วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 2569

Login
Login

DSI แถลงคดี Forex 'ภาวุธ' ตั้ง บ.โยงรับโอนเงิน 28 ล. ยังไม่ตั้งข้อหา

'ดีเอสไอ' แถลงทางการคดี Forex พบ 'ภาวุธ' สส.ปชน. จัดตั้งบริษัท โดยให้ผู้อื่นถือครอง มีเพย์เมนต์เชื่อมโยง รับโอนเงิน 28 ล้านบาท ลุยสอบ 'ฟิล์ม รัฐภูมิ' โยงกลุ่มโบรกเกอร์

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.2569 ที่กระทรวงยุติธรรม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทันตแพทย์หญิง จุฑารัตน์ จินตกานนท์ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจ Forex ผิดกฎหมาย

โดยจากการตรวจสอบกระบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดีเอสไอ พบว่า กระแสเงินจำนวนมากที่หมุนเวียนอยู่ในระบบมีความเกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ Forex จึงดำเนินการตรวจสอบที่มาของการดำเนินธุรกิจดังกล่าว รวมถึงสถานะการได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โดยได้รับการยืนยันจากธนาคารแห่งประเทศไทย ธปท. ว่า ไม่มีผู้ประกอบธุรกิจ Forex รายใดได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างถูกต้อง

ประกอบกับมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนว่าได้รับความเสียหายจากการถูกโบรกเกอร์ฟอร์เร็ก และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ และบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับ-ส่งเงิน และการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อีก 2 บริษัท ทำการหลอกลวงให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex)

กล่าวคือหลอกให้ลงทุน โดยแอบอ้างเป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาต มีเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ มีการโชว์ไลฟ์สไตล์หรูหรา ท่องเที่ยวต่างประเทศ รถยนต์สปอร์ต รวมถึงแสดงผลพอร์ทที่ได้ผลกำไรสูงเพื่อจูงใจให้ฝากเงินเข้าทำการเทรด โดยมีการจัดเซลล์ประกบดูแลลูกค้าเป็นรายๆ ซึ่งช่วงแรกถอนเงินได้จริง ต่อมาอ้างเงื่อนไขหรือ ขายคอร์ส ฝากเทรด หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ จนไม่สามารถถอนเงินได้จริง

นำไปสู่การสืบสวนพบว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายราย ประกอบด้วย นักการเมืองที่เป็นผู้จัดตั้งบริษัท โดยให้ผู้อื่นถือครอง อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง และมีบุคคลในวงการบันเทิง มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายดังกล่าว โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจรับชำระเงินในธุรกิจเทรดและให้คำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงเคยมีบทบาทในการจัดตั้งและส่งเสริมโบรกเกอร์ ซึ่งจดทะเบียนในต่างประเทศ แต่มีการดำเนินกิจการในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต

เนื่องจากในประเทศไทยไม่สามารถการทำธุรกิจในลักษณะดังกล่าวได้ ซึ่งต่อมาใบอนุญาตของบริษัทดังกล่าวในต่างประเทศถูกเพิกถอน และมีผู้เสียหายจำนวนหนึ่งร้องเรียนว่า ไม่สามารถถอนเงินได้หรือได้รับเงินล่าช้า จนเกิดความเสียหาย

ขณะที่ ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบแก๊งสแกมเมอร์และพนันออนไลน์ พบโอนเงินผ่านเพย์เมนต์ หรือการจ่ายเงินหรือการชำระเงินออนไลน์ อีกทั้งยังพบกลุ่มการเทรดและการหลอกลวงให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ใช้ระบบเพย์เมนต์นี้ด้วย ทำให้ดีเอสไอสนใจและเข้ามาตรวจสอบ

จากการตรวจสอบเพย์เมนต์ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา พบผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์ 1 ราย เสียหาย 70 ล้านบาท แต่ผู้เสียหายในกลุ่มนี้มีประมาณ 500 ราย จึงประสานงานกับตำรวจไซเบอร์ พบผู้เสียหายแจ้งร้องเรียนกลุ่มโบรกเกอร์ที่แนะนำ ก่อนนำมาสู่การตรวจสอบและตรวจค้น ทั้งกลุ่มโบรกเกอร์และกลุ่มเพย์เมนต์ 24 จุด

ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวอีกว่า โดยทั้ง 24 จุด มีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด ซึ่งบริษัทกลุ่มนี้มีการผ่านเพย์เมนต์ในหลายบริษัท โดยบางแห่งไม่มีสภาพเป็นบริษัท จากนั้นเงินที่โอนผ่านเพย์เมนต์ทั้งหมดที่เชื่อมโยงกัน โดยอาจมีความเชื่อมโยงกับบุคคลใด ซึ่งในเส้นทางการเงินที่ตรวจพบจากบริษัทแห่งหนึ่งมีความต่อเนื่องกัน และเรายังตรวจพบมีการโอนเงินไปยังนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จำนวน 28 ล้านบาท โอนหลายครั้ง ครั้งละ 2 ล้าน จำนวน 14 ครั้ง แต่การโอนเงินอาจไม่เกี่ยวข้องกับการทำผิด

อย่างไรก็ตามDSI ยินดีรับฟังคำชี้แจง เพื่อพิจารณา โดยนายภาวุธที่ถูกกล่าวหายังไม่ใช่ผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด เพียงแต่เส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับบุคคลบางคน นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับนักแสดงบางคนด้วย ซึ่งเป็นคนที่เคยขับเคลื่อนอีกบริษัท โดยเชื่อมโยงกับที่มีผู้เสียหายมาร้องเรียน

ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวด้วยว่า ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ไม่มีฝ่ายการเมืองมากดดัน เพราะเราสืบสวนสอบสวนมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเรามีความจำเป็นที่ต้องตรวจค้นในตอนนี้ เพราะเกรงผู้เสียหายจะเสียหายมากขึ้น จึงต้องระงับยับยั้งไว้

ขณะที่ พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า สำหรับดาราที่มาเกี่ยวข้องคือ คุณฟิล์ม รัฐภูมิ โดยมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงจากกลุ่มโบรกเกอร์ แต่ในส่วนของนายภาวุธ เชื่อมโยงจากกลุ่มเพย์เมนต์

เผยปฏิบัติการค้น 24 จุด ตรวจเจอเครือข่ายชวนลงทุน-ซื้อขาย Forex ไม่ได้รับอนุญาต

วันเดียวกัน ดีเอสไอ ออกเอกสารข่าว ระบุว่า พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พลตำรวจตรี ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ทันตแพทย์หญิงจุฑารัตน์ จินตกานนท์ รองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร้อยตำรวจเอก เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายธุรกิจ Forex ผิดกฎหมาย

จากการตรวจสอบกระบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรมสอบสวนคดีพิเศษ พบว่ากระแสเงินจำนวนมากที่หมุนเวียนอยู่ในระบบมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ Forex จึงได้ดำเนินการตรวจสอบที่มาของการดำเนินธุรกิจดังกล่าว รวมถึงสถานะการได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โดยได้รับการยืนยันจากธนาคารแห่งประเทศไทยว่า ไม่มีผู้ประกอบธุรกิจ Forex รายใดได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างถูกต้อง ประกอบกับมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนว่าได้รับความเสียหายจากการถูกโบรกเกอร์ฟอร์เร็ก ชื่อ QRS Global HFM GOFX Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) ประกอบด้วย อาจารย์พี โค้ชเจมส์ JP Global แอคมี่ และบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับ – ส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อีก 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด บริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด ทำการหลอกลวงให้ซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) กล่าวคือ หลอกให้ลงทุน

โดยแอบอ้างเป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาต มีเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ มีการโชว์ไลฟ์สไตล์หรูหรา ท่องเที่ยวต่างประเทศ รถยนต์สปอร์ต รวมถึงแสดงผลพอร์ทที่ได้ผลกำไรสูงเพื่อจูงใจให้ฝากเงินเข้าทำการเทรด โดยมีการจัดเซลล์ประกบดูแลลูกค้าเป็นราย ๆ ซึ่งช่วงแรกถอนเงินได้จริง ต่อมาอ้างเงื่อนไขหรือ ขายคอร์ส ฝากเทรด หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ จนไม่สามารถถอนเงินได้จริง

