระแสโจมตีถาโถมใส่ กกต. กำลังมีปฏิบัติการถ่วงเวลาใน คดีฮั้ว สว. และใช้เทคนิคข้อกฎหมายเพื่อให้ตัวเองพ้นบ่วงคดีดังกล่าว

มหากาพย์คดี ฮั้ว สว. ที่กำลังอยู่ในการพิจารณาของ กกต.นั้น มีทั้งข่าวลือข่าวปล่อยจากทุกทิศทุกทาง ว่าปลายทาง ท้ายที่สุดมติของ กกต.อาจจบไม่สวย อย่างที่หลายฝ่ายอยากให้เป็น

มีการคาดการณ์ และข่าวต่างๆ เล็ดลอดออกมาว่า กกต.ชุดใหญ่จะไม่มีการเอาผิดใครเกิดขึ้น และน่าจะยึดตามมติคณะกรรมการสืบสวน ชุดที่ 36

จุดพลิกกระดาน ‘ฮั้ว สว.’ - กกต.ยกคำพิพากษา 'พกโพยไม่ผิด'

เดิมที มหากาพย์คดีฮั้ว สว.นั้น คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะกรรมการร่วมกันระหว่าง กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน สรุปผลสอบกรณีการฮั้วเลือก สว.ปี 2567 โดยมีมติส่งเรื่องให้ กกต.ดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งสิ้น 229 คน

ทว่าต่อมา คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ของ กกต. กลับมีมติสวนทางคณะสืบสวนฯ ชุดที่ 26 โดยมีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่า ข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. จำนวน 229 คน ไม่มีมูลความผิด เป่าคดีไม่ให้ไปถึงศาล โดยทำความเห็นเสนอต่อ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา

กระทั่ง “ฐิติเชฏฐ์ นุชนาถ” 1 ใน 7 อรหันต์ กกต.ได้ออกมาอธิบายความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากการเดินเก็บโพยในคลิปร้อน โดยยกคำตัดสิน เป็นคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

จุดพลิกกระดาน ‘ฮั้ว สว.’ - กกต.ยกคำพิพากษา 'พกโพยไม่ผิด'

โดยคำพิพากษาดังกล่าว คือ คดีหมายเลขแดง ที่ อท 13/2568 ลงวันที่ 28 ม.ค. 2568 ซึ่งมีผู้สมัครยื่นฟ้อง 7 กกต. และ “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต.

คำพิพากษาดังกล่าวได้ชี้ว่า การนำโพย หรือเอกสารที่มีการจดหมายเลขของผู้สมัครอื่น เข้าไปในสถานที่เลือกตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ.2561 มิได้มีข้อห้ามไว้โดยตรง จึงเห็นได้ว่ากฎหมายไม่ได้กำหนดว่า การนำเอกสารรวมทั้งเอกสารที่จดหมายเลขผู้สมัครอื่นเข้าไปในเขตเลือกตั้ง เป็นความผิดในตัวเอง เมื่อไม่มีกฎหมายกำหนดห้ามหรือกำหนดเป็นความผิดไว้ ผู้สมัครย่อมมีสิทธินำเอกสารใดเข้าไปในสถานที่เลือกได้

หากดูบรรทัดฐานดังกล่าว และเทียบกับกรณีที่มีการนำเอกสาร หรือโพยเข้าสถานที่เลือก สว.แล้ว จะทำให้ กกต.เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่นั้น เวลาต่อมา แม้จะมีคลิปปรากฎ “ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ” 1 ใน 7 กกต. เข้าไปทักท้วงการนำเอกสารที่อาจเป็นโพยทักท้วงต่อผู้สมัครรายหนึ่ง

หลังจากเหตุการณ์ “ฐิติเชฏฐ์” เข้าไปเดินเก็บโพย สว.แล้ว ทำให้ กกต.รายนี้ จึงเข้าไปเสนอขอมติที่ประชุม กกต.ให้ทบทวนมติ โดยขอมติที่ประชุม ห้ามนำโพย ไปเลือก สว.ระดับประเทศ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ทำให้เวลาต่อมา มีการยึดโพยกันเป็นว่าเล่น

ผลลัพธ์ดังกล่าว จึงสัมฤทธิ์ผล เป็นเกราะป้องกัน กกต.ว่าไม่ได้มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เกิดขึ้น จึงเป็นที่มาของคดีหมายเลขแดงที่ อท 13/2568 ซึ่งคำพิพากษานี้เคยคำพิพากษายกฟ้อง 7 กกต.

