ป.ป.ช.แพร่ผลคดีทุจริตคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม เสียหาย 3 พันล้าน อุทธณณ์ยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'สาธิต รังคสิริ' อดีตอธิบดีสรรพากร สั่งชดใช้เงินคืนหลวง ป.ป.ช.ไม่ฎีกาต่อ
เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยรายงานผลคำพิพากษาของศาลในคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด (ครั้งที่ 80 ระหว่างวันที่ 1-31 พ.ค. 2569) ซึ่งมีคดีสำคัญคือลำดับที่ 7 คดีหมายเลขดำที่ ปช 08-2-171/2556 คดีหมายเลขแดงที่ ปช 231-2-5/2558 กรณีการทุจริตการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อันเป็นเท็จ ของอดีตผู้บริหารระดับสูงกรมสรรพากร
คดีนี้มี อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสาธิต รังคสิริ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร กับพวกรวม 4 คน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาคกลาง ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2568 แก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในบางส่วน แต่ยังคงบทลงโทษหนัก ดังนี้:
จำเลยที่ 1 นายสาธิต รังคสิริ (อดีตอธิบดีกรมสรรพากร) ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ความผิดเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) และมาตรา 147 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 รวมถึง พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ลงโทษบทหนักสุดคือจำคุกตลอดชีวิต (ยืนตามศาลชั้นต้น)
จำเลยที่ 2 นายศุภกิจ ริยะการ (อดีตสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ลงโทษบทหนักสุด จำคุกตลอดชีวิต (ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น)
จำเลยที่ 3 และ 4 นายประสิทธิ์ อัญญโชติ และ นายกิติศักดิ์ อัญญโชติ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ จำเลยที่ 4 (ซึ่งศาลชั้นต้นเคยยกฟ้อง) มีความผิดด้วย โดยร่วมกับจำเลยที่ 3 ในฐานความผิดฉ้อโกง นำใบกำกับภาษีปลอมไปใช้ และสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต สั่งลงโทษ จำคุกคนละ 6 ปี 8 เดือน
ศาลสั่งให้จำเลยทั้ง 4 คน ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 3,097,016,533.99 บาท คืนให้แก่กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พร้อมทั้งสั่งริบของกลางเป็นทองคำแท่งน้ำหนัก 77 กิโลกรัม และทองคำแท่งน้ำหนักรวม 7,000 บาท ที่ส่งมอบไว้แล้ว
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2564 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาคกลาง (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต นายสาธิต (จำเลยที่ 1) และ นายศุภกิจ (จำเลยที่ 2) ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์และใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ส่วนนายประสิทธิ์ (จำเลยที่ 3) ถูกลงโทษจำคุก 6 ปี 8 เดือน ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงาน และยกฟ้องนายกิติศักดิ์ (จำเลยที่ 4) ก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาแก้ให้จำเลยที่ 4 ต้องรับโทษร่วมด้วยในที่สุด
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2569 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติครั้งที่ 042/2569 พิจารณาแล้ว เห็นชอบตามความเห็นของอัยการสูงสุดที่จะไม่ยื่นฎีกา คำพิพากษาดังกล่าว

