วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘ภูเก็ต’เดือด ‘สิงห์’รบ‘สิงห์’ สะเทือนตึกไทยฯ สะท้านบุรีรัมย์

จากกรณีปมร้อน “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย ไล่บี้กลางวงประชุมถามหา “รองฯซีฟู้ด” หลังโซเชียลแฉ จะย้าย “ผู้ว่าฯภูเก็ต” จนนำมาสู่ คำสั่งย้าย “ธีระพงศ์ ช่วยชู” จากรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปเป็นรองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช และ“อดุลย์ ชูทอง” จากรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปเป็นรองผู้ว่าฯ สงขลา

กระทั่งประชุม ครม.16 มิ.ย.“อนุทิน” ทนวาระร้อนไม่ไหว ไฟเขียววาระย้าย “ผู้ว่าฯเซมเบ้” นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร จากผู้ว่าฯ ภูเก็ต ไปนั่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้ง “โชตินรินทร์ เกิดสม” รองปลัด ไปนั่งผู้ว่าฯ ภูเก็ต แทน

ในฐานะ มท.1 อนุทิน ยอมรับว่าการโยกย้าย เป็นผลสืบเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ 

“ภูเก็ต มีหลายเรื่อง ผมลงไปดำเนินการ 2-3 วันก็ยังไม่ดีขึ้น พอมีอะไรขึ้นมา ก็มีการแฉนั่น แฉนี่ มันทำงานกันไม่ได้หรอกแบบนี้ เราก็ต้องเอาคนที่ไม่มีความขัดแย้งกัน เอาคนที่ทำงานร่วมกันได้ ไปทำงาน เพราะภูเก็ตเป็นเมืองเศรษฐกิจ ที่สร้างรายได้ให้ประเทศมหาศาล

ขณะเดียวกันเราก็ไม่ยอมให้เกิดประเด็น เช่น บุกยึดที่ดินชายหาด ไล่ชาวบ้าน ข่มขู่ มาเฟีย ต่างๆ นานา และแอบอ้างกันอะไรเช่นนี้ แล้วจะให้ผมรอรับฟังรายงาน ว่าขอเวลาอีก 9 เดือนไปสืบสวนสอบสวน ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน ผมก็มอบนโยบายให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าช่วงนี้มีปัญหาเยอะก็เร่งแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด”

ทว่า ปัญหาความขัดแย้งใน “มหาดไทย” อาจจะไม่จบแค่การโยกย้ายทั้งผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ แล้วจบ เพราะปมขัดแย้ง ฝังรากลึกจนสร้างบาดแผลในใจ “บิ๊กค่ายน้ำเงิน” เมื่อ “ลูกน้อง” รบกันย่อมสะเทือนถึง “นาย”

ยิ่ง “ภูเก็ตเมืองใหญ่” ไข่มุกอันดามัน ผลประโยชน์มหาศาล ด้านเศรษฐกิจ ทั้งท่องเที่ยว การลงทุน โดยมี “สิงห์ภูเก็ต” สายนักปกครอง เข้ามาดูแล โดยส่วนใหญ่เติบโตมาจากในพื้นที่ ไต่ตำแหน่งขึ้นมา ตั้งแต่ปลัดอำเภอ นายอำเภอ ขยับเป็นปลัดจังหวัด รองผู้ว่าฯ และผู้ว่าฯตามลำดับ

“ทีมสิงห์เดิม” แบ่งสรรกันลงตัว มีคนการเมืองระดับ “ผอ.พรรค” เป็นแบ็คอยู่เบื้องหลัง จู่ๆ “ผู้ว่าฯใหม่” ถูกส่งเข้าไป พ่วงด้วยปลัดจังหวัดคนสนิท กลายเป็น “ดรีมทีมสิงห์ใหม่” เข้าไปจัดระเบียบหลายเรื่อง หลายพื้นที่ จนกระทบผลประโยชน์ “ทีมสิงห์เดิม” อย่างรุนแรง

ช่วงที่มีข่าวบุกรุกที่ดินหาดบางเทา- หาดฟรีดอม “ทีมสิงห์ใหม่” สบช่องเข้าไปรื้อเครือข่าย ทำให้เกิดแรงปะทะกับหนึ่งใน“ทีมสิงห์เดิม” ระดับรองผู้ว่าฯ เพราะเข้าไปมีเอี่ยวกับผู้มีอิทธิพลบุกรุกหาดบางเทา

ขณะเดียวกัน เริ่มมีข่าวเชื่อมโยง “รองฯซีฟู้ด” หนึ่งใน “ทีมสิงห์เดิม” เคยเป็นนายอำเภอในพื้นที่แถบนี้ 

เมื่อกระแสข่าวกดดันอย่างหนัก ทำให้ “ทีมสิงห์ใหม่” เข้าไปเปิดปฏิบัติการ ยึดคืนพื้นที่สาธารณะริมชายหาด ทั้งหาดบางเทา หาดฟรีดอม จนสะเทือนผลประโยชน์หลักร้อยล้าน นับรวม 2 หาดอาจถึงระดับพันล้าน

ทำให้ “ทีมสิงห์เก่า”วางแผนแก้เกม โดยนัดหารือ ระหว่าง"รองฯ ซีฟู้ด" "ผอ.พรรคการเมือง" และ“บิ๊กสีกากี” ในพื้นที่ จากนั้นไม่นานก็มีม็อบผู้ประกอบการสถานบันเทิงหาดป่าตอง รวมตัวชุมนุมขับไล่ “ปจ.” ไปยื่นหนังสือถึงระดับอธิบดี ในที่สุด “ปจ.” ได้ถูกย้าย

