วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน 2569

Login
Login

ศึกเลือกตั้งชิงสภาฯ กทม.กระจาย กลุ่มอิสระนำ ตัดแต้ม ‘ส้ม-ฟ้า’

คนการเมืองต่างรู้ดีกันว่า สนามเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. 2569 คนที่ได้รับชัยชนะจะต้องเป็นผู้สมัครที่มีคะแนนจัดตั้งสูง เพราะบริบทคนกรุงเทพฯ ใน 50 เขต ไม่ได้รู้สึกตื่นตัว หรืออยากออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่น เท่าการเลือกตั้งระดับชาติ

จำนวนคนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สก.เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2565 มีผู้มาใช้สิทธิ ร้อยละ 60.48 ขณะที่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.วันเดียวกันนั้น มีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 60.73

จำนวนตัวเลขไม่สูงย่อมส่งผลให้ผู้สมัคร สก.โดยเฉพาะเจ้าของพื้นที่แชมป์หลายสมัยมีโอกาสได้รับเลือกตั้งสูง เพราะจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งนั้นไม่สามารถดึงคนในกลุ่มนิติบุคคลทั้งหมู่บ้านและคอนโดออกมาเลือกตั้งได้มากนัก

ผู้สมัคร สก.บางเขตที่ผวาต่อคะแนนกระแสจากการเลือกตั้ง สส.เมื่อ 8 ก.พ. 2569 ที่กระแสพรรคสีส้มยึดกรุงเทพฯยกเมืองหลวง ยังถึงขั้นภาวนาให้วันเลือกตั้ง สก.ที่จะถึงนี้ เกิดฝนตกกระหน่ำ เพื่อยับยั้งไม่ให้คนกรุงตื่นตัวออกมาเลือกตั้งท้องถิ่นนี้ หากออกมาน้อย คะแนนจัดตั้งจะเข้าวินสูงกว่าคะแนนกระแส

ด้วยบริบทเช่นนี้ ทำให้ผู้สมัครบางพรรคโดยเฉพาะค่ายสีแดง “เพื่อไทย” ซึ่งยังไม่ฟื้นตัวจากการเลือกตั้งระดับชาติ จำเป็นต้องยิงแอร์วอร์ ผ่านเครือข่ายโซเชียลมีเดียอย่างหนัก เพื่อหวังดึงแต้มที่เข้าไม่ถึงนอกจากคะแนนเสียงในชุมชนและตามตรอกซอกซอย แฟลตหรือหมู่บ้านที่เข้าถึงได้มาเป็นคะแนนของตัวเอง

ศึกเลือกตั้งชิงสภาฯ กทม.กระจาย กลุ่มอิสระนำ ตัดแต้ม ‘ส้ม-ฟ้า’

จากการประเมินก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง สก.นั้น ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) ระบุถึงสนามเลือกตั้ง สก.ครั้งนี้ว่า ผู้สมัคร สก.ที่มีฐานเสียงจัดตั้งเป็นของตัวเองมีโอกาสชนะเลือกตั้งสูง ขณะที่พรรคการเมืองที่พึ่งพาคะแนนกระแสทั้งพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์จะถูกรุมตัดแต้มอย่างหนัก

“ของนิด้าโพลยังเก็บผลสำรวจอยู่แต่ถ้าอิงจากโพลบางสำนักแล้ว กลุ่มอิสระตอนนี้ที่ประกอบด้วยกลุ่มคนทำงาน กลุ่มพรรคเพื่อไทย และกลุ่มอิสระไม่สังกัดพรรคไหน จะได้เปรียบกว่า แต่คำถามว่า อิสระนั้นจะอิสระแค่ไหน เพราะเขตบ้านผม เขตสะพานสูง ไม่มีอิสระลงเลย มีแต่พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเศรษฐกิจ และกลุ่มคนทำงานที่คนส่วนใหญ่รู้ว่าไม่อิสระเพราะเชื่อมโยงกับอดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. ต่อศักดิ์ โชติมงคล ผมยังเชื่อว่า สก.ที่มีคะแนนจัดตั้งได้เปรียบเยอะมาก แน่นอนว่า ผู้สมัคร อดีต สก.กลุ่มคนทำงาน ที่เคยอยู่พรรคเพื่อไทยจะมีฐานเสียงที่แน่นกว่าผู้สมัครอื่นในเขตสะพานสูง”

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจจาก “สวนดุสิตโพล”ล่าสุดเมื่อ 14 มิ.ย. 2569 เกี่ยวกับ“การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 (ครั้งที่ 3)” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,029 คน คนกรุงเทพฯ จะเลือก สก. อิสระ มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ร้อยละ 35.39 รองลงมา พรรคประชาชน ร้อยละ 28.88 ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 12.52 พรรคพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 9.96

จากผลสะท้อนเช่นนี้ ทำให้ ผอ.นิด้าโพล ประเมินว่าก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้ง สก.ว่า ถ้าคนมาใช้สิทธิไม่เยอะ ผู้สมัครคนไหนมีคะแนนจัดตั้งเยอะจะมีโอกาสทันที แม้ผู้สมัคร สก.หลายคนจะเคยสังกัดพรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์แต่ไปลงนามอิสระ ก็ยังมีฐานเสียงจัดตั้งอยู่สูง

“กลุ่มผู้สมัครอิสระ ทั้งคนทำงาน กลุ่มอิสระอื่นๆ คะแนนจะกระจายเยอะเลย รวมกันได้ อันดับ 1 แน่นอน ส่วนพรรคเพื่อไทยที่ได้คะแนนนิยมไม่เยอะ ต้องไม่ลืมว่า พรรคเพื่อไทยส่งผู้สมัคร สก.เพียง 14 เขต แม้ตัวเลขผลสำรวจไม่เยอะ แต่ถ้าวัดจากการส่ง 10 กว่าเขต ถือว่าส่วนใหญ่อาจเป็นได้ สก.ทั้งหมด” ผอ.นิด้าโพลชี้

ศึกเลือกตั้งชิงสภาฯ กทม.กระจาย กลุ่มอิสระนำ ตัดแต้ม ‘ส้ม-ฟ้า’

ขณะที่กลุ่มคนทำงาน ที่ส่งผู้สมัครที่บางส่วนเป็น สก.พรรคเพื่อไทยลงสมัครอีกครั้ง รวมส่งผู้สมัครทั้งหมด 33 เขต เพราะหลีกทางให้บางเขตที่ไม่มีตัวผู้สมัครและไม่ชนกับบางพรรคการเมือง ผอ.นิด้าโพล คาดว่าจะมีโอกาสได้คนที่เคยเป็น สก.เข้าวินสูงถึง 10 กว่าเขต อาจสูสีกับพรรคเพื่อไทยด้วย

ศึกเลือกตั้งชิงสภาฯ กทม.กระจาย กลุ่มอิสระนำ ตัดแต้ม ‘ส้ม-ฟ้า’

สำหรับพรรคประชาชนที่ต้องใช้แต้มกระแสล้วนๆ โดยพึ่งพาคะแนนจัดตั้งน้อยกว่าบรรดานักเลือกตั้ง มีการวิเคราะห์ว่า พรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่งผู้สมัครทั่วกรุงเทพฯ 50 เขตจะถูกรุมตัดแต้มอย่างหนัก ด้วยปัจจัยหลักคือ คนไม่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สู้คะแนนจัดตั้งของบรรดานักเลือกตั้งสนาม สก.ไม่ได้

ฉะนั้น เมื่อประเมินสภาพแวดล้อมครั้งนี้ ทำให้นักวิชาการจากนิด้าโพลฟันธงว่า อันดับ 1 ตัวเลข สก.จากกลุ่มอิสระหลายกลุ่มก๊กคงรวมกันได้ 20 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาชนอย่างเก่งได้ สก.เกือบ 20 ที่นั่ง แต่ไม่ใช่อันดับ1

ศึกเลือกตั้งชิงสภาฯ กทม.กระจาย กลุ่มอิสระนำ ตัดแต้ม ‘ส้ม-ฟ้า’

ส่วนสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ไม่ต้องพูดถึง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” มีแต้มกระแสนอนมามีโอกาสชนะเลือกตั้งสูง ส่วนที่ 2 จะเป็นการชิงกันระหว่าง “ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” พรรคประชาชน และ มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข จากอิสระ

ด้วยเหตุที่ “มัลลิกา” ได้คะแนนขึ้นสูงแบบม้ามืด ส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า กลุ่มคนกรุงเทพฯ สายอนุรักษนิยม เทเสียงให้จนมีแต้มเหนือกว่า “อนุชา บูรพชัยศรี” จากพรรคประชาธิปัตย์

ศึกเลือกตั้งชิงสภาฯ กทม.กระจาย กลุ่มอิสระนำ ตัดแต้ม ‘ส้ม-ฟ้า’

ด้วยบริบทเลือกตั้งท้องถิ่น คนเมืองหลวงไม่อินเท่า สส. ยิ่ง “ค่ายส้ม-ค่ายฟ้า” ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ต้องอาศัยแต้มกระแส แต่กลับต้องมาถูกกลุ่มอิสระหลายก๊ก รุมเจาะยางตัดแต้มในหลายเขต 

หากยังคงพึ่งพาด้วยกระแสแอร์วอร์เพียงอย่างเดียวอาจเสียเหลี่ยมเสียท่าให้ผู้สมัคร และอดีต สก.ที่เชี่ยวชาญเกมจัดตั้งที่มากประสบการณ์พิเศษสูง

อีกไม่กี่อึดใจ นับถอยหลังราว 10 กว่าวัน จะรู้ผลว่ากลุ่มอิสระ หรือพรรคการเมือง กลุ่ม-ก๊กไหนจะยึดครองเสียงข้างมากในสภากรุงเทพฯ