วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2569

Login
Login

แอ็ก'อนุทิน' KPI ‘รมต.น้ำเงิน’ เค้นผลงาน ย้อนศร ‘ครูใหญ่’

รัฐบาลอนุทิน 2 กำลังจะครบรอบการทำงาน 3 เดือน นับตั้งแต่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา กับหลายปัญหาที่รอการแก้ไข ท่ามกลางความไม่เชื่อมั่นของสังคม กับสไตล์การเมืองแบบภูมิใจไทย ในการขับเคลื่อนโครงการสำคัญที่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน

อนุทิน ชาญวีรกูล” เอง ก็คงรับรู้อารมณ์สังคมเป็นอย่างดีว่า องคาพยพที่ตัวเองถือธงนำ ความนิยมสั่นคลอนและถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง แม้จะเพิ่งเริ่มต้นทำงานใกล้ครบไตรมาสเท่านั้น 

โจทย์ใหญ่ที่สำคัญที่สุด คือการสลัดภาพที่สังคมตีตราว่า เป็นยี่ห้อที่จ้องแต่จะถอนทุนการเมืองให้ได้

กลยุทธ์หนึ่งทางการเมือง คือการสื่อสารแสดงความเป็นผู้นำของอนุทิน กับมาตรการขันน็อตรัฐมนตรีในสัดส่วนภูมิใจไทย เพื่อเค้นผลงานให้เป็นรูปธรรม ถูกใจประชาชน อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่าอนุทิน ไม่ได้ปล่อยตามมีตามเกิด

แม้คำตอบของอนุทิน จะเต็มไปด้วยความไม่ชัดเจนถึงรายละเอียด หรือหลักเกณฑ์ในการประเมินผล ว่าตัวชี้วัดรัฐมนตรีแต่ละคน แต่ละกระทรวงเป็นอย่างไร เพราะเนื้องานกระทรวงพาณิชย์ กับมหาดไทย หรือคลัง บริบทล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

อนุทิน เพียงแต่บอกว่า KPI หรือ Key Performance Indicator นั้นไม่ต้อง ใช้ API หรือ Anutin Performance Indicator หรือ API แทน 

แถมบอกอีกว่า จะดูภาพรวม ไม่เจาะจงเป็นรายบุคคล และไม่ได้กำหนดกรอบระยะ 1 ปี แต่อย่างใด แต่ถ้าใครทำความเสียหายให้กับบ้านเมืองเมื่อไหร่ ก็ต้องพิจารณาโดยทันที

เรื่องการปรับครม. อนุทินจึงตอบได้เต็มปากเต็มคำว่า ตอนนี้ยังไม่คิด ทุกคนทำงานกันได้ด้วยดี ทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ เลยชักไม่แน่ใจว่า เรื่องประเมินผลงานรัฐมนตรี ดูเหมือนแค่ทำขึงขัง สุดท้ายก็เงียบ ไปว่าเรื่องอื่นต่อหรือไม่

ถ้านับโควตารัฐมนตรีในสัดส่วนภูมิใจไทย แบ่งหลักๆ ได้แก่ สายเลือดแท้ เช่น ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี สุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สายตรงศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตเลขาฯพรรค

สายบ้านใหญ่ เช่น พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม นภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ 2 ลูกพี่ลูกน้อง“ไทยเศรษฐ์” ทั้ง ซาบีดา รมว.วัฒนธรรม และเจเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ตัวแทนชาดา ไทยเศรษฐ์ หรือสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถึงวันนี้น่าจะอัปชั้นจากบ้านใหม่เป็นบ้านใหญ่ชลบุรี นั่งแท่นหัวหน้าซุ้มได้เต็มตัว อิทธิพลแผ่ไปหลายจังหวัด นอกนั้นยังรวมถึงซุ้มสุพรรณบุรี เพชรบูรณ์

โควตาบุรีรัมย์ เช่น พ.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม โควตาคนนอก เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ และศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์