“ปจ.” ที่ว่านี้ ภายหลังทราบกันว่า คือ ปลัดรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต คนสนิท ทีมเดียวกันกับ “ผู้ว่าฯเซมเบ้” นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร

เมื่อย้าย “ปจ.” สำเร็จ จึงมีการปล่อยข่าวต่อ เตรียมย้ายผู้ว่าฯ และเปิดปฏิบัติการกดดันอย่างหนัก เพราะมีฝ่ายการเมืองระดับ “ผอ.พรรค” หนุนหลัง

ส่วนการจัดระเบียบ จัดการแก๊งอิทธิพลรุกหาด ล่าสุด ยังไม่มีความคืบหน้า ระยะหลังเมื่อกระแสข่าวซาลง “เครือข่ายมาเฟีย” จึงกลับไปยึดพื้่นที่เหมือนเดิม 

มีข้อมูลเบื้องลึกว่า “ผู้ว่าฯเซมเบ้” ทนไม่ไหว ได้ส่งไลน์ไปฟ้อง“นายกฯอนุทิน” ทำให้นายกฯ ในฐานะ มท.1 หยิบยกประเด็น มาพูดในวงประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ในการประชุมมอบนโยบาย ผู้บริหาร และผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ 76 จังหวัด จนเป็นข่าวดังสั่งสอบ และสั่งย้ายในที่สุด

ต้องยอมรับว่า ปัญหาในกระทรวงมหาดไทยขณะนี้ แบ่งการปกครองเป็น “2 เลเยอร์” หนึ่ง “เลเยอร์กระทรวง” คุมเกมโดย มท.หนู รมว.มหาดไทย และ “ปลัดป๊อป” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย

“มท.หนู” ตั้ง “ปลัดป๊อป” ขึ้นเป็นปลัด ตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย รอบแรก ในรัฐบาลพรรคเพื่อไทย อายุราชการเหลือยาว 7 ปี คู่นี้ถือว่าสนิทแนบแน่นกันไม่น้อย เพราะไปไหนไปกัน 

“ปลัดป๊อป” ยังเป็นสายสิงห์ดำ จุฬาฯ ขึ้นชั้นปลัดตั้งแต่ช่วงรัฐบาลเพื่อไทย ต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลอนุทิน 1 กลายเป็นคู่หู “หนู - ป๊อป” คุมอำนาจในกระทรวงค่อนข้างเบ็ดเสร็จ

ทว่า จุดเปลี่ยนสำคัญ อยู่ในช่วงจัดตั้งรัฐบาลภูมิใจไทย ที่พรรคเพื่อไทยขอโควตามหาดไทยคืน แต่ก็พลาดหวัง หลังภูมิใจไทยกลับไปยึดมหาดไทยได้ จึงมีการโยกย้ายใหญ่ในกระทรวง เปลี่ยนตัวอธิบดีกรมการปกครอง โดยดึง “ผู้ว่าฯเซมเบ้” จากเชียงใหม่ มานั่งเป็นอธิบดี

“ผู้ว่าฯเซมเบ้” ถูกมองเป็นสายเพื่อไทย เมื่อการเมืองเปลี่ยนอีกครั้ง ภูมิใจไทยกลับมามีอำนาจ ตั้งรัฐบาลอนุทิน 1 และ “มท.หนู” กลับมา จึงมีการย้าย “ผู้ว่าฯเซมเบ้” อีกครั้ง แบบไว้หน้า เพราะเป็น “สิงห์ดำ” สีเดียวกับปลัด จึงให้ไปนั่งที่ภูเก็ต และสร้างตำนานบทใหม่ ถูก “รองผู้ว่าฯซีฟู้ด” เขย่าเก้าอี้

สอง “เลเยอร์เหนือกระทรวง” คุมเกมโดย “ครูใหญ่บุรีรัมย์” มีข่าวดัน “อธิบดีพวง” นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ขึ้นปลัดมหาดไทย แทน “ปลัดป๊อป” แต่มีข่าวไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” จึงทำให้ทุกอย่างชะงัก โดยข่าวไลน์หลุดบานปลายมาจากคำสั่งย้าย “ปจ.ภูเก็ต” รุ่งเรือง ธิมาบุตร

ต้นตอปัญหาจึงมาจากเรื่องเดียวกัน กรณีสั่งย้าย “ปจ.ภูเก็ต” และเขย่าเก้าอี้ผู้ว่าฯ เซมเบ้ โดยมีฝ่ายการเมืองระดับ “ผอ.พรรค” สีเข้มๆ อยู่เบื้องหลัง ฝ่ายการเมืองรายนี้เชื่อมตรง “บุรีรัมย์” จึงทำให้ “มท.หนู” ขยับลำบาก

วงในประเมินว่า คำสั่งย้ายล่าสุด น่าจะเพื่อลดแรงกดดัน รอเจรจาให้จบกันไป เพราะเครือข่ายผลประโยชน์ในภูเก็ต แข็งแกร่ง และมหาศาล

ฉากรบ “ภูเก็ต” จึงส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึง “คลองหลอด” กระทบมายัง “ตึกไทยคู่ฟ้า” เมื่อสายตรง “นายกฯหนู” ต้องมาทำศึกกับ “สายตรงบุรีรัมย์” ความขัดแย้งครั้งนี้ จะจบลงอย่างไร น่าติดตามอย่างยิ่ง