ขณะที่ประเด็นการนำโพยไปเลือก สว.ผิดกฎหมายหรือไม่ คำพิพากษาชี้ว่า กกต.มีหน้าที่ควบคุม เลือก สว.ให้สุจริต และเที่ยงธรรม 

ส่วนเงื่อนไขการใช้อำนาจก่อนที่ กกต.จะออกคำสั่งที่กระทบสิทธิผู้สมัคร หรือมีเหตุอันควรสงสัยจึงออกคำสั่งได้ และ กกต.ไม่สามารถใช้อำนาจลอยๆ ต้องเป็นไปตามกฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น

ส่วนการที่ผู้สมัครนำเอกสาร หรือโพยเข้าไปสถานที่เลือก สว.จะกระทำได้หรือไม่นั้น เรื่องนี้ กกต.เคยออกระเบียบ กกต.การเลือก สว. 2567 ข้อ 7 วรรคสอง ให้นำโพยเข้าไปในสถานที่เลือก สว.ได้ ให้นำเอกสารแนะนำตัวเข้าไปได้ ซึ่ง กกต.ได้อ้างข้อระเบียบดังกล่าว ดังนั้น ผู้สมัครจึงย่อมนำเอกสารใดเข้าไปในสถานที่เลือก สว.ได้ แต่ กกต.จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งห้ามไม่ได้

แม้คดีดังกล่าว กกต.จะยึดคำพิพากษาของศาลมาเป็นเกราะป้องกันการทำหน้าที่ของตัวเอง แต่คดีหมายเลขแดง 53/2568 เกี่ยวกับการเลือก สว. ซึ่งมีผู้สมัคร 2 ราย ขอคะแนนกันผ่านแอปพลิเคชันไลน์ และเวลาต่อมาศาลตัดสินว่า เป็นการเลือก สว.ไม่สุจริต ทำให้ต้องเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

ในจังหวะและสถานการณ์ที่ไม่เป็นใจกับ กกต.เวลานี้ ต้องเผชิญการถูกข้อครหา และโจมตีจากหลายทิศทาง ว่าเป็นเพียงการใช้เทคนิคในการถ่วงยื้อคดีฮั้ว สว.เท่านั้น

โดยเฉพาะ การใช้แนวทาง ประชุมทุกวันจันทร์ เพื่อพิจารณาสำนวนคดีดังกล่าว อาจถูกมองว่า เป็นการต่อเวลา เพื่อให้สถานการณ์ลดความรุนแรงลงเท่านั้น

จุดพลิกกระดาน ‘ฮั้ว สว.’ - กกต.ยกคำพิพากษา 'พกโพยไม่ผิด'

หากดูไทม์ไลน์ คาดว่าการพิจารณาคดีจะเสร็จสิ้นได้ในเดือน ส.ค.2569 โดยที่ผลสรุปของคดี อาจจบไม่สวย หรือเป่าคดีไม่ให้ไปต่อถึงศาล

ขณะที่สัปดาห์ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านยังคงเดินหน้ารุกตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต.อย่างหนัก โดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เกาะติดตรวจสอบการถ่วงคดีฮั้ว สว.หลังประชุมกรรรมาธิการองค์กอิสระฯ ร่วมกับผู้แทนของ กกต. โดยเคาะ 9 ประเด็นสำคัญ

1 ใน 9 ประเด็นร้อนที่ตั้งข้อสังเกตไว้ “ไอติม พริษฐ์” ได้ยกข้อพิรุธของการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนฯ ชุดที่ 36 ว่า เป็นกรณีเฉพาะรายชื่ออนุกรรมการ 7 คน ของคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ไม่ได้มีแค่คนที่เป็นอนุกรรมการอยู่ใน 35 ชุด ที่ถูกจิ้มมาอยู่ในชุดที่ 36 แต่ยังมี “คนนอก” ที่ไม่ได้ทำงานอยู่ใน 35 ชุด และถูกดึงมาอยู่ในชุดที่ 36 โดยเฉพาะ

