“พริษฐ์” จี้ “กกต.” แจงคลิปเก็บโพย วันเลือกสว.ระดับประเทศ ก่อนถูกสังคมตั้งคำถามละเว้นหน้าที่ ปล่อยโกงเลือก สว.หรือไม่
ที่พรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงต่อการติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อการตรวจสอบ คดีฮั้ว สว. หลังจากที่คณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 มีมติว่า ผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนไม่มีมูลความผิดขัดแย้งกับผลตรวจสอบของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 และเสนอให้ กกต. ยกคำร้อง ว่า ความเป็นไปได้มี 3 ความเป็นไปได้ คือ 1.กกต.มีมติเห็นตามการไต่สวนของคณะกรรมการชุดที่26 และส่งเรื่องไปยังศาล 2.กกต.เห็นตามคำวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 และยกคำร้องทั้งหมด เท่ากับเป็นการเป่าคดี และ3.กกต.อาจส่งคำร้องเฉพาะบางคนและส่งคำร้องเฉพาะบางคน โดยหลายคนกังวลใจว่าอาจสละบางคนเพื่อปกป้องคนที่ถูกกล่าวหา เบื้องต้นคาดว่า กกต.จะมีข้อสรุปภายใน ก.ย. 2569 ทั้งนี้ เข้าใจว่า กกต.จะพิจารณานัดแรกเป็นข้อกล่าวหาที่เกี่ยวกับบุคคล ที่จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีสว.ที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 คน
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ตนมองว่ากกต.ควรส่งเรื่องทั้ง 229 คนไปที่ศาล ด้วย 4 เหตุผล คือ 1.หลักฐานมีความชัดเจนและหนักแน่นมากกว่าคคีก่อนหน้าที่ กกต.ส่งเรื่องไปยังศาล ทั้งนี้มีหลักฐานที่ปรากฎต่อพฤติการณ์การลงคะแนนที่ผิดธรรมชาติ และแทบเป็นไปไม่ได้หากไม่มีการจัดตั้ง นอกจากนั้นมีโพยที่เป็นการเตรียมการจากบุคคลที่ถูกกล่าวหา และในสำนวนระบุมีการนัดหมายที่โรงแรมในจังหวัดต่างๆ และพยานปากที่ยืนยันการพูดคุยที่เสนอผลประโยชน์ต่อการเลือก และมีหลักฐานการให้ประโยชน์ต่อการเดินทาง นอกจากนั้นยังมีเส้นทางการเงินของทีมงานสส. และ สว.
“ก่อนหน้านี้ กกต.พิจารณาหลายคคีส่งเรื่องไปศาล เห็นว่าหลักฐานของคดีมีมุมมองว่าเบากว่าคณะไต่สวนชุดที่ 26 เช่น หลักฐานข้อความผ่านแชทไลน์ขอคะแนนแลกโหวต ที่ไม่มีการสัญญาให้ประโยชน์อื่นใด ซึ่งกกต.ส่งศาล และผลพิพากษาตัดสินว่ากระทำผิดและตัดสิทธิทางการเมือง 10ปี ดังนั้นหลักฐานโพย นัดหมาย การเดินทาง คลิปเสียงเส้นทางการเงินแต่กกต.ไม่ส่งเรื่องไปศาล อาจถูกมองว่ามีมาตรฐานการทำงานที่ต่างกัน” นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า2.คณะอนุกรรมการวินิจฉัยที่36 ที่ให้ยกคำร้องทั้ง 229 คน มีปัญหาเรื่องความชอบธรรม ที่มา กระบวนการพิจารณาที่ไม่เคยเรียกตัวแทนคณะอนุไต่สวนไปชี้แจงทำให้มีคำถามต่อความรอบคอบรอบด้าน และคุณสมบัติที่ถูกตั้งคำถามเพราะเป็นผู้ที่มีคดีถูกฟ้องในศาล และความเป็นกลางทางการเมือง 3.กกต. มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะกกต. จำนวน 4 คนจาก7 คน มีตำแหน่งได้เพราะ สว.ชุดปัจจุบันรับรอง ถือว่ามีผลประโยชนน์ทับซ้อนและอาจถูกตั้งข้อครหาอาจตัดสินค้านกับหลักฐาน
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่าและ4.การตรวจสอบคดีฮั้วสว. พบว่ามีการละเว้นการกระทำ เพราะมีคลิปจากการเลือกสว.ระดับประเทศ ที่ได้มาจากผู้ตรวจการการเลือกสว. ที่ส่งมาให้วิปฝ่ายค้าน โดยปรากฎว่ามี เจ้าหน้าที่กกต. เก็บโพยจากผู้สมัคร สว. และบอกว่าจะมีการเดินตรวจ และต่อมามี กกต.เดินตรวจ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่าจะเป็นสว.อยู่แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะ สะท้อนให้เห็นว่า กกต.คนดังกล่าวต้องเห็นสิ่งที่ดูไม่สุจริต
“มีชุดคำถามที่ กกต. ต้องตอบ คือ กกต.และเจ้าหน้าที่เห็นอะไรในโพย หรือ เห็นหลักฐานในวันเลือกที่ทำให้มองว่ามีการทำผิดเกิดขึ้น หรือมีความจำเป็นที่ต้องเก็บโพย และตักเตือนให้เลือกโดยสุจริต นอกจากนั้นหลังจากเก็บโพยวันที่เลือกระดับประเทศ กกต. ได้ทำอะไรต่อกับหลักฐานและทำอะไรต่อ เพราะตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกสว. ระบุว่าหากมีเหตุอันควรสงสัย กกต.มีอำนาจระงับยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลงยกเลิกการเลือก หรือให้เลือกใหม่ และแม้ประกาศผลเลือกได้ตรวจสอบโพยหรือไม่ว่าเชื่อมโยงกับผู้สมัครหรือไม่ และโพยที่เก็บอยู่ที่ไหน อยู่ในสำนวนหรือไม่” นายพริษฐ์ กล่าว
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หากกกต. ไม่สามารถชี้แจงคำถามให้ชัดเจนได้ แล้วปลายทางมีมติไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ตนคิดว่ากกต.อาจถูกมองได้ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปิดตาข้างเดียวต่อกระบวนการโกงสว. หรือ เป็นส่วนหนึ่งที่รู้เห็นเป็นใจของขบวนการโกงการเลือกสว.ที่ผ่านมาหรือไม่

