วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน 2569

Login
Login

'ศุภชัย' Walk Out วงถก กมธ.ยัดวาระตามใจชอบ ชี้ไร้อำนาจสอบ TH-AI

'ศุภชัย' ฟาดเดือดกลางวง กมธ.ติดตามงบฯ-กมธ.กฎหมายฯ ชี้ไร้อำนาจสอบ ซัด 'ไอซ์' ยัดวาระ TH-AI ตามใจชอบ ก่อน Walk Out ลั่นอย่าใช้วิธีเล่นแบบเด็ก เอา กมธ.เป็นเครื่องมือ

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก ประธานคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ นัดประชุมร่วมกับกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงข้อมูลโครงการส่งเสริมการเข้าถึงบริการปัญญาประดิษฐ์ หรือ TH-AI Passport วงเงินกว่า 1,621 ล้านบาท เนื่องจากมีข้อสงสัยหลายประการ ทั้งเรื่องความคุ้มค่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และเงื่อนไขในร่างขอบเขตงาน โดยแจ้งเชิญ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มาร่วมให้ข้อมูล อย่างไรก็ดีนายไชยชนก มอบหมายให้ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ มาให้ข้อมูลแทน

ทั้งนี้ น.ส.รักชนก ชี้แจงต่อที่ประชุมว่าได้มีการส่งหนังสือไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว ในการประชุมแต่ละครั้งก็จะให้มีการบันทึกการประชุมอย่างละเอียดเพื่อให้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา

ภายหลัง น.ส.รักชนก ชี้แจงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย มีการทักท้วงว่า กรรมาธิการทั้งหมดนั้น ยังไม่ได้มีมติที่ชัดเจนว่าจะมีการพิจารณาในเรื่องใด และเห็นว่ากรรมาธิการในชุดนี้ ไม่น่าจะมีอำนาจในการพิจารณา และอาจมีการพิจารณาซ้ำซ้อนกับกรรมาธิการอื่น จะทำให้ผู้ชี้แจงมีความสับสน

เช่นเดียวกับ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย กรรมมาธิการ ทักท้วงว่า ได้มีความสงสัยว่าในการประชุมครั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่เพราะตามข้อบังคับการประชุมร่วมกันนั้นไม่ว่าจะกี่วาระก็ตาม จะต้องมีการยื่นไปที่ประธานคณะกรรมาธิการในชุดนั้นๆ เพื่อให้พิจารณาว่าจะให้มีการประชุมร่วมกันหลายๆคณะหรือไม่ โดยส่วนตัวได้พยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ของคณะกฎหมาย ซึ่งปรากฏว่าไม่มีความชัดเจนว่ามีการยื่นเรื่องไปหรือไม่

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ประการต่อมาคือ หากมีการประชุมร่วมกันในลักษณะนี้ โดยเฉพาะวาระในวันนี้คาดว่าน่าจะเป็นคณะกรรมการชุดที่รับผิดชอบมากกว่า ซึ่งจะเป็นคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิจัยและนวัตกรรม

นายณัฐวุฒิ ตั้งข้อสงสัยว่า ได้ยื่นเรื่องไปยังกรรมาธิการชุดนี้หรือไม่ ส่วนตัวด้รับคำยืนยันว่ามีการยื่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและจะมีการประชุมในสัปดาห์หน้า และเมื่อมีการประชุมในสัปดาห์หน้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเรียกบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องเข้ามาร่วมประชุม เนื่องจากจะเป็นการเสียเวลาในการชี้แจง

นายศุภชัย ชี้แจงว่า แม้กรรมาธิการจะมีการบรรจุเข้าที่ประชุมแล้ว แต่ส่วนตัวเห็นว่า เป็นการดำเนินการโดยความเห็นของประธานเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง กรรมมาธิการกฎหมายไม่ได้พิจารณาในเรื่องนี้ และไม่ควรเอาความเห็นประธานเพียงคนเดียวมาบรรลุเป็นวาระ ซึ่งทุกอย่างมีขั้นตอนและกระบวนการพิจารณาอยู่ หากมีข้อสงสัย ก็จะต้องให้มีชี้ขาดโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า TH AI Passport อยู่ขอบเขตพิจารณาชุดใด จึงไม่อยากทำเรื่องนี้ให้ผิดกระบวนการ

อย่างไรก็ตามในที่ประชุมยังไม่สามารถตกลงในเรื่องนี้ได้ชัดเจนทำให้ นายศุภชัย รวมถึงกรรมาธิการบางส่วนได้ออกจากห้องประชุมและไม่ร่วมสังฆกรรมในตรงนี้โดยให้เหตุผลว่าการพิจารณาในวันนี้ยังไม่มีความชัดเจนจึงควรให้ประธานสภาเป็นผู้ชี้ขาดว่ากรรมาธิการชุดใดมีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ

'ศุภชัย' Walk Out วงถก กมธ.ยัดวาระตามใจชอบ ชี้ไร้อำนาจสอบ TH-AI

  • “ศุภชัย” แจงปม Walk Out ลั่นอย่าใช้วิธีการเล่นแบบเด็ก ๆ เอา กมธ.เป็นเครื่องมือ

นายศุภชัย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินออกจากห้องประชุม กมธ.ติดตามงบฯ และ กมธ.กฎหมายฯ ในเรื่อง TH-AI หลังเปิด-ปิดไมค์ประท้วง น.ส.รักชนก ในฐานะประธาน กมธ.ติดตามงบ ฯ และนายรังสิมันต์ ประธาน กมธ.กฎหมายฯ ว่า เข้าใจประธานทั้งสองคนของพรรคประชาชน ที่ต้องการบดขยี้เรื่องโครงการ TH-AI Passport ทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็พร้อมที่จะชี้แจงไม่มีปัญหา แต่วันนี้ที่ตนได้แสดงจุดยืนคือ กมธ.กฎหมายฯ ไม่มีอำนาจและหน้าที่ใด ๆ ในการพิจารณาเรื่องนี้

ถ้าหากเรื่องนี้อยู่ในเรื่องของ กมธ.ติดตามงบฯ หรือ กมธ.การศึกษาฯ ก็ว่าไป แต่การให้กมธ.กฎหมาย มาพิจารณาร่วมคิดว่าประธาน กมธ.กฎหมายฯ อาจจะได้รับเรื่องที่ยังคลุมเครืออยู่ ยังไม่มีมติเห็นด้วยออกมา เป็นการดำเนินการเพียงลำพัง นอกจากนี้การประชุมร่วมกันในลักษณะนี้ต้องมีขั้นตอนตามกฎหมาย ตามข้อบังคับ ต้องได้รับความเห็นชอบจาก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และยังมีขั้นตอนมากมาย และตนมองว่าทุกอย่างยังดูคลุมเครือ 

"การคลุมเครือแบบนี้ ตนต้องการให้ กมธ.กฎหมาย ฯ ซึ่งเป็น กมธ.อันดับหนึ่ง ของสภาผู้แทนราษฎร อย่าทำเป็นเล่น โดยผมได้พูดว่า I deal process หลักยุติธรรม ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ผมไม่ว่านายรังสิมันต์หรือ น.ส.รัชนก หรอก แต่ถ้าหากอยากจะมาเล่นเรื่องนี้ผมก็ไม่ว่า แต่วิธีการเล่นเอาแบบเด็กๆ เอาหัวสองหัวมาชนกัน ไอ้เนี่ย เด็ก  และอย่ามาใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือ การเป็นประธาน กมธ. ไม่ใช่เจ้าของประธานบริษัท มันมีพรรคการเมืองหลายพรรคเข้ามาร่วม มันต้องเป็นมติร่วมกัน ผมจึงได้แสดงจุดยืนถ้าผิดข้อบังคับ ก็อาจจะผิดจริยธรรม หากผิดจริยธรรมก็ถูกพ้นการเป็น สส. ผมขอไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย และไม่เห็นด้วยที่จะให้ กมธ.กฎหมายประชุมเรื่องนี้ แต่ผมจะเข้าไปฟังเล่นๆ จิบน้ำชา จิบกาแฟ ก็ไม่เป็นไร" นายศุภชัย กล่าว 

นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ไปนั่งดูประธาน 2 ประธาน กมธ. ดำเนินการประชุมแบบข้ามหัว งมั่วกันแบบนี้ ประเทศไทยจึงติดกับเล่น ๆ อยู่แบบนี้

เมื่อถามว่าจะมีการหารือกับประธานรัฐสภาเรื่องนี้หรือไม่  นายศุภชัย กล่าวว่า ตามหลักการประชุมจะต้องมีการหารือก่อน แต่นี่เป็นการใช้วิธีซิกแซก เอาเรื่องเข้าไปที่ กมธ.นี้และผูกโยงเรื่องไปยัง กมธ.ติดตามงบฯ และ กมธ.กฎหมาย 

นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า บางทีความหมายของคำว่าสิทธิมนุษยชน ไปดูคนที่อยู่ในคุก แต่วันนี้เรื่อง AI กลายเป็นสิทธิมนุษยชนขึ้นมา แล้วเอาเข้าเป็นวาระการประชุม แบบนี้เรียกว่าตะแบง แต่จะไม่ส่งเรื่องนี้ไปยังประธานรัฐสภาเพียงแค่อยากให้ยึดหลักกฎหมาย 

นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฏหมาย แต่ตอนนี้ตนไม่รู้ว่าใครใช้อยู่ และไม่รู้ว่าใครใช้เป็นเครื่องมือ