"กรณ์" ยื่น "ศาลรธน." คัดค้านคำแถลง "รัฐบาล" คดีกู้เงิน 4แสนล้านบาท ยันดัชนีวัดเศรษฐกิจชี้ไม่เข้าขั้นวิกฤติเศรษฐกิจกระทบมั่นคง-สงครามมีสัญญาณยุติ
ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นคัดค้านคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงิน 4แสนล้านบาทต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่า จากคำชี้แจงของ ครม. ไม่สามารถอธิบายเหตุผลของการตัดสินใจออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่าเข้าเกณฑ์รัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติไว้ในมาตรา 172 อย่างไร เพราะตามเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญนั้น ได้ให้ความสำคัญกับการรักษาวินัยทางการคลัง ในที่นี้หมายความว่ารัฐบาลสามารถกู้ยืมเงินได้แต่ต้องเป็นการกู้ยืมเงิน ตามกฎหมายหนี้สาธารณะ อย่างไรก็ดีตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญได้เปิดความยืดหยุ่นไว้ให้กับรัฐบาลว่าในกรณีที่มีภัยที่มีผลกระทบต่อระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลสามารถกู้ยืมเพิ่มเติมได้ด้วยการออก พ.ร.ก. ขณะที่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญได้กำหนดเกณฑ์ไว้ชัดเจนว่าต้องเป็นวิกฤติเศรษฐกิจที่มีผลต่อความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจของประเทศ
นายกรณ์ กล่าวต่อว่าสำหรับในการกู้เงินของรัฐบาลปัจจุบัน หากนำมาเปรียบเทียบกับการกู้เงินในอดีต จะเห็นได้ว่า อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นปกติ โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเกินเป้าที่กำหนดไว้ด้วยซ้ำ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 2.8% ดังนั้นในปีนี้ก็มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะโตมากกว่า 2% ส่วนเรื่องทุนสำรองระหว่างประเทศที่เคยเป็นปัญหาในช่วงต้มยำกุ้งนั้น ในตอนนี้ก็อยู่ในระดับที่สูงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งการจัดเก็บภาษี รัฐบาลก็จัดเก็บได้เกินเป้า ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ระดับหนี้สาธารณะก็อยู่ภายในกรอบของ พ.ร.บ.วินัยทางการคลังที่กำหนดไว้ที่ 70% โดยทุกดัชนีชี้วัดวันนี้ไม่สามารถที่จะอ้างได้ว่าเศรษฐกิจอยู่ในระดับวิกฤติที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศได้
"ด้วยเหตุผลอื่น ๆ ที่รัฐบาลหยิบยกขึ้นมาอ้างเพื่อออก พ.ร.ก. ครั้งนี้ จึงเป็นการอ้างที่ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ และไม่สอดคล้องกับ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง พรรคประชาธิปัตย์มองว่าถ้าเราปล่อยให้รัฐบาลยังสามารถที่จะออก พ.ร.ก.เงินกู้ในสถานเศรษฐกิจปัจจุบัน ที่ถือว่าเป็นปัญหาระดับปกติของทุกรัฐบาลที่คงจะต้องเผชิญ จึงสุ่มเสี่ยงต่อการทำลายวินัยทางการคลังของประเทศ และเป็นการเปิดช่องให้ทุก ๆ รัฐบาลในอนาคต สามารถที่จะอ้างเป็นประเด็นปัญหาซึ่งเป็นความท้าทายตามปกติมาเป็นเงื่อนไขในการออก พ.รก.เงินกู้ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นการสร้างภาระหนี้สินของประเทศให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น” นายกรณ์ กล่าว
นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า ขณะที่ประเด็นสงครามนั้น ขณะนี้มีสัญญาณที่จะยุติ ราคาน้ำมันได้ปรับลดลงทุกวัน ถ้ารัฐบาลต้องการที่จะให้ราคาน้ำมันถูกลงเพื่อที่จะลดภาระค่าของชีพของประชาชน รัฐบาลก็มีช่องทางอื่นที่สามารถดำเนินการได้ และพรรคประชาธิปัตย์เคยให้คำแนะนำไปแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่การลดภาษีสรรพสามิต ที่จะทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มปรับลดลงทันที หรือการปรับวิธีการกำหนดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ที่ในปัจจุบันยังคงใช้ราคาอ้างอิงของสิงคโปร์อยู่เหมือนเดิม