DSI แถลงคดี Forex 'ภาวุธ' ตั้ง บ.โยงรับโอนเงิน 28 ล. ยังไม่ตั้งข้อหา

นำไปสู่การสืบสวนพบว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายราย ประกอบด้วย นักการเมืองที่เป็นผู้จัดตั้งบริษัท โดยให้ผู้อื่นถือครอง อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) ชื่อดัง และมีบุคคลในวงการบันเทิงมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายดังกล่าว โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจรับชำระเงินในธุรกิจเทรดและให้คำปรึกษาด้านการลงทุน รวมถึงเคยมีบทบาทในการจัดตั้งและส่งเสริมโบรกเกอร์ Etherwell ซึ่งจดทะเบียนในต่างประเทศ แต่มีการดำเนินกิจการ

ในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากในประเทศไทยไม่สามารถการทำธุรกิจในลักษณะดังกล่าวได้ ซึ่งต่อมาใบอนุญาตของบริษัทดังกล่าวในต่างประเทศถูกเพิกถอน และมีผู้เสียหายจำนวนหนึ่งร้องเรียนว่าไม่สามารถถอนเงินได้หรือได้รับเงินล่าช้า จนเกิดความเสียหาย ทั้งนี้ การที่นิติบุคคลจดทะเบียนอยู่ในต่างประเทศส่งผลให้การดำเนินคดีและการเรียกร้องสิทธิของผู้เสียหายเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ทั้งนี้ เครือข่ายดังกล่าวพฤติการณ์ การชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนผ่านโบรกเกอร์จากเว็บไซต์ในต่างประเทศ โดยสร้างความน่าเชื่อถือผ่านเจ้าหน้าที่หรือผู้แนะนำการลงทุน (Sales หรือ Agent) ที่คอยให้คำแนะนำ สนับสนุนการลงทุน และติดตามดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด มีรูปแบบการลงทุนที่แตกต่างจากการลงทุนในกองทุนรวมทั่วไป เนื่องจากไม่ได้มุ่งเน้นผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลหรือผลประโยชน์ตามรอบเวลา แต่เป็นการนำเงินเข้าสู่พอร์ตการลงทุนเพื่อซื้อขายเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคา (Price Difference) โดยอ้างอิงว่ามีการ

ซื้อขายผ่านระบบของโบรกเกอร์ต่างประเทศ โดยผลตอบแทนของนายหน้าแนะนำลูกค้า Introducing Broker (IB)เกิดจากการแนะนำลูกค้าให้เข้ามาลงทุน โดยรายได้ของ IB ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลกำไรหรือขาดทุนของผู้ลงทุนที่ตนแนะนำ แต่เกิดจากค่าตอบแทนในรูปแบบส่วนแบ่งค่าคอมมิชชั่น (IB Rebate) ซึ่ง IB จะได้รับจากทุกธุรกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีผู้ลงทุนเข้ามาทำการซื้อขายเป็นจำนวนมาก IB ก็จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อขาย จึงอาจมีการส่งเสริมหรือกระตุ้นให้ผู้ลงทุนทำการซื้อขายบ่อยครั้งมากขึ้น เพื่อเพิ่มจำนวนธุรกรรมและยอดการซื้อขายโดยรวม

DSI แถลงคดี Forex 'ภาวุธ' ตั้ง บ.โยงรับโอนเงิน 28 ล. ยังไม่ตั้งข้อหา

โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มีการจดทะเบียนในต่างประเทศในลักษณะ Offshore (กลุ่มประเทศนอกชายฝั่ง) เช่น เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ หมู่เกาะมาเฮ สาธารณรัฐเซเชลส์ สหราชอาณาจักร เกาะเคย์แมน โดโมรอส เพื่อหลีกเลี่ยงการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประเทศไทย ทำให้เมื่อเกิดข้อพิพาท ผู้ลงทุนอาจประสบปัญหาในการใช้สิทธิตามกฎหมายและการติดตามทรัพย์สินคืน นอกจากนี้ โบรกเกอร์หลายแห่งมีการกำหนดเงื่อนไข

ที่อาจเอาเปรียบผู้ลงทุน เช่น การเสนอผลตอบแทนในอัตราสูงเพื่อจูงใจให้ลงทุน ก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในภายหลัง รวมถึงปัญหาการถอนเงิน โดยเฉพาะเมื่อผู้ลงทุนมีกำไรหรือมียอดเงินจำนวนมาก ซึ่งอาจไม่สามารถถอนเงินได้ตามปกติ

