"พริษฐ์" บอก สมัยประชุมนี้ ยื่นซักฟอก "รัฐบาลภท." ไม่ทัน จ่อรอสมัยหน้า พร้อมท้วงหลายโครงการ ที่ "รมต.สีน้ำเงิน" กำกับส่อเอื้อประโยชน์เอกชน
ที่พรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่าช่วงปลายเดือนมิ.ย. หรือต้นเดือนก.ค. สภาฯจะเข้าสู่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระแรก โดยพรรคประชาชนได้เตรียมประเด็นและคัดเลือกผู้อภิปรายไว้แล้ว เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณให้ครอบคลุมทุกภารกิจและทุกกระทรวง และในช่วงใกล้เคียงกันจะมีการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ.2569 ที่รัฐบาลจะนำงบประมาณที่ไม่จำเป็นในปีงบประมาณ 2569 มาใช้
ซึ่งฝ่ายค้าน จะตรวจสอบอย่างละเอียดว่ารัฐบาลสามารถโอนงบได้จริงเป็นจำนวนเท่าใด ทั้งนี้ จะทำควบคู่กับการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ตรวจสอบการใช้พระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท สิ่งสำคัญคือต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่า งบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชน จะถูกนำไปใช้กับโครงการหรือกิจกรรมที่มีความคุ้มค่า ยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง และดำเนินการด้วยความโปร่งใส
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 นั้นดำเนินการไม่ทันในสมัยประชุมนี้ และต้องเลื่อนไปพิจารณาในสมัยประชุมถัดไป โดยจะมีการหารือร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่าสำหรับโครงการ TH-AI Passport พรรคประชาชน ยังคงเรียกร้องให้มีการทบทวนและยุติการเดินหน้าโครงการดังกล่าว เนื่องจากพบข้อกังวลหลายประการ ทั้งในส่วนของกระบวนการดำเนินงานที่ผ่านมา และรายละเอียดในขอบเขตงาน (ทีโออาร์) โดยพรรคประชาชนจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ ( 15 มิ.ย.)
ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวต่อว่า สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับทีโออาร์ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะโครงการ TH-AI Passport เท่านั้น แต่เคยเกิดขึ้นกับโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ ซึ่งได้รับการอนุมัติตั้งแต่สมัยที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) อยู่ในโควตาพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และผ่านความเห็นชอบใน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 แล้ว ทั้งนี้ตนเคยอภิปรายทักท้วง ทั้งนี้ ล่าสุดได้รับทราบข้อมูลจากคณะกรรมาธิการศึกษาและติดตามการจัดทำงบประมาณว่า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมว.อว. สั่งให้รื้อทีโออาร์โครงการดังกล่าวใหม่ทั้งหมด เพื่อแก้ไขตามข้อสังเกตที่ฝ่ายค้านเคยทักท้วงไว้
"หลายโครงการที่จัดทำขึ้นในช่วงรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยกำกับดูแล มักมีข้อกังวลในลักษณะเดียวกัน แต่กรณีของกระทรวง อว. ภายหลังมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี ได้ปรับปรุงแก้ไขตามข้อสังเกตที่ได้รับ จึงคาดหวังว่าโครงการอื่นที่มีลักษณะเสี่ยงต่อการเอื้อประโยชน์แก่เอกชนในหน่วยงานต่าง ๆ จะได้รับการชะลอและทบทวนในแนวทางเดียวกัน" นายพริษฐ์ กล่าว


