"พิสิษฐ์" ยันมีโพยเลือก สว. ศาลเคยชี้ไม่ผิดกฎหมาย มอง "พริษฐ์" จ้องดิสเครดิตการเมือง ด้าน "สุนทร" ขอ กกต.สอบ สว.ฝั่งปชต. หลังพบคลิปประชุมแลกคะแนน-พกโพย
ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. แถลงต่อกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน เผยแพร่คลิป กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เก็บโพยและตั้งคำถามต่อการกระทำที่ส่อทุจริตการเลือกสว. ว่า นายพริษฐ์ทราบหรือไม่ว่ากรณีโพยนั้นศาลคดีอาญาทุริตประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาแล้วว่า การนำโพยหรือเอกสารที่เป็นสว.3 ใดๆเข้าไปในวันเลือกตั้งไม่เป็นความผิด และตนขอตั้งข้อสังเกตสิ่งที่นายพริษฐ์ดำเนินการนั้นต้องการเพื่อให้เกิดระบอบส้ม เกิดคอนเทนต์ เน้นยอดไลค์ ยอดแชร์ หรือต้องการสื่อให้สังคมเข้าใจผิดหรือไม่ ซึ่งตนไม่สามารถยอมรับได้ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการปล่อยคลิปดังกล่าวเพื่อดิสเครดิตการเมือง ตนมองว่าอาจเป็นไปได้ และบางที สว. ทั้ง 138 คน ตกเป็นจำเลยของสังคมมากเกินไปทั้งที่มีอีกกลุ่มที่มีโพยเช่นกัน และหากเรื่องดังกล่าวคือการทุจริต กกต.คงตัดสิทธิ์ไปแล้ว
เมื่อถามถึงการเผยแพร่คลิปล่าสุดที่พบว่ามีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาปรากฎในคลิป ซึ่งมองว่าอาจมีส่วนรู้เห็จต่อการกระทำที่ขัดกฎหมายเลือกตั้ง นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า จากที่เห็นในคลิปที่ระบุว่านายมงคลยื่นเอกสารให้ กกต. ซึ่งตนไม่ทราบว่าเป็นเอกสารอะไร ต้องไปสอบถามกับนายมงคล แต่ตนตอบไม่ได้ว่านายมงคงจะตอบหรือไม่ แต่หากเป็นการกระทำที่นายมงคลมีความผิดจริง ตนเชื่อว่ากกต.คงไม่ปล่อยให้ความผิดสำเร็จ แต่ต้องดำเนินการไปตั้งแต่วันที่เลือกแล้ว คงไม่ปล่อยมาถึง 2 ปี
เมื่อถามย้ำว่ามีสว.เรียกร้องให้นายมงคลรับผิดชอบด้วยการลาออก นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า “อย่างที่บอก ถ้าผิด กกต.คงไม่ยอม และคงไม่ปล่อยให้มีการรับรอง สว.ทั้ง 200 คน ถ้าแค่คิดตรงนั้น แล้วมีการยื่นเอกสารแล้วบอกว่าผิด ถ้าผิดทำไมกกต.รับรอง ต้องไปถามกกต.”
