วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน 2569

Login
Login

ป.ป.ช.อุดช่องยื่นทรัพย์สิน สกัดฟอกขาว ‘พระเครื่อง-งานศิลป์’

 การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่ง ทั้งนักการเมือง ข้าราชการระดับสูง เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐวิสาหกิจ นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในมาตรการป้องกันกันการทุจริต ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ใช้เพื่อตรวจสอบความ “ร่ำรวย” ของบรรดา “บิ๊กเนม” มานานกว่า 20 ปี

ปัจจุบันนอกเหนือจาก “นักเลือกตั้ง” แทบทุกระดับชั้น ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สว.แล้ว ยังมีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น เช่น นายก อบจ. นายก อบต. นายกเทศมนตรี นายกเทศบาล รวมถึงรองนายกฯ และตำแหน่งอื่น ๆ อีกหลายร้อยตำแหน่ง ทั้งระดับอธิบดี รองอธิบดี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ เพื่อเปิดเผยแก่สาธารณชนได้รับทราบ รวมไปถึงตำแหน่งของกรรมการในองค์กรอิสระ และเลขาธิการในองค์กรอิสระด้วย

เงื่อนปมปัญหาหนึ่งที่ถูกมองว่าเป็น “ช่องโหว่” ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินมานาน นั่นคือกรณีผู้ยื่นแจ้งรายการทรัพย์สินอื่น (มูลค่าตั้งแต่ 2 แสนบาทขึ้นไป) ในส่วนของ “พระเครื่อง-งานศิลปะ” ซึ่งไม่มี “ราคากลาง” กำหนดที่ชัดเจน การซื้อขายขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ อาจทำให้ “นักเลือกตั้ง-บิ๊กข้าราชการ” บางคน “หัวใส” ยื่นทรัพย์สินเหล่านี้ และอาจมีการแจ้งแสดงราคาไม่ตรงกับมูลค่าที่แท้จริง

ประเด็นที่น่าสนใจ ที่ผ่านมามี “นักเลือกตั้ง-บิ๊กเนมข้าราชการ” หลายร้อยคน แจ้งถือครอง “พระเครื่อง-งานศิลปะ” ไว้ในบัญชีทรัพย์สิน ราคาตั้งแต่หลักหมื่นบาท ถึงหลักหลายสิบล้านบาทต่อองค์ 

ยกตัวอย่างบุคคลระดับ “อดีตนายกรัฐมนตรี” ของไทย มีหลายคนแจ้งถือครอง “พระเครื่อง” ไว้เคียงคู่บารมี

เงื่อนปมการถือครอง “พระเครื่อง-งานศิลปะ” ของ “นักการเมือง-ข้าราชการ” เคยเกิดปัญหา และถูกตั้งคำถามขึ้นหลายครั้งว่า อาจเป็น “ช่องโหว่” ที่ใช้เพื่อ “ฟอกขาว” หลบเลี่ยงการยักย้ายถ่ายเทสมบัติ หรือได้มาซึ่งทรัพย์สินบางอย่างโดยมิชอบหรือไม่ เพราะบางคนไม่ได้ระบุราคาไว้ แต่เขียนกว้าง ๆ ว่า “ประเมินค่ามิได้”

เรื่องราวเหล่านี้เคยเกิดปัญหาขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ยกตัวอย่าง หลายปีก่อนมี สส.คนหนึ่ง แจ้งบัญชีทรัพย์สินว่ามี “ของขลัง” มูลค่าหลักพันล้านบาท ทั้งที่ สส.คนดังกล่าว เพิ่งเข้าดำรงตำแหน่งสมัยแรก และก่อนหน้านี้แทบไม่มีบทบาททางการเมือง สังคม หรือเศรษฐกิจเลย ทำให้ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ตั้งมูลค่าไว้สูงเกินกว่าความเป็นจริงหรือไม่

