กมธ.ทหารฯ ลุยสอบหน่วยงานมั่นคง ใช้ IO โจมตีสื่อ-ประชาชน พบทุกหน่วยปฏิเสธเสียงแข็ง แม้มีพยานหลักฐานยันปฏิบัติการ จ่อทำหนังสือถึงกองทัพ-กอ.รมน.แจงเพิ่ม
เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมาธิการฯ มีวาระสำคัญในการติดตามการดำเนินงานด้านปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (ไอโอ) ของหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วมชี้แจง ได้แก่ กองทัพบก กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ
โดยเนื้อหาการชี้แจงครอบคลุมถึงแนวทางการดำเนินงานด้านปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร การประชาสัมพันธ์ การสื่อสารองค์กร การรับมือข่าวปลอม ตลอดจนมาตรการกำกับดูแลการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของกำลังพล ซึ่งทุกหน่วยงานได้อธิบายถึงความแตกต่างของรูปแบบการสื่อสาร พร้อมยืนยันว่าการดำเนินงานทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและหลักสิทธิเสรีภาพของประชาชน
นายเอกราช กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ยังมีตัวแทนสื่อมวลชนและภาคประชาชนที่เคยได้รับผลกระทบจากการโจมตีทางออนไลน์เข้าร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นำโดย ฐปณีย์ เอียดศรีไชย และตัวแทนจากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตถึงเครือข่ายเพจที่เคยปรากฏในรายงานความโปร่งใสของบริษัท META เมื่อปี 2564 ว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานด้านความมั่นคง พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่ถูกกล่าวหาว่ามุ่งเป้าโจมตีสื่อมวลชนและภาคประชาชน
นายเอกราช กล่าวอีกว่า ทางด้านกองทัพบกได้ยอมรับว่ามีการใช้ปฏิบัติการข่าวสารในทางการทหารจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้ใช้กับประชาชน ขณะที่ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ชี้แจงว่าดำเนินการในลักษณะการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ส่วนกองทัพอากาศและกองทัพเรือต่างยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีการดำเนินการหรือมีนโยบายทำไอโอกับประชาชนโดยเด็ดขาด
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หยิบยกประเด็นคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีเว็บไซต์ Pulony.blogspot ขึ้นมาหารือ ซึ่งศาลมีคำพิพากษาแก้ว่า กอ.รมน. เป็นผู้ควบคุมเว็บไซต์ดังกล่าว พร้อมสั่งให้ลบข้อความและชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี โดยประเด็นนี้ถูกนำมาประกอบการพิจารณาถึงข้อเท็จจริงในการดำเนินงานด้านปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานรัฐ
ขณะที่ นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรค ปชน. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการฯ นำข้อมูลและเอกสารที่เคยใช้อภิปรายในสภาฯ เพื่อระบุถึงความเชื่อมโยงของหน่วยงานและโครงสร้างการปฏิบัติงานร่วมมาสอบถามในที่ประชุม แต่ทางกองทัพบกยืนยันว่าไม่มีผังปฏิบัติการร่วมตามที่ถูกกล่าวอ้าง เช่นเดียวกับ รอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านข่าวสารในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกางเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการมาประกอบการอภิปราย ทว่าผู้แทน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กลับยืนยันว่าไม่เคยเห็นเอกสารดังกล่าวมาก่อน
สำหรับบทสรุปของการประชุม ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้มีมติให้จัดทำหนังสือส่งไปยังกองบัญชาการกองทัพไทย กอ.รมน. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรับทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในทุกประเด็นที่ยังเป็นข้อสงสัย รวมไปถึงการตรวจสอบสถานะและบทบาทของ พล.อ.ธรรมนูญ วิถี ในประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในที่ประชุม เพื่อสร้างความกระจ่างชัดให้กับสังคมและเดินหน้าตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐอย่างเข้มข้นต่อไป


