วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2569

Login
Login

วิกฤติร้อน สั่นคลอน ‘สีน้ำเงิน’ จุดเสี่ยง ‘ร่นอายุรัฐบาลภท.’ ?

สถานการณ์“รัฐบาลภูมิใจไทย” แม้เวลานี้จะเบ็ดเสร็จในเชิง“ดุลอำนาจ” คุมแทบทุกองคาพยพไว้ในมือ ทว่าในแง่ของ“ความเชื่อมั่น” กลับเผชิญแรงสั่นคลอนจากสารพัดปมร้อน ที่กัดกร่อน “ระบอบสีน้ำเงิน”

ประเด็น TH-AI Passport ที่อยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) แม้ท่าทีล่าสุดจากทั้ง  “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ประสานเสียงในทิศทางเดียวกันกับ  “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี ยืนยันเดินหน้าโครงการ แต่อาจเขียนแนบท้ายทีโออาร์ “รัฐจ่ายเงินตามการใช้จริง”

ทว่า ภายใต้เกมการเมืองที่กำลังรุกคืบ เวลานี้ยังเห็นชัดถึงจังหวะ “ฝ่ายค้าน” ที่กำลังผสมโรง“ฝ่ายแค้น” หยิบประเด็นความเชื่อมโยง “เอกชน” บางราย กับ “ระบอบสีน้ำเงิน”  ชิงจังหวะ “เดินเกมสองขา”

ขาแรก คือ ใช้เวทีสภาฯ ซักฟอกงบประมาณ 2570 ที่กำลังจะเข้าสภาฯ วาระแรก เพื่อรับหลักการ  ในช่วงเดือน มิ.ย.นี้ โดยเฉพาะงบฯกระทรวงดีอี ซึ่งถูกจั่วหัวโดยพรรคประชาชน เป็นหนึ่งในประเด็นไฮไลต์ ที่จะถูกขยี้กลางสภาฯ อย่างแน่นอน 

ขาที่สอง คือยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อเตะสกัด หากรัฐบาลยังยืนยัน จะเดินหน้าโครงการดังกล่าว 

การเดินเกมของ“ฝ่ายค้าน” ที่กำลังผสมโรง“ฝ่ายแค้น”เวลานี้ เห็นชัดถึงเกมหวังผล ขยี้“รัฐมนตรีลูกนก” ที่กำกับดูแลโดยตรงหวังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึง“เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่สีน้ำเงิน ผู้เป็นพ่อ

ไหนจะประเด็น “ฮั้วสว.” ท่ามกลางกระแสข่าว ส่อแววฟอกขาว “เป่าคดี” เอาผิดแค่ระดับ “ปลาซิว” ปล่อยผี “ระดับสั่งการ” 

ล่าสุดถูกย้ำแผล โดย“พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ไปที่ “คลิปโพยฮั้ว”  ซึ่งเป็นเหตุการเลือก สว.ระดับประเทศ ในวันที่ 26 มิ.ย.2567  โดยคลิปดังกล่าวปรากฎภาพ "ประธานหมง" มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา สายตรงบุรีรัมย์ ในลักษณะส่งเอกสารอะไรบางอย่าง

แม้ล่าสุด จะมีการส่งบทผ่านสว.สายสีน้ำเงินทั้ง "พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์" สว. แถลงตอบโต้กรณีดังกล่าว ตั้งคำถามถึงระยะเวลาเหตุใดจึงปล่อยล่วงเลยมานานกว่า2ปี 

ไม่ต่างจาก “พล ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร” สว.สีน้ำเงินเข้ม สายตรงบุรีรัมย์ โชว์ลูกเก๋าอดีตพนักงานสอบสวน ฟันธงว่า คลิปที่ปรากฎ “ไร้น้ำหนัก” 

ทว่า ภายใต้สารพัดครหาที่กำลังเกิดขึ้นเวลานี้ โดยเฉพาะการพิจารณาคดีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่เป็นไปอย่างล่าช้า ย่อมกลายเป็นดาบสองคม ที่กลับมาขย่มรัฐบาล และพรรคภูมิใจไทย ภายใต้ครหาความชอบธรรม ในวันที่เรืองอำนาจได้เช่นเดียวกัน 

หรือแม้แต่ศึกเมือง“ไข่มุกอันดามัน” ที่นำมาสู่การโยกย้าย “ผู้ว่าเซมเบ้”  นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร พ้นจากผู้ว่าฯภูเก็ต ไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ขณะที่คู่กรณีคือ “ธีระพงศ์ ช่วยชู” หรือ “รองฯกุ้ง” จากรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปนั่งรองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช รวมไปถึง "อดุลย์ ชูทอง" จากรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ย้ายไปเป็นรองผู้ว่าฯสงขลา เพื่อรีเซตอำนาจภายในภูเก็ตกันใหม่

ล่าสุด มีการส่งบทผ่าน “กมธ.สีน้ำเงิน” โดย “อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ” สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ออกแอ็กชันรับลูกรัฐบาล สยบจุดอ่อน ที่ล้มเหลวในการกวาดล้างผู้มีอิทธิพล เตรียมลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 26-27 มิ.ย.

ทว่ายังต้องจับตาแม้ในมิติการเมือง จะถือว่ารัฐบาลภูมิใจไทย ถือดุลอำนาจแบบเบ็ดเสร็จแทบทุกองคาพยพ มั่นคงทางเสถียรภาพการเมือง 

แต่จากวิกฤติร้อน ที่ทับซ้อนกันมาเรื่อยๆ ในเวลานี้ ทำให้ความเชื่อมั่นนับวันจะถูกเซาะกร่อนลง จนที่สุดอาจกลายเป็นไฟต์บังคับ ในการ“ร่นอายุ”รัฐบาล ให้สั้นลงเป็นได้