ขณะที่หลักฐานในคลิปที่ “พริษฐ์” ได้นำมาเผยแพร่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. “ฐิติเชฏฐ์” และการเก็บเอกสารจาก สว.นั้น ปรากฏว่า ตัวแทนกกต.เลือกที่จะไม่ตอบคำถามว่า หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคลิปดังกล่าวอยู่ในสำนวนที่ กกต. กำลังพิจารณาอยู่หรือไม่

จุดพลิกกระดาน ‘ฮั้ว สว.’ - กกต.ยกคำพิพากษา 'พกโพยไม่ผิด'

ส่วนการเผยแพร่คลิปจากวันเลือก สว. ทางตัวแทน กกต. ยืนยันว่า กกต. มีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.ป. เลือก สว. ในการบันทึกคลิปการเลือก สว. ในทุกระดับอยู่แล้ว และยังให้ข้อมูลที่น่าสนใจ ว่าในบางกรณีในอดีตที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ทาง กกต. เคยมีการเผยแพร่บางส่วนของคลิปดังกล่าว เพื่อให้เกิดความชัดเจนกับสังคม

หลังจากนี้ กกต. จะต้องมีมติภายใน 90 วัน หลังจากการพิจารณานัดแรก โดยจะครบ 90 วันช่วงเดือน ก.ย. 2569 ว่าจะสั่งฟ้องใครบ้าง ยกคำร้องใครบ้าง

เรื่องร้อนนี้ทำให้ “พริษฐ์” คาดการณ์ทิศทางของคดีว่า สิ่งที่น่ากังวลคือ หากมีการยกคำร้องคดีฮั้ว สว. หากยกคำร้องใคร เอกสารที่ กกต.ยืนยันกับกรรมาธิการ ว่าจะเผยแพร่ต่อสาธารณะ จะมีเพียง“คำวินิจฉัย” ถึงเหตุผลในการยกคำร้องบุคคลดังกล่าว และอาจเป็นเพียงคำอธิบายสั้นๆ 3-4 ย่อหน้า ว่า “พยานหลักฐานไม่เพียงพอ”เท่านั้น โดยไม่มีการเผยแพร่ผลการตรวจสอบ หรือข้อเท็จจริงในคดีโดยละเอียดต่อสังคม

นอกจากคดีโพยฮั้วสว.แล้ว ยังมีคดีที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ มหากาพย์การเลือก สว.ที่เกี่ยวพันไปถึงเรื่องเส้นทางการเงินเกี่ยวพันกับคดีอาญา อั้งยี่-ฟอกเงิน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รับเป็นคดีพิเศษที่ 24/2568 ซึ่งเคยสรุปสำนวนไว้ตอนเลือก สว. 1,200 คน ว่ามีการกระทำที่มีสัญญาต่อกัน ว่าจะจ่ายเงินกัน มีสัญญากับหัวคะแนน และมีพรรคการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก สว.ด้วย

จุดพลิกกระดาน ‘ฮั้ว สว.’ - กกต.ยกคำพิพากษา 'พกโพยไม่ผิด'

หากท้ายที่สุด กกต. มีมติยกคำร้องว่า ทั้ง 229 รายไม่มีความผิดตามกฎหมาย ในประเด็นนี้ย่อมส่งผลต่อข้อพิจารณาในสำนวนคดีของDSI ซึ่งพนักงานสอบสวนจะต้องเน้นหนักไปที่พยานหลักฐาน เกี่ยวกับเส้นทางการเงินเป็นหลัก เพื่อส่งให้อัยการคดีพิเศษตรวจสอบความสมบูรณ์ของสำนวน ในกลุ่มบุคคลทั้ง 7 กลุ่มต่อไป

บทสรุปเส้นทางคดีเลือก สว.  ทั้งคดีฮั้ว และคดีอาญา ล้วนแล้วมีผลถึงความศรัทธาต่อ กกต. และยังเกี่ยวพันถึงความอยู่รอดขององคาพยพสีน้ำเงินเวลานี้ ที่กำลังเผชิญมรสุมรุมเร้าหลายทิศทาง ซึ่งบิ๊กหลังม่านไม่ต้องการให้คดีฮั้ว สว.เป็นจุดล้มจุดตายของรัฐบาลภูมิใจไทย