วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

อุทธรณ์ยืนคุกตลอดชีวิต 'สาธิต' คดีคืนภาษี 3 พันล้าน ป.ป.ช.ไม่ฎีกา

ป.ป.ช.แพร่ผลคดีทุจริตคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม เสียหาย 3 พันล้าน อุทธรณ์ยืนโทษจำคุกตลอดชีวิต 'สาธิต รังคสิริ' อดีตอธิบดีสรรพากร สั่งชดใช้เงินคืนหลวง ป.ป.ช.ไม่ฎีกาต่อ

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยรายงานผลคำพิพากษาของศาลในคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด (ครั้งที่ 80 ระหว่างวันที่ 1-31 พ.ค.2569) ซึ่งมีคดีสำคัญคือ ลำดับที่ 7 คดีหมายเลขดำที่ ปช 08-2-171/2556 คดีหมายเลขแดงที่ ปช 231-2-5/2558 กรณีการทุจริตการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อันเป็นเท็จ ของอดีตผู้บริหารระดับสูงกรมสรรพากร

คดีนี้มี อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสาธิต รังคสิริ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร กับพวกรวม 4 คน ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาคกลาง ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2568 แก้ไขคำพิพากษาของศาลชั้นต้นในบางส่วน แต่ยังคงบทลงโทษหนัก ดังนี้:

จำเลยที่ 1 นายสาธิต รังคสิริ (อดีตอธิบดีกรมสรรพากร) ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ความผิดเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) และมาตรา 147 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 รวมถึง พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ลงโทษบทหนักสุดคือ จำคุกตลอดชีวิต (ยืนตามศาลชั้นต้น)

จำเลยที่ 2 นายศุภกิจ ริยะการ (อดีตสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 22) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ลงโทษบทหนักสุด จำคุกตลอดชีวิต (ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น)

จำเลยที่ 3 และ 4 นายประสิทธิ์ อัญญโชติ และ นายกิติศักดิ์ อัญญโชติ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ จำเลยที่ 4 (ซึ่งศาลชั้นต้นเคยยกฟ้อง) มีความผิดด้วย โดยร่วมกับจำเลยที่ 3 ในฐานความผิดฉ้อโกง นำใบกำกับภาษีปลอมไปใช้ และสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต สั่งลงโทษ จำคุกคนละ 6 ปี 8 เดือน

ศาลสั่งให้จำเลยทั้ง 4 คน ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 3,097,016,533.99 บาท คืนให้แก่กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พร้อมทั้งสั่งริบของกลางเป็นทองคำแท่งน้ำหนัก 77 กิโลกรัม และทองคำแท่งน้ำหนักรวม 7,000 บาททองคำ ที่ส่งมอบไว้แล้ว

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2564 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาคกลาง (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกตลอดชีวิต นายสาธิต (จำเลยที่ 1) และ นายศุภกิจ (จำเลยที่ 2) ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ และใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ส่วนนายประสิทธิ์ (จำเลยที่ 3) ถูกลงโทษจำคุก 6 ปี 8 เดือน ฐานสนับสนุนเจ้าพนักงาน และยกฟ้องนายกิติศักดิ์ (จำเลยที่ 4) ก่อนที่ศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาแก้ให้จำเลยที่ 4 ต้องรับโทษร่วมด้วยในที่สุด

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2569 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติครั้งที่ 042/2569 พิจารณาแล้ว เห็นชอบตามความเห็นของอัยการสูงสุดที่จะไม่ยื่นฎีกา คำพิพากษาดังกล่าว

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์