วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2569

Login
Login

'กองทัพ' ยัน ปกป้องทหารหน้าแนว รับแรงกระแทกชายแดน หากปฏิบัติตามกฎใช้กำลัง

“กองทัพ” ยันปกป้องทหารหน้าแนว หากปฏิบัติตามกฎใช้กำลัง ย้ำ ให้ความสำคัญความปลอดภัยสูงสุด ชี้ การตรวจสอบเป็นไปตามหลักนิติธรรม ปกป้องอธิปไตย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 มิถุนายน 2569 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสความกังวลว่า กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนอาจเกิดความลังเลในการปฏิบัติภารกิจ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกตรวจสอบหรือถูกลงโทษภายหลังว่า กองทัพให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของกำลังพล การปกป้องอธิปไตยของชาติ และการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบกฎหมาย โดยกำลังพลทุกระดับได้รับมอบหมายภารกิจ กฎการใช้กำลัง (Rules of Engagement) และแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนอยู่แล้ว

 

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงภายหลังเหตุการณ์ต่างๆ เป็นกระบวนการปกติขององค์กรวิชาชีพ เพื่อสร้างความโปร่งใส ความเป็นธรรม และยึดหลักนิติธรรม ไม่ใช่การมุ่งลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ทั้งนี้ กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง ภายใต้กรอบกฎหมาย หลักวิชาชีพ และกฎการใช้กำลังที่กำหนดไว้ จะได้รับการสนับสนุนและคุ้มครองตามสิทธิและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่

สำหรับ มาตรการสร้างความเชื่อมั่นแก่กำลังพลตามแนวชายแดนนั้น ผู้บังคับบัญชาทุกระดับให้ความสำคัญกับการดูแลขวัญกำลังใจ สวัสดิการ ความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ และความปลอดภัยของกำลังพลอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านความมั่นคงได้จัดเตรียมแผนเผชิญเหตุรองรับทุกสถานการณ์ ทั้งใน มิติการทหาร การรักษาความปลอดภัยของประชาชน และการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน โดยมีการฝึก ซักซ้อม และทบทวนแผนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กำลังพลสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ

เมื่อถามถึงแนวทางรักษาสมดุลระหว่างการปกป้องอธิปไตยของชาติและการป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า ประเทศไทยยึดมั่นในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี การเจรจา และกลไกตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกระดับมุ่งรักษาความมั่นคงของประเทศ พร้อมหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่ไม่จำเป็น และป้องกันไม่ให้สถานการณ์ยกระดับจนส่งผลกระทบต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวยืนยันด้วยว่า กองทัพไทย มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจตลอดเวลา ทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ การข่าว การเฝ้าตรวจ และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเหล่าทัพ โดยประเทศไทยยึดมั่นในสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ในฐานะรัฐอธิปไตย ประเทศไทยมีสิทธิโดยชอบธรรมในการป้องกันตนเองตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ หากเกิดสถานการณ์ที่กระทบต่ออธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน หรือความปลอดภัยของประชาชน

“หากมีความจำเป็น กองทัพไทยพร้อมปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มขีดความสามารถ ภายใต้กรอบกฎหมาย หลักความจำเป็น หลักความได้สัดส่วน และหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง” พล.อ.อ.ประภาสกล่าว

ผอ.แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังได้ยืนยัน ว่ากำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและกฎการใช้กำลังจะได้รับการคุ้มครองเต็มที่ การตรวจสอบหลังเหตุการณ์เป็นกระบวนการปกติขององค์กรวิชาชีพ ไม่ได้มุ่งลงโทษผู้ปฏิบัติงานโดยสุจริต กองทัพไทยมีความพร้อมทุกมิติในการปกป้องอธิปไตย ควบคู่การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศ

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวอีกว่า ฝากถึงประชาชนทุกท่าน ขอให้มั่นใจว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงและกองทัพไทยติดตามสถานการณ์ชายแดนอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และได้เตรียมมาตรการรองรับทุกสถานการณ์ไว้แล้ว โดยเป้าหมายสำคัญของประเทศไทยคือการรักษาสันติภาพ ควบคู่กับการปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนสูงสุด

“ประเทศไทยยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและกฎหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด แต่ในฐานะรัฐอธิปไตย เรามีสิทธิป้องกันตนเองตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ หากมีความจำเป็น กองทัพไทย มีความพร้อม มีแผนเผชิญเหตุ และมีการซักซ้อมรองรับทุกสถานการณ์ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า เราจะปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบ เหมาะสม และปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนอย่างเต็มที่” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

/