วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน 2569

Login
Login

'ไอซ์' สรุปผลคุย สตง. 'มณเฑียร' รับปากไม่ปกป้องคนเอี่ยวตึกถล่ม

'ไอซ์' สรุปผลคุย 'ผู้ว่า สตง.' รับปากไม่ปกป้องคนเอี่ยวคดีตึกถล่ม แต่ให้ข้อมูลหลักฐานในสำนวนไม่ได้ อ้างอยู่ในชั้นศาล ไม่ของบสร้างตึกต่อ เหตุรัฐบาลขอลดงบ

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2569 น.ส.รักชนก ศรีนอก สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการหารือกับคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน นานกว่า 3 ชั่วโมง ในประเด็นแรกเกี่ยวกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัด หรือ สตจ. ที่สร้างหลายหลายจังหวัด แต่บางจังหวัดถูกทิ้งร้าง สร้างไม่เสร็จ ว่า วันนี้ตนได้ทราบความคืบหน้าว่า แต่ละสถานที่จะมีการบริหารจัดการอย่างไรต่อไป และ สตง. ขอความร่วมมือจากสภา ว่างบประมาณปี 2570 ขอพิจารณาด้วยเหตุด้วยผล

น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า ส่วนอีกประเด็นคือเรื่องของความคืบหน้าการสอบสวนสาเหตุตึก สตง. ถล่ม กรรมาธิการได้รับทราบข้อมูลจาก สตง. โดยมีบางเรื่องที่กรรมาธิการไม่สามารถเข้าถึงรายงานของกรมโยธาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยเป็นเอกสารลับ เพราะอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี โดยเห็นว่าเป็นเอกสารสำคัญที่จะทำให้กรรมาธิการรับรู้รับทราบเรื่องราวว่ามีเหตุอะไรที่เกิดขึ้นบ้าง

ส่วนเรื่องอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่มีปัญหา ที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีนั้น น.ส.รักชนก กล่าวว่า ทราบว่าอาจปี 2571 ที่จะมีการตั้งงบประมาณ เข้ามาเพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จ ด้วยเพราะติดขัดว่าปีนี้รัฐบาลมีนโยบายลดงบประมาณสิ่งปลูกสร้าง ทำให้ สตง. ยังไม่ได้ยื่นคำขอในส่วนนี้ ทั้งที่ถูกตั้งคำถาม สตจ. จังหวัดพะเยา นครนายก ผู้รับเหมาทิ้งงานหรือมีปัญหา โดยทราบข้อมูลล่าสุดว่าที่จังหวัดนครนายกเสร็จสิ้นแล้ว และเปิดใช้งานแล้ว ส่วนที่จังหวัดพะเยามี 2 ช่วง ในช่วงแรกที่เกิดปัญหาสถานการณ์ โควิด-19 และช่วงที่สองที่เกิดวิกฤตการณ์ด้านพลังงานน้ำมัน ทำให้การได้มาซึ่งผู้รับเหมาใช้ช่องว่างทางกฎหมายเลิกสัญญา 

น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า  ผู้ว่า สตง. ยืนยันว่าไม่ว่าใครใน สตง. ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสาเหตุหรือไม่ได้มีการปกป้อง  เมื่อมีการส่งเข้าสู่กระบวนการ ป.ป.ช. หรือกระบวนการใดก็ยินดีให้ความร่วมมือ

ขณะที่ นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (ผู้ว่า สตง.) กล่าวว่า ในส่วนของอาคารสำนักงานจังหวัดของ สตง. ได้ของบประมาณไปซึ่งที่ผ่านมาได้เผชิญปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งไม่ได้กระทบเฉพาะ สตง. เท่านั้นแต่ส่วนราชการทั้งหมดได้รับผลกระทบหมด แต่เมื่อพ้นสถานการณ์จะกลับมาดำเนินการตัวผู้รับงานก็เกิดปัญหา คือลูกจ้างไม่สามารถเข้ามาทำงานก่อสร้างได้ ขณะนี้เหลือเฉพาะจังหวัดพะเยาที่ยังมีปัญหาในข้อกฎหมายอยู่คาดว่าในสัปดาห์หน้าน่าจะดำเนินการได้

“ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการของข้าราชการไม่สามารถบอกเลิกแล้วจ้างผู้จ้างรายใหม่ได้ทันที แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการบอกเลิกตามกฎหมาย ทำหนังสือแจ้งให้เค้าดำเนินการถึงจะบอกเลิกได้ หากไม่มีเหตุอันสมควร และต้องทวนราคากลางไหม คือระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง เมื่อราคากลางใหม่ได้ต้องไปขอสำนักงบฯ หากงบต้องเพิ่มเพิ่มขึ้น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เป็นช่วงเวลาที่ทำให้การก่อสร้างอาคารไม่สามารถดำเนินการต่อได้โดยข้อกฎหมาย” นายมณเฑียร กล่าว

ผู้ว่า สตง. กล่าวถึงเรื่องการสร้างตึก สตง. ใหม่ ว่ารัฐบาลตั้งคณะตรวจสอบฯ จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเทคนิคทั้งหมด และสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับวิศวกรรม และสภาวิชาชีพเป็นกรรมการตรวจสอบ และ ได้มีการแถลงผลการตรวจสอบแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีและโฆษกรัฐบาล เมื่อ 30 มิถุนายน 2568 คือเรื่องของการก่อสร้างผิดแบบ การออกแบบที่ไม่เป็นไปตามหลักการ และส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวน มีการเรียกสอบสาเหตุตึกถล่มว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ทั้ง สตง. และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงมีใครประมาทร่วมหรือไม่ ซึ่งตำรวจได้ส่งสำนวนไปยังอัยการโดยฟ้องเฉพาะผู้มีวิชาชีพ 

“คือบริษัทผู้ออกแบบ บริษัทผู้ก่อก่อสร้าง บริษัทผู้ควบคุมงาน ฟ้องตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่งอัยการ ศาลก็ประทับรับฟ้อง และเมื่อ 2 มิถุนายนก็มีการไต่สวนปากแรกแล้ว นี่คือผลสอบของรัฐบาลที่ออกมา และส่งให้พนักงานสอบ อัยการ ศาลดำเนินคดี ส่วนในเรื่องของเจ้าหน้าที่ทุจริตหรือผิดหรือไม่ มีคนไปร้องที่ DSI และส่งต่อไปยัง ป.ป.ช. เพราะอำนาจอยู่ที่ ป.ป.ช. เรื่องนอมินีก็ดำเนินการส่งDSI ทำเรื่องส่งฟ้อง ศาลไปแล้วในสำนวนนอมินี” ผู้ว่า สตง.กล่าว

นายมณเฑียร กล่าวอีกว่า สตง. ขอเอกสารต้องการได้สำนวนการสอบทั้งหมด แต่ได้รับแจ้งว่าสำนวนเป็นสำนวนในคดีไม่สามารถเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกได้ ซึ่งขณะนี้ สตง. ได้ยื่นขอเป็นโจทก์ร่วมในการพิจารณาของศาล เพื่อจะได้รู้ข้อเท็จจริงในสำนวนคดี และรายละเอียดทั้งหมดในสำนวนคดียังไม่ได้เอกสาร 

นอกจากนี้ยังชี้แจงถึงการก่อสร้างตึกที่ภูตาหลวง จังหวัดชลบุรี ว่า มีปัญหาในข้อกฎหมายจึงต้องดำเนินการเพิกถอนที่ใช้เวลา และจะต้องให้ได้เป็นพื้นที่ของหน่วยงานก่อนถึงจะสามารถดำเนินการของงบประมาณได้ และพึ่งได้เพิกถอนที่เป็นของ สตง. เมื่อปี 2568 และตั้งเป้าที่จะของบประมาณปี 2570 ดำเนินการก่อสร้างแต่รัฐบาลขอความร่วมมือลดเรื่องงบประมาณเกี่ยวกับการก่อสร้าง จึงยังไม่สามารถของงบประมาณได้ 

น.ส.รักชนก กล่าวทิ้งท้ายว่า ได้มีการถอดบทเรียนเรื่องอาคารขนาดใหญ่ถล่ม และได้เสนอต่อคณะกรรมาธิการติดตามงบเพื่อทำงานร่วมกันกำหนดมาตรการไม่ให้เกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับการก่อสร้างตึกขนาดใหญ่ และผู้รับจ้างควรมีวิชาชีพที่สูงกว่าปกติ และคนรับผิดชอบต้องมี มีมาตรฐานสูงกว่าปกติ โดย สตง. ให้ข้อมูลเบื้องต้นต่อกรรมาธิการแล้วส่วนเอกสารที่จะเสนอกรมบัญชีกลางจะนำส่งต่อให้กรรมาธิการเพื่อร่วมการผลักดันเรื่องนี้