เมื่อถามย้ำว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ากกต.อาจจะช่วยในเรื่องนี้หรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ตนคงตอบไม่ได้ เพราะไม่มีอำนาจก้าวล่วง ทั้งนี้จะมีเหตุผลอะไรที่ กกต.จะเข้ามาช่วย กกต.รู้จักใครในสว. 200 คนหรือไม่
เมื่อถามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะกระทบกับความเชื่อมั่นของวุฒิสภามากขึ้นหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าว่าไม่สามารถห้ามใครได้ ทั้งนี้สว.ทั้ง 200 คน มาตามกฎหมายและเลือกผ่านมาทุกอย่าง ถูกต้องทุกประการ
ทางด้าน พล.ต.ต.สุนทร ขวัญเพ็ชร สว. กล่าวว่าที่ออกมาเปิดเผยไม่ใช่ต้องการว่าหากเราผิด คนอื่นต้องผิดด้วย เพราะอีกกลุ่มมีโพยด้วยเช่นกัน ทั้งนี้หลังวันเลือกสว.เมื่อปี2567 มีสถานีโทรทัศน์นำโพยไปออกอากาศโดยระบุว่าเป็น กลุ่ม 2-20 ที่บอกว่าให้เลือกใครบ้าง และตนได้ตามต่อจนพบคลิปที่พบว่ามีผู้สมัคร สว.กลุ่มหนึ่งไปประชุมที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเมืองทองธานี และชูมือบอกว่าจะเราจะเข้ามา ทั้งนี้ บุคคลตามภาพนั้นถูกเลือกเข้ามาเป็นสว. ได้เพียง10-20 คน และตนได้ตามต่อพบ สว.สอบตกในกลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน มีชื่อในโพยลำดับที่4 ให้สัมภาษณ์ถึงกระบวนการเลือกสว.ของกลุ่มเขาเป็นมาอย่างไร โดยระบุว่าได้ตกลงกันแล้ว แต่เหตุผลที่เข้ามาไม่ได้เพราะมีเหตุขัดข้องกัน ทั้งนี้คลิปทั้งหมดสามารถค้นหาได้ โดยใช้คำค้นว่า เลือกสว.ขั้วประชาธิปไตย ทั้งนี้ตนฐานะเคยเป็นพนักงานสอบสวน ได้รวบรวมพยานหลักฐานไว้ โดยพยานหลักฐานที่ว่ามีโพยนั้นได้มาจากรายการของสื่อมวลชน ไม่ใช่ได้มาจากห้องน้ำ
“ดังนั้นการมีโพยไม่ผิดกฎหมาย เพราะกฎหมายไม่ห้าม ทั้งนี้สว.เสียงข้างน้อยตอนนี้ วันเลือกตอนนั้นก็มีโพยด้วย แต่ไม่โดนตรวจสอบ ดังนั้นผมขอให้กรรมการการเลือกตั้งตรวจสอบด้วย เพราะทุกครั้งที่ขยี้เรื่องนี้ มีแต่ฝั่ง 138 สว. ส่วนอีกฝั่งไม่เคยถูกตรวจสอบกระบวนการได้มา ทั้งที่พยานหลักฐานชัด มีการประชุม และคลิปยังมีผู้หลักผู้ใหญ่ของกลุ่ม บอกว่าพวกเราอย่าช่วยเหลือกันนะ แต่ประเด็นี้ไม่มีใครพูดถึงในสื่อต่างๆ หากอยากจะเอาหลักฐาน ติดต่อผมได้ผมมีคลิปทั้งหมด ทั้งนี้ที่ออกมาพูดเพื่ออยากขอความเป็นธรรมให้สว.กลุ่ม 138 คนและอยากทำให้ความจริงปรากฎ” พล.ต.ต.สุนทร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมองว่ามีโพยไม่ผิด แต่ทำไมถึงอยากให้กกต.ตรวจสอบ สว.เสียงข้างน้อย พล.ต.ต.สุนทร กล่าวด้วยว่าเพื่อให้ความเป็นธรรม และทำให้ความจริงปรากฎ ทั้งนี้ในกลุ่มดังกล่าวมีการประชุมและได้ตกลงกันซึ่งมีทั้งคลิปและภาพชัดเจน ทั้งนี้มีคำพิพากษาว่าการตกลงแลกคะแนนกันนั้นทำไม่ได้ และผิดกฎหมาย
“ที่ผมพูดไม่ใช่ต้องการบอกว่าหากผมผิด คุณต้องผิด หรือ หากผมเลว คุณต้องเลว ไม่ต้องการแบบนั้น แต่ต้องการทำความจริงให้ปรากฎถึงกระบวนการเลือกสว.ที่ผ่านมา และต้องให้ความเป็นธรรมกับ สว.ทั้ง2 ฝั่งด้วย เพราะยอมรับว่าการเลือกสว.ระดับประเทศไม่มีใครที่จำใครได้ หรือ จำเบอร์แต่ละคนได้ เพราะเพิ่งรู้จักกันดังนั้น แต่ละคนต้องมีวิธีการของตัวเองเพื่อให้เลือกผู้สมัครที่ต้องการได้โดยไม่ทำให้การลงคะแนนบนบัตรนั้นกลายเป็นบัตรเสีย” พล.ต.ต.สุนทร กล่าว