หรือแม้แต่ สส.บางคน ที่ชอบยืนอยู่ในสปอตไลต์ทางการเมือง เคยแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ครอบครองพระเครื่องชื่อดัง มูลค่าหลายร้อยล้านบาทเช่นกัน 

หากย้อนให้ลึกไปในอดีต เคยมี สส.บางพรรค ถูกตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินเชิงลึก ในประเด็น “ร่ำรวยผิดปกติ” โดยมีการอ้างถือเงินหลักร้อยล้านบาท ในการนำไปซื้อ “พระเครื่อง” ด้วยซ้ำไป

อย่างไรก็ดี ในอดีตเคยมีคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด “บิ๊กเนม” บางกระทรวง มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ และศาลมีคำพิพากษายึดทรัพย์กว่า 49 ล้านบาทให้ตกเป็นของแผ่นดินมาแล้ว เนื่องจากบิ๊กเนมรายดังกล่าว แจ้งที่มาของเงินว่า ได้มาจากการขายเหรียญ “ของขลัง” แต่ ป.ป.ช.ไม่เชื่อ เพราะเห็นว่า มีมูลค่าสูงเกินจริง

ล่าสุด ไม่นานมานี้ สำนักงาน ป.ป.ช.มีข้อกำหนดเข้มงวดเกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีการแจ้งถือครอง “พระเครื่อง-งานศิลปะ” หากมีหลายชิ้น/องค์ และมีมูลค่าสูง ให้แสดงแยกแต่ละรายการ พร้อมกับแนบภาพถ่ายที่มีความละเอียดและคมชัด

ส่วนกรณีการถือครองที่ “ไม่ทราบมูลค่า” ให้แสดงรายละเอียดแต่ละรายการ ที่มาที่ไป หากจำไม่ได้ ให้ใช้ราคาโดยประมาณ และแนบภาพถ่ายที่มีความละเอียดและคมชัด เพื่อให้สำนักงาน ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบง่ายขึ้น

นอกจากนี้ วิธีการตรวจสอบของสำนักงาน ป.ป.ช.เบื้องต้นคือ การตรวจสอบ “ความมีอยู่จริง” ของทรัพย์สิน ดังนั้นหากเกิดข้อร้องเรียน หรือยกเหตุอันควรสงสัยเข้าไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน “นักเลือกตั้ง-ข้าราชการ” ขึ้น แล้วพบว่า การแจ้งถือครอง “พระเครื่อง-งานศิลปะ” ไม่มีอยู่จริง อาจเข้าข่ายผิดฐานยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จได้

หรือแม้ว่าจะมีทรัพย์สินดังกล่าวอยู่จริง แต่เมื่อ ป.ป.ช.เข้าไปตรวจสอบ พร้อมกับส่งไปยังผู้เชี่ยวชาญประเมินราคา แล้วพบว่า มีการแจ้งราคาสูงเกินจริง ก็อาจเข้าข่ายยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จได้ แถมอาจพ่วงการตรวจสอบเส้นทางการเงิน จนนำไปสู่พฤติการณ์ความผิด “ร่ำรวยผิดปกติ” ก็เป็นไปได้

ทั้งหมดคือมาตรการสำคัญของสำนักงาน ป.ป.ช.ที่ใช้ “สกัดช่องโหว่” ในการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของบรรดา “นักการเมือง-ข้าราชการระดับสูง” ที่อาจใช้วิธีการยื่นทรัพย์สินมาในรูปแบบ “พระเครื่อง-งานศิลปะ” หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ซึ่งในอนาคตจะทำได้ยากขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก ด้วยมาตรการรัดกุมของ ป.ป.ช.ในยุคปัจจุบัน

บทความนี้ สนับสนุนโดยกองทุน ป.ป.ช.หากพบเห็นการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ ร้องเรียนได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูล สำนักงาน ป.ป.ช. โทร.1205 หรือ www.nacc.go.th หรือสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัด