แม้ว่าเรื่อง “ฮั้ว สว.” จะเป็นคลื่นรบกวน “สว.สีน้ำเงิน” มานานเกือบ 2 ปี และทิศทางของเรื่องนี้ เดินเรื่องไปจนสังคมโฟกัสไปที่ ที่ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” (กกต.) ฐานะองค์กรที่มีหน้าที่วินิจฉัยคดีฮั้ว สว.ว่าจะตีตก หรือส่งต่อไปยังศาลฎีกาในเดือน ก.ค.นี้ หรือไม่
ทว่า ขณะนี้ “สภาสูง” กลับถูกเพ่งเล็ง และ สว.ในระบอบน้ำเงิน กลายเป็น “ตำบลกระสุนตก” อีกครั้ง ทั้งที่เรื่องนี้เงียบหายไปเกือบปี
โดยการกลับมาเป็นประเด็นครั้งนี้ กลายเป็นคำถามเบอร์ใหญ่ที่ “สว.” ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ว่ามีส่วนร่วมในกระบวนการที่ทำให้ “การเลือกสว. ไม่โปร่งใส" จำเป็นต้องตอบ แบบไม่ควรหลีกเลี่ยง เพราะจะส่งผลไปยังความเชื่อมั่นขององค์กรแบบ 100% และความน่าเชื่อถือของการเข้าสู่ตำแหน่งที่กระบวนการเลือก ออกแบบเจตนารมณ์ให้ “โปร่งใส เป็นธรรม ไร้โกง”
หลัง “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.พรรคประชาชน ฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นำคลิปวีดีโอ ในวันเลือกตั้งสว. ระดับประเทศ เมื่อ 26 มิ.ย.2567 ซึ่งได้รับจาก “พ.ต.อ.มนัส นครศรี” อดีตผู้ตรวจการเลือก สว.มาเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ 2 ครั้ง
โดยครั้งแรก ตั้งคำถามไปยัง “กกต.-ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ” ที่เป็นบุคคลซึ่งปรากฏในคลิป ว่าได้เดินเก็บ “โพย” ที่สันนิษฐานว่าเป็นเอกสารอื่นที่ไม่ใช่เอกสารซึ่ง กกต. อนุญาตให้นำเข้าไปในพื้นที่เลือกนั้นว่า ได้ตรวจสอบว่าเป็นสิ่งที่ทำให้การเลือก สว. ไม่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่
หากไล่เรียงเรื่องนี้กับการให้สัมภาษณ์ของ “พล.ต.อ.มนัส” ในวันที่ยื่นข้อมูลที่อ้างว่าเป็นพยานหลักฐานของกระบวนการโกงเลือกสว. ให้กับ “ฝ่ายค้าน” เมื่อ 9 มิ.ย. ตอนหนึ่งระบุว่า ได้รับการบอกเล่าจาก ผู้สมัคร สว.สมุทรปราการ ถึงพฤติกรรมจับกลุ่มของผู้สมัครสว. และโพยที่ชี้ช่องฮั้ว ซึ่งได้นำไปบอกกับ “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต. ก่อนที่การเลือกสว.ระดับประเทศรอบแรกจะเกิดขึ้น แต่ “แสวง” ตอบกลับมาว่า “ปล่อยเขาไปเถอะ เขาวางแผนกันมาดีแล้ว” ซึ่งเป็นพฤติกรรมของผู้กำกับการเลือก ที่ยอมให้การโกง สว.สำเร็จ
ตอกย้ำอีกครั้งกับสิ่งที่ “ฐิติเชฏฐ์” พูดในคลิป ที่ว่า “กรุณาเถอะครับ จะเป็นสว.แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ”
เป็นข้อสันนิษฐานว่า “มีโพยฮั้วเลือก สว. เกิดขึ้นจริงหรือไม่” ทำให้เชื่อได้ว่า กระบวนการเลือก สว. ที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ได้เกิดขึ้นจริง ทว่าเรื่องนี้กลับไร้คำชี้แจงใดๆจาก “กกต.” แบบทันทีทันควัน
ต่อมา “พริษฐ์” จึงขยี้เรื่องนี้ ผ่านการเผยแพร่คลิป ที่เพ่งเล็งไปยังตัวบุคคล คือ “มงคล สุระสัจจะ” ประธานวุฒิสภา ว่าใช่บุคคลที่ปรากฏในคลิป ที่ยื่นกระดาษไปให้ “ฐิติเชฏฐ์” หลังถูกตักเตือนเรื่องเกี่ยวกับการดำเนินการที่ส่อไม่สุจริต หรือไม่
วันถัดมา “มงคล” ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อมวลชน เมื่อถูกซัก กลับตีมึน โยนให้ไปถาม “พริษฐ์” เอาเองว่า เป็นตัวเองจริงหรือไม่
ถือว่าสิ่งที่ “มงคล”ทำนั้น เป็นเรื่องที่“ผิดวิสัย”ของประมุขสภาสูง ที่หากได้เห็นคลิปแล้ว จะเป็นคนเดียวกันกับคนในคลิปหรือไม่ควรชี้แจงให้ชัดเจน ไม่ปล่อยให้อึมครึมจนกลายเป็นปมคาใจของสังคม
กับสิ่งที่ “สว.สีน้ำเงิน” ถูกขยี้ประเด็น “ฮั้ว” อีกครั้งในรอบนี้ แม้เจตนาของ “พรรคส้ม” ต้องการส่งความเคลือบแคลงให้สังคมจับตาว่า “กกต.” จะเป่าคดี “ฮั้วสว.” หรือเลือกเชือด “สว.สีน้ำเงิน” บางคนเพื่อรักษาอำนาจระบอบน้ำเงินส่วนใหญ่ไว้
ทว่า “บิ๊กเกรียง" พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์” รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ได้ส่งสัญญาณให้ลูกน้อง ออกมาตอบโต้ “คลิปเก็บโพย” ที่พยายามแปลงคำว่า “โพย” เป็นใบ สว.3 คือ เอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร สว. ที่สามารถจดรายละเอียดของผู้สมัคร สว.ที่ต้องการลงคะแนนให้ พร้อมยกคำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในคดีหมายเลขดำที่ อท 125/2567 และคดีหมายเลขแดง ที่ อท 13/2568 ลงวันที่ 28 ม.ค.2568 ระบุว่า “เป็นสิทธิที่ทำได้ เพราะไม่มีกฎหมายห้ามหรือกำหนดเป็นความผิดไว้”
พร้อมสำทับว่า “หากเป็นการกระทำที่เป็นความผิดจริง เชื่อว่ากกต.คงไม่ปล่อยให้ความผิดสำเร็จ แต่ต้องดำเนินการไปตั้งแต่วันที่เลือกแล้ว คงไม่ปล่อยมาถึง 2 ปี” ซึ่งเป็นคนละเรื่องที่ “ฝ่ายค้าน” ตั้งคำถามและ “สังคม” รอคำตอบ
กับคลิปที่ “พริษฐ์” นำมาเผยแพร่ และเจาะจงไปยัง “มงคล สุระสัจจะ” นั้น จะพบว่า “กระดาษ” ที่ยื่นให้ “กกต.” ไม่ใช่เอกสาร สว.3 ที่มีลักษณะเป็นกระดาษ เอ4 ที่มีภาพผู้สมัครสว.และข้อมูล ซึ่งเทียบได้กับเอกสารที่ผู้สมัคร สว. ในกลุ่มที่อยู่ถัดไปถืออยู่ แต่เป็น “กระดาษที่มีลักษณะเล็กกว่าใบ สว.3 มาก”
หากนำไปเทียบกับ “โพย” ที่ถูกทิ้งในห้องน้ำของสถานที่เลือก ซึ่งถูกเผยแพร่หลังจากการเลือกระดับประเทศแล้วเสร็จ และถูกตรวจสอบ จนมีข้อสันนิษฐานว่าเป็น “โพยฮั้ว” กลับพบว่ามีลักษณะที่ใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ถูกเขียนบนกระดาษ จะเป็นเพียง การโน๊ตข้อความเพื่อเตือนความจำ หรือเป็นการจัดทำหมายเลขของผู้สมัคร สว.ถูกข้อครหาว่าเข้าข่าย “ฮั้วการเลือก” หรือไม่ “ประธานวุฒิสภา” เป็นผู้เดียวที่จะให้คำตอบได้ชัดเจน
นอกจาก “มงคล” จะต้องเป็นผู้ให้ความกระจ่างต่อเรื่องนี้ สังคมยังจับตาไปถึง “ผู้สมัคร สว.” ที่ได้รับเลือก เป็น สว.ในกลุ่มบริหารราชการแผ่นดิน และความมั่นคง ทั้ง 9 คน ซึ่งเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2567 เวลา 19.02 น. เป็นผู้สมัคร สว. นั่งอยู่ในโซนเดียวกันกับ “มงคล” ในฐานะผู้สมัครกลุ่มที่ 1 หากนับหัวในวันเลือก สว.ระดับประเทศ รอบไขว้ จะพบว่ามีผู้สมัคร นั่งรวมประมาณ 41 คน และมีบางคนได้ส่งกระดาษให้ “กกต.” เก็บด้วยเช่นกัน
สำหรับ สว.ในกลุ่มบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง ปัจจุบันมี 10 คน ได้แก่ มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ธวัช สุระบาล พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร วร หินดี วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา พล.ท.สุกิจ ทั่งทอง อภิชาติ งามกมล และ อภินันท์ เผือกผ่อง
ดังนั้น เมื่อ “มงคล” เลือกไม่ตอบ “สว.” ในกลุ่มเดียวกัน ที่นั่งอยู่ในสถานที่เดียวกัน และตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ควรออกมาตอบคำถามให้สังคมกระจ่าง และคลายสงสัยว่า ที่สุดแล้วกระบวนการเลือก สว.ในวันนั้นเป็นอย่างไรกันแน่ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่ได้ความกระจ่าง ไม่ใช่ต่างคนต่างปิดวาจา จนสังคมคิดเอาเองว่า “ขบวนการรวมหัวกันฮั้วเลือก และการช่วยบางฝ่ายด้วย” มีจริง
หากสังคมคิดไปในทางเดียวกัน ไม่เชื่อมั่นใจทั้งคน และกระบวนการ ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์สภาสูง และองค์กรอิสระ เกิดความเสียหาย ท้ายที่สุดจะถูกตีขลุม และขยายผล จนทำให้ “ระบอบน้ำเงิน” ถูกเซาะกร่อนบ่อนทำลายตัวเองในที่สุด


