“ขั้วค้าน-ขั้วแค้น” ดาหน้าถล่ม "ไชยชนก ชิดชอบ" รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) คีย์แมนพรรคภูมิใจไทย ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ผู้นำจิตวิญญาณพรรคสีน้ำเงิน
เพราะรู้ดีว่า หากจะหวังล้มกระดานค่ายน้ำเงิน ต้องแทงทะลุไปที่ “กล่องดวงใจ” ที่เป็นจุดตาย
ในเมื่อ “เนวิน” บัญชาเกมการเมืองอยู่หลังม่าน หลุดพ้นนรกการเมือง อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ แล้วส่ง “ลูกนก” มาอยู่หน้าฉาก จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรับศึกแทน “พ่อเน”
โดยมี 4 ปมหลัก ที่เป็นชนักปักหลังของ “ไชยชนก” และเป็นโจทย์ที่ “เนวิน” ต้องแก้ไขสถานการณ์ให้ได้ หากหวังผลักดันให้ลูกชายก้าวไปอยู่ในจุดเดียวกับที่ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคหน้าฉาก ยืนอยู่
ปมแรก โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย หรือ TH-AI Passport วงเงิน 1,650 ล้านบาท ซึ่งโดน “ขั้วค้าน - ขั้วแค้น” ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่าอาจจะเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้ “คนสนิทค่ายน้ำเงิน” และมีคำถามถึงความคุ้มค่า
ขณะเดียวกันยังพบว่า “ทีโออาร์” ของโครงการ TH-AI Passport ในส่วนของการประชุมสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้ยังมีเนื้อหาเหมือนกับ โครงการจัดทำแพลตฟอร์มการพัฒนาระบบคลังหน่วยกิตกลางระดับอุดมศึกษา (national credit bank) สำหรับสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสถาบันอุดมศึกษา และพัฒนาระบบ Skill Matrix เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต วงเงิน 389 ล้านบาท
โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ “ศุภมาศ อิสรภักดี” นั่งเก้าอี้ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จึงถูกจับโยงความสัมพันธ์ “กลุ่มบริษัท” ที่เข้ามารับงานให้กับ “พรรคภูมิใจไทย” อาจจะซ้ำซ้อนกันหรือไม่
ปมสอง วุฒิการศึกษา โดย “ไชยชนก” ชี้แจงว่า เรื่องนี้ไม่เคยปิดบัง เคยเรียน Prep school และ High school ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยมีการซ้ำชั้น มีฝึกงาน และสุดท้ายจึงออกจากการเรียนเพื่อไปทำสนามแข่งรถ ทั้งที่ยังเรียนไม่จบ
แม้จะมีหลักฐานว่าเขาเรียนจบปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาการปกครองท้องถิ่น คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา วิทยาเขตบุรีรัมย์ แต่ยังมีคำถามถึงวุฒิการศึกษาระดับมัธยม
ปมสาม ที่ดินเขากระโดง ต้องยอมรับว่า “ตระกูลชิดชอบ” มีเดิมพันใหญ่อยู่ที่การถือครองที่ดิน “เขากระโดง” ฐานที่มั่นธุรกิจครอบครัว แม้จะมีคำพิพากษาศาลออกมาแล้ว แต่ยังเป็นข้อพิพาทที่ระหว่าง “กรมที่ดิน” และ “การรถไฟแห่งประเทศไทย”
แต่เมื่อ “พรรคภูมิใจไทย” กลับเข้ามามีอำนาจ ยิ่งน่าจับตาว่าบทสรุปมหากาฬที่ดินเขากระโดงจะจบลงอย่างไร
ปมสี่ คดีฮั้ว สว. โดยมีชื่อของ “ไชยชนก” เป็นหนึ่งใน 229 คนที่คณะกรรมการสืบสวนไต่สวนกลางชุดที่ 26 ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีมติให้ดำเนินคดี ทว่าคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้งคณะชุดที่ 36 ที่มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นควรให้ยกคำร้อง
เมื่อคณะกรรม 2 คณะ มีความเห็นไม่ตรงกัน จึงขึ้นอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ จะมีมติออกมาอย่างไร เบื้องต้นอยู่ระหว่างการพิจารณาของ “กกต.ชุดใหญ่”
ทั้ง 4 ชนักของ “ไชยชนก” ยังต้องรอพิสูจน์ หากผ่านด่านไปได้ เจ้าตัวจะมีภูมิต้านทานการเมืองมากยิ่งขึ้น เมื่อพ่วงสถานะ “หัวหน้ากลุ่มลูกเทพ” ยิ่งทำให้ “ไชยชนก” มีบารมีแข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วย
เช็คลิสต์ “รัฐมนตรีลูกเทพ” ลูกทีมของ “ไชยชนก” ประกอบด้วย ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม แนน บุญย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี
ขุมกำลัง “ลูกเทพ” ในพรรคภูมิใจไทย ยังแน่นปึ้ก อาทิ รองหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ภราดร ปริศนานันทกุล สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ
รองเลขาธิการพรรค ประกอบด้วย เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ พิมพฤดา ตันจรารักษ์ ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์
กรรมการบริหาร ประกอบด้วย กรวีร์ ปริศนานันทกุล วรสิทธิ์ เลียงประสิทธิ์ ชลัฐ รัชกิจประการ ธนยศ ทิมสุวรรณ จักรกฤษณ์ ทองศรี และโฆษกพรรค แนน บุณย์ธิดา
ตามโครงสร้างอำนาจแล้ว โอกาสที่“ไชยชนก”จะพ้นบ่วงคดีมีสูง แต่การเมืองลมเปลี่ยนทิศได้ทุกเมื่อ “พ่อเน”จึงจำเป็นต้องเร่งเครื่อง ทยอยปลดล็อก เคลียร์ทุกทาง ไม่ให้วิบากกรรมการเมือง ย้อนมาเล่นงาน “ลูกนก” ให้เร็วที่สุด


