วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘เรืองฯ’ร้อง ‘ป.ป.ช.’ สอย‘ไอซ์ รักชนก’ ปม ทรัพย์สิน แย้ม มี ‘รมต.’ ส่อโดนด้วย

“เรืองไกร” ร้อง “ป.ป.ช.” ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน “รักชนก ศรีนอก” ส่อยื่นเท็จ-ปกปิด ผิด ม.141 แห่ง ตามกฎหมาย ป.ป.ช. ปัด เจาะจงเล่นงาน แย้มยังมีนักการเมืองอีกเพียบ ระดับรัฐมนตรีด้วย

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่ามีการยื่นบัญชีด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น อันอาจจะเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 114 วรรคหนึ่ง หรือไม่ 

นายเรืองไกร กล่าวว่า การป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของน.ส.รักชนก กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. เมื่อ12ธ.ค.68 แจ้งไว้ 6 รายการ รวมมูลค่า 7,160,773.46 บาท แจ้งหนี้สิน 2รายการ รวมมูลค่า 2,788,279.77 บาท แจ้งรายได้ 1 รายการ คือ เงินเดือน สส. 1,200,000 บาท แจ้งรายจ่าย 5 รายการ รวม 697,380 บาท และแจ้งเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร 340,680 บาท  

เมื่อเทียบกรณีเข้ารับตำแหน่ง สส. เมื่อ4ก.ค.66 แจ้งทรัพย์สินไว้ 6 รายการ รวมมูลค่า 5,840,477.67 บาท แจ้งหนี้สินไว้ 2 รายการ รวมมูลค่า 1,814,816.54 บาท แจ้งรายได้ 2 รายการ คือ เงินเดือน สส. 1,362,720 บาท กับเบี้ยประชุม 153,600 บาท แจ้งรายจ่าย 5 รายการ รวม 787,380 บาท และแจ้งเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร 180,000 บาท

จากการตรวจสอบถึงความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินตามความใน พรป. ป.ป.ช. มาตรา 110 ประกอบกับรายได้และรายจ่าย และการเสียภาษีเงินได้ ตามความใน มาตรา116 พบข้ออันควรสงสัยจากบัญชีทรัพย์สินของนางสาวรักชนก กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. ดังนี้ รายได้เงินเดือน สส. 1,200,000 บาท ต่ำกว่าที่เคยแจ้งไว้ที่ 1,320,720 บาท รายได้เบี้ยประชุม ไม่แจ้ง ทั้งที่เคยแจ้งไว้ครั้งก่อนเป็นเงิน 153,600 บาท

รายจ่ายเงินบริจาคพรรคประชาชน 36,000 บาท ขัดแย้งกับรายการเงินบริจาคตามหนังสือที่ ปชน.หญ. 08.0010/2568 ลงวันที่ 9 ต.ค.68 ระหว่างวันที่ 1 – 30 ก.ย.68 ที่แจ้งต่อ กกต. ว่า ลำดับที่ 15 น.ส.รักชนก บริจาคเงินให้พรรคประชาชน 2 รายการ คือ วันที่ 29 ก.ย.68 จำนวน 200,000 บาท และวันที่ 30 ก.ย.68 จำนวน 3,000 บาท

รายละเอียดประกอบทรัพย์สินอื่น รวม 967 รายการ มูลค่า 355,048 บาท  เพิ่มขึ้น 234 รายการ จำนวนเงิน 85,484 บาท (จากรายละเอียดประกอบทรัพย์สินอื่นที่แจ้งไว้เมื่อ 4 ก.ค. 66 รวม 733 รายการ มูลค่า 269,564 บาท) ซึ่งทรัพย์สินที่เพิ่มจำนวน 85,484 บาทนั้น ในรายจ่ายไม่มีระบุไว้

รายละเอียดประกอบรายการเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น รวม 2 รายการ มูลค่า 1,360,085.53 บาท ประกอบด้วยเงินกู้จากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 29 ต.ค.61 จำนวนเงินกู้ตามสัญญา 4,490,000 บาท แสดงยอดหนี้คงเหลือ 1,214,015.53 บาท และเงินกู้จากบริษัท เงินให้ใจ จำกัด ไม่ระบุวัน/เดือน/ปี ที่ทำสัญญา และจำนวนเงินกู้ตามสัญญา แสดงยอดหนี้คงเหลือ 146,070 บาท 

