ปชป.ชำแหละโครงการกทม.โยง'ผู้บริหารชุดเก่า' พิรุธ 'วิธีเฉพาะเจาะจง' พุ่ง 92.8% พฤติกรรมซอยงบฯ เลี่ยงประมูล-ส่อทุจริต เผย'อภิสิทธิ์' นำทีมเปิดเสวนา19มิ.ย.นี้
ที่รัฐสภา แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค และนางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วยนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(ผู้ว่าฯกทม.) ร่วมแถลงข่าวเปิดผลการตรวจสอบผ่านแพลตฟอร์ม "ส่องรัฐ" ภายใต้หัวข้อ “ส่องรัฐ จับตาการจัดซื้อจัดจ้าง กทม.” หลังพบความผิดปกติในการบริหารงบประมาณช่วงปี 2568-2569 ที่น่าตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใส
นายสกลธี กล่าวว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ สืบเนื่องจากข้อสงสัยในการบริหารงานของกรุงเทพมหานคร แม้โพลหลายสำนักจะสะท้อนว่าการทำงานเป็นที่พอใจ แต่ในด้านการทุจริตสื่อมวลชนหลายแห่งกลับตั้งคำถามอย่างรุนแรงว่า "สอบตก" โดยทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ได้ใช้แพลตฟอร์ม "ส่องรัฐ" เข้าไปตรวจสอบข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างที่เปิดเผยต่อสาธารณะ พบพฤติกรรมที่ต้องตั้งคำถามถึงผู้บริหารกทม. ชุดที่ผ่านมา
นาฃการดี ระบุว่า จากโครงการที่ตรวจสอบได้จำนวน 43,178 โครงการ งบประมาณรวม 52,380 ล้านบาท พบว่าสูงถึง 92.8% เป็นการจัดซื้อจัดจ้างด้วย "วิธีเฉพาะเจาะจง" รวม 40,054 โครงการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 13,370 ล้านบาท ซึ่งตามกฎหมายวิธีนี้จะใช้ได้เฉพาะกรณีเร่งด่วน หรือมีความจำเป็นเฉพาะตัวเท่านั้น
แต่ข้อมูลกลับพบว่าโครงการถึง 38,945 โครงการ มีมูลค่างานต่ำกว่า 5 แสนบาท ซึ่งเข้าข่ายการซอยย่อยโครงการ เพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการประกวดราคาที่โปร่งใสและมีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
“นอกจากนี้ ยังพบโครงการก่อสร้างศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกลางมูลค่า 4,000 ล้านบาท ที่มีผู้เข้าประมูลเพียง 2 ราย และเสนอราคาต่างกันเพียง 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้น” นางการดี เน้นย้ำ
ด้าน นายอนุชา กล่าวเสริมว่า สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการพบรายชื่อผู้รับจ้าง "รายเดิมซ้ำๆ" ในโครงการที่ถูกซอยย่อยออกมา ซึ่งทำให้ราคาอาจสูงกว่าราคาตลาด เนื่องจากขาดการแข่งขัน นอกจากนี้ ข้อมูลยังเข้าถึงได้ยากมาก แม้จะเป็นหน่วยงานรัฐที่ควรเปิดเผยข้อมูลต่อประชาชน แต่กลับมีการหลบซ่อนและไม่ยินยอมให้ข้อมูลในบางส่วน ซึ่งย้ำให้เห็นว่าจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีเอไอเข้ามาตรวจสอบพฤติกรรมเชิงระบบ โดยตนยืนยันว่าการออกมาเปิดเผยข้อมูลนี้ไม่ใช่การดิสเครดิต แต่เป็นการปกป้องเงินภาษีของประชาชน และต้องการให้คนกรุงเทพฯ ตระหนักถึงพฤติกรรมการบริหารงานที่ไม่เป็นบรรทัดฐานที่ดี
นายสกลธี กล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยไม่ได้เพิ่งตรวจสอบ แต่เป็นผลจากการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เพิ่งสำเร็จ และข้อมูลหลาย ส่วนยังคงถูกปิดบังโดยเฉพาะรายละเอียดในทีโออาร์ (TOR) ซึ่งพรรคจะเดินหน้าติดตามตรวจสอบ และนำข้อมูลเพิ่มเติมมาเปิดเผยต่อสังคม พร้อมขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนร่วมติดตามวงเสวนาในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน เวลา 18.00 น. ที่ปาร์ค สีลม โดยจะมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายกรณ์, นางการดี, นายสกลธี และนายอนุชา มาร่วมชำแหละการทุจริตใน กทม. เพิ่มเติมอย่างละเอียดต่อไป