ที่สำคัญ โควตาลูกเทพ นำโดย ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ

องค์ประกอบแต่ละสัดส่วนของรัฐมนตรีภูมิใจไทย ปฏิเสธไม่ได้ว่า“บิ๊กบลู”แห่งเขากระโดง มีส่วนกำหนดตัวบุคคลมาตั้งแต่ต้น ไม่เว้นแม้แต่คนนอกมืออาชีพ ดังนั้น หากอนุทิน คิดจะขยับปรับเปลี่ยน ย่อมสะเทือนถึงบุรีรัมย์ ผู้ซึ่งมีอำนาจตัวจริงคนหนึ่งของรัฐบาลนี้

ดังนั้น ถ้าอนุทิน ใจถึงจะประเมินผลงานรัฐมนตรีสายสีน้ำเงิน ต้องย้อนประเมินผลงาน“ครูใหญ่”ด้วย เพราะมีส่วนสำคัญในการจัดทัพ และกำหนดทิศทางมาตั้งแต่ต้น ถ้ารัฐมนตรีผลงานไม่ออก นั่นเท่ากับว่า ป๋าดันแห่งบุรีรัมย์ เลือกคนผิด ใช้คนพลาด งานเลยเป็นอย่างที่เห็น และนายกฯ ก็หนีความรับผิดชอบไม่ได้เช่นกัน

โจทย์สำคัญของรัฐบาลคือ การริเริ่มนโยบาย หรือโครงการที่เป็นไอเดียของตัวเองจริงๆ เช่น ภูมิใจไทยกับกัญชาเสรี ที่คนจดจำทั้งบ้านทั้งเมือง แม้ผลที่ตามมาภายหลังจะสร้างปัญหามากมาย แต่นั่นก็สะท้อนวิธีคิดได้เป็นอย่างดี เดินหน้าโดยมองถึงผลประโยชน์บางอย่าง แต่ลืมคิดถึงผลกระทบอย่างใหญ่หลวงที่เกิดกับสังคม

ท่ามกลางข้อสังเกตว่าหลายแนวทางที่รัฐบาลขับเคลื่อน เป็นการหยิบฉวยนโยบายรัฐบาลก่อนๆ มาต่อยอด ทั้งคนละครึ่ง ที่พลิกแพลงจนเป็นไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการแลนด์บริดจ์ โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC)

หรือแม้แต่แจก AI ให้ประชาชน ก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลนี้“ลอกไอเดีย” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือไม่ เพราะรูปแบบที่กระทรวงดีอี จะทำ คล้ายกับสิ่งทักษิณเคยพูดไว้บนเวทีผ่าทางตันประเทศไทย จัดโดยเนชั่นทีวี เมื่อกลางปี 68

เวลานี้จึงอาจจะยังไม่เห็นว่า นโยบายรัฐบาลที่พยายามผลักดันนำเสนอ เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศครั้งใหญ่ เป็นอย่างไร 

ทั้ง การปฏิรูปพลังงาน ปฏิรูประบบเศรษฐกิจ ระบบภาษี หรืออื่นๆ ส่วนเรื่องการจับโจร ปราบสแกมเมอร์ คงไม่ใช่ผลงานโบว์แดง นั่นคืองานรูทีนของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอยู่แล้ว

อีกอย่างที่สำคัญคือ คาแรคเตอร์ และเจตจำนงทางการเมืองของอนุทิน ภาพลักษณ์ที่โดดเด่น หรือเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้นำคนนี้คืออะไร 

การประกาศจะพาประเทศไทยเข้าสู่สมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) แผนการขั้นตอนเพื่อไปถึงจุดนั้นเป็นอย่างไร คนไทยเองก็ยังเห็นภาพไม่ชัด

นอกจากนั้น สิ่งที่น่าห่วงคือ ปัญหาคอร์รัปชัน ที่เพิ่มต้นทุนให้เอกชน และสร้างภาระมหาศาลให้ SMEs จนมีข้อสังเกตว่า ภูเก็ต และหลายจังหวัดที่ค่าครองชีพสูง เพราะหนีต้นทุนเรื่องส่วยไม่พ้นหรือไม่

วลีอมตะของอนุทิน จะทำให้คนไทย“รวยไม่ไหวแล้ว” ถึงวันนี้ก็ยังไม่ใกล้ความจริง และอาจสวนทางความคาดหวังของผู้คนที่มีต่อรัฐบาล ที่ง่วนอยู่กับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองเป็นกิจวัตร