รายละเอียดประกอบรายการหนี้สินอื่นที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ รวม 2 รายการ มูลค่า 1,428,194.24 บาท ประกอบด้วยเงินกู้ยืม เมื่อวันที่ 8 ต.ค.68 จำนวนเงินกู้ตามสัญญา 1,000,000 บาท แสดงยอดหนี้คงเหลือ 1,009,178.08 บาท และเงินกู้ยืม เมื่อวันที่ 7 ก.พ.68 จำนวนเงินกู้ตามสัญญา 402,000 บาท แสดงยอดหนี้คงเหลือ 419,016.16 บาท รายละเอียดของเอกสารประกอบ ไม่ระบุ จำนวนแผ่นของแต่ละรายการแต่มีการลงลายมือชื่อของผู้ยื่นบัญชีไว้  

จากการเปรียบเทียบรายการทรัพย์สิน หนี้สิน รายได้ รายจ่าย เงินได้พึงประเมิน รายละเอียดของเอกสารประกอบดังกล่าว จึงมีเหตุอันควรสงสัยที่จะขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่ง สส. วันที่ 12 ธ.ค. 2568 เข้าข่ายเป็นการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน หรือไม่ ดังนี้

รายได้เงินเดือน สส. 1,200,000 บาท เข้าข่ายแจ้งด้วยความเท็จ หรือไม่

รายได้เบี้ยประชุม ที่ไม่แจ้ง ทั้งที่เป็นกรรมาธิการในปี 2568 เข้าข่ายปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ หรือไม่

รายจ่ายเงินบริจาคพรรคประชาชนเดือนกันยายน 2568 จำนวน 200,000 บาท ที่ไม่แจ้ง เข้าข่ายปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ หรือไม่

รายละเอียดประกอบทรัพย์สิน ที่เพิ่มขึ้น 234 รายการ จำนวนเงิน 85,484 บาท ที่ไม่มีระบุไว้ในรายจ่าย เข้าข่ายมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินอื่น หรือไม่

รายละเอียดประกอบรายการเงินกู้จากบริษัท เงินให้ใจ จำกัด ที่ไม่ระบุวัน/เดือน/ปี ที่ทำสัญญา และจำนวนเงินกู้ตามสัญญา แสดงยอดหนี้คงเหลือ 146,070 บาท  เข้าข่ายมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งหนี้สินหรือไม่

รายละเอียดประกอบรายการหนี้สินอื่นที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ รวม 2 รายการ มูลค่า 1,428,194.24 บาท ที่แจ้งยอดคงเหลือสูงกว่าหนี้ตามสัญญานั้น ยอดหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากสัญญา มีสาเหตุจากอะไร ผิดปกติ หรือไม่ 

รายละเอียดของเอกสารประกอบ ที่ไม่ระบุ จำนวนแผ่นของแต่ละรายการ แต่มีการลงลายมือชื่อของผู้ยื่นบัญชีไว้เข้าข่ายเป็นการไม่แจ้งรายละเอียดของเอกสารประกอบบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินที่ยื่นให้ครบถ้วนอันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 105 หรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวว่า ขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบตามแนวทางปฏิบัติที่ ป.ป.ช. ในฐานะเป็นผู้ร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่น คดีหมายเลขแดงที่ อม.46/2568 

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน ไม่ใช่เฉพาะแต่กรณีของน.ส.รักชนก แต่มี สส. ที่พ้นจากตำแหน่งที่ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีแล้วประมาณ 400 ราย ยังเหลืออีกประมาณ 100 ราย ที่ ป.ป.ช. ยังไม่เปิดเผยบัญชี รวมทั้งบัญชีทรัพย์สินของรัฐมนตรีแต่ละชุดด้วย ซึ่งแต่ละรายเมื่อเปรียบเทียบบัญชีแล้วมีข้อสังเกตที่ควรตรวจสอบแทบทั้งนั้น ซึ่งจะต้องใช้เวลาตรวจสอบแต่ละคนเพื่อส่งให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไป บางรายยื่น ป.ป.ช. ไปแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งให้ทราบ ส่วนจะมีใครที่ถูกร้องไปแล้วบ้าง ก็คงต้องรอดูว่า ป.ป.ช. มีการขอให้ผู้ถูกร้องชี้แจงตามคำร้องแล้วหรือไม่