อีกทั้ง ยังพบการโฆษณาชวนเชื่อโดยนำเสนอภาพลักษณ์ความมั่งคั่ง รถยนต์หรู และวิถีชีวิตหรูหรา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและจูงใจให้ประชาชนลงทุน ทั้งที่ในหลายกรณีทรัพย์สินดังกล่าวมิได้เป็นผลตอบแทนจากโบรกเกอร์ตามที่กล่าวอ้าง จึงอาจเข้าข่ายการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ประชาชนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ล่าสุด (16 มิ.ย.) ที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีเทคโนโลยี และสารสนเทศ กองปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว สนธิกำลังร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ตรวจค้นเครือข่ายที่มีบุคคลทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมกันจัดตั้งบริษัทหรือโบรกเกอร์เพื่อประกอบธุรกิจซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และมีลักษณะการดำเนินงานเป็นเครือข่ายผ่านระบบออนไลน์และเทคโนโลยีดิจิทัล อาจเข้าข่ายเป็นการหลอกลวงประชาชน จำนวน 24 จุดพร้อมกัน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร โดยตรวจค้นบริษัท จำนวน 15 แห่ง และบ้านของบุคคลที่เกี่ยวข้อง จำนวน 9 แห่ง

ผลการปฏิบัติการสามารถตรวจยึดทรัพย์สินและเงินสด ประกอบด้วย รถยนต์หรูจำนวน 5 คัน รถยนต์ทั่วไปจำนวน 15 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 4 คัน เงินสด จำนวน 65,270,000 บาท วัตถุคล้ายทองคำแท่ง และทองรูปพรรณ น้ำหนักรวมประมาณ 50 บาท เครื่องประดับทองคำและเครื่องประดับเพชรจำนวนหนึ่ง กระเป๋าแบรนด์เนมได้มากกว่า 40 ใบ นาฬิกา จำนวน 113 เรือน เงินแท่งน้ำหนักรวม 12 กิโลกรัม เงินสกุลต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 600,000 บาท อาวุธปืนจำนวน 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน คอมพิวเตอร์ จำนวน 55 เครื่อง แท็บเล็ตจำนวน 2 เครื่อง โทรศัพท์มือถือจำนวน 30 เครื่อง Hardware Wallet สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และสกุล USDT จำนวน 4 ชิ้น เอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการดำเนินงานของเครือข่ายการลงทุน จำนวนหนึ่ง ฯลฯ

DSI แถลงคดี Forex 'ภาวุธ' ตั้ง บ.โยงรับโอนเงิน 28 ล. ยังไม่ตั้งข้อหา

จากการตรวจค้นพนักงานสอบสวนฯ ตรวจพบหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงการแทรกแซงระบบซื้อขาย เช่น การควบคุมราคา การหน่วงเวลา การล็อกคำสั่งซื้อขาย หรือการทำให้ระบบขัดข้อง อาจเป็นพฤติการณ์ที่บ่งชี้ถึงการทุจริตได้ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบทางเทคนิคและการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

พฤติการณ์ที่ตรวจพบอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่ ความผิดตาม พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ความผิดตาม พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ความผิด ตาม พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343

กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะดำเนินการสืบสวนสอบสวน ขยายผลเส้นทางการเงิน และรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มฟอเร็กซ์ (Forex) และโบรกเกอร์ออนไลน์ เนื่องจากการประกอบธุรกิจซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) รวมถึงการซื้อขายทองคำในลักษณะดังกล่าว เป็นกิจการที่ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ผู้ประกอบการบางรายอาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจเป็นการซื้อขายทองคำหรือสินทรัพย์ประเภทอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย แต่ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลและต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน

การดำเนินธุรกิจหรือการชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย และอาจมีลักษณะเป็นการฉ้อโกงหรือหลอกลวงประชาชน ซึ่งมีบทกำหนดโทษร้ายแรง ประชาชนจึงควรตรวจสอบสถานะการได้รับอนุญาตของผู้ประกอบการจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องทุกครั้งก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อป้องกันความเสียหายและลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงทางการเงินผู้ที่ได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าว