ปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงการ TH-AI Passport กำลังกลายเป็นหนึ่งในเงื่อนปม “เซาะกร่อน” บ่อนทำลาย “ระบอบสีน้ำเงิน” ในปัจจุบัน เนื่องจากการดำเนินโครงการนี้ หลายอย่าง “ส่อพิรุธ” และถูก “ฝ่ายค้าน” เดินหน้าตรวจสอบอย่างเข้มข้น
โดยเฉพาะไทม์ไลน์การจัดซื้อจัดจ้างโครงการ TH-AI Passport วงเงินกว่า 1,621 ล้านบาท นั้น “ฝ่ายค้าน” นำโดยพรรคประชาชน (ปชน.) ชี้ให้เห็นข้อพิรุธหลายประการ มีการเร่งรีบดำเนินการประมูล และอาจเข้าข่าย “ส่อฮั้ว” เขียนขอบเขตงาน (TOR) ล็อกสเปกเอื้อผลประโยชน์ให้เอกชนบางแห่งหรือไม่
เบื้องต้น กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ที่มี “ไอซ์ รักชนก ศรีนอก” สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในฐานะประธาน กมธ. เตรียมผนึกกำลังกับ กมธ.กฎหมายฯ ที่มี “รังสิมันต์ โรม” สส.บัญชีรายชื่อ ปชน.เป็นประธาน กมธ. พิจารณาเรื่องดังกล่าว
โดยเล็งเชิญ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะ “โต้โผหลัก” ดำเนินโครงการดังกล่าว มาชี้แจงกับ กมธ. พร้อมกับเชิญหน่วยงานตรวจสอบ เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มาชี้แจงเช่นกัน
ล่าสุด “ไอซ์ รักชนก” หนึ่งในบุคคลที่ถูก “พรรคส้ม” วางบทบาทให้เป็นแกนหลักขุดคุ้ยตรวจสอบฝ่ายรัฐบาล ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า โครงการ TH-AI Passport วงเงินกว่า 1.6 พันล้านบาท ของกระทรวงดีอี มีการเขียน “ไส้ใน” TOR แทบจะเหมือนกันกับโครงการธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank) ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร กรุงเทพธุรกิจ นำข้อมูลมาเปิดเผยดังนี้
1.การประกวดราคาจ้างดำเนินโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ดำเนินการโดย “กระทรวงดีอี” ได้รับวงเงินงบประมาณจัดสรร 1,650 ล้านบาท กำหนดราคากลางเมื่อ 15 ธ.ค. 2568 วงเงิน 1,645,693,860 บาท โดยอ้างอิงแหล่งที่มาราคากลางจากหลายแหล่ง หนึ่งในนั้นเป็นใบเสนอราคาของเอกชน 3 แห่งคือ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
หลังจากนั้นเปิดให้เอกชนยื่นเอกสาร (ยื่นซอง) มี 3 บริษัทได้แก่ 1.กิจการค้าร่วม ดีเอ (DA Consortium ประกอบด้วย บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท ดิ เอสเคิร์ฟ จำกัด บริษัท แอพเวิร์คส์ จำกัด) เสนอราคา 794,290,000 บาท 2.บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด เสนอราคา 826,710,000 บาท 3.กิจการร่วมค้าทีเอช (ประกอบด้วยบริษัท โกลิงค์ ออนไลน์ จำกัด บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด) เสนอราคา 1,621,000,000 บาท
โดยกระทรวงดีอีประกาศให้กิจการร่วมค้าทีเอช เป็นผู้ชนะ ระบุว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติและข้อเสนอทางเทคนิค ถูกต้อง ครบถ้วนและเป็นผู้ได้คะแนนรวมสูงสุด
2.ประกวดราคาซื้อโครงการจัดทำแพลตฟอร์มการพัฒนาระบบคลังหน่วยกิตกลางระดับอุดมศึกษา (national credit bank) สำหรับสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสถาบันอุดมศึกษา และพัฒนาระบบ Skill Matrix เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ดำเนินการโดย “อว.” วงเงินงบประมาณ 389,195,728 บาท กำหนดราคากลาง 388,251,080 บาท อ้างอิงแหล่งราคากลางจาก 3 เอกชน ได้แก่ บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สกิลเลน เทคโนโลยี จำกัด
หลังจากนั้นเปิดให้เอกชนยื่นเอกสาร (ยื่นซอง) มี 3 บริษัท 1.บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เสนอราคา 387,591,000 บาท 2.กิจการค้าร่วมเอชเอสเอส (ประกอบด้วย บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) และบริษัท สิริซอฟต์ จำกัด (มหาชน)) เสนอราคา 384,368,000 บาท 3.บริษัท ดาต้าวัน เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด เสนอราคา 385,067,000 บาท โดยผู้ชนะคือ กิจการค้าร่วมเอชเอสเอส เนื่องจากเสนอราคาต่ำสุด
ทั้งนี้ในการเปรียบเทียบ TOR ทั้ง 2 โครงการดังกล่าว ที่ “ไอซ์ รักชนก” นำมาอ้างอิงตอนหนึ่งนั้น จากการตรวจสอบฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง พบว่าเป็นเอกสารจริงที่แจ้งต่อกรมบัญชีกลาง โดยเฉพาะในส่วนของ "การประชาสัมพันธ์" โครงการ ที่มีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก
โดยในส่วน TOR โครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,621 ล้านบาท พบว่า ในข้อย่อย 4.4 กิจกรรมสร้างความตระหนักรู้และประชาสัมพันธ์โครงการ
มีการระบุในข้อ 5) ว่า จัดทำโฆษณาโครงการผ่านช่องทางสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย ประเภทจอดิจิทัล บริเวณพื้นที่ กทม.และต่างจังหวัด รูปแบบภาพเคลื่อนไหว หรือวีดีโอ ความยาวไม่น้อยกว่า 15 วินาที ระยะเวลาในการเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ ไม่น้อยกว่า 1 เดือน จากผู้ให้บริการที่อยู่ในอันดับ TOP 5 ในแต่ละประเภท จำนวน 3 ชิ้น โดยเผยแพร่จำนวน 10 ครั้ง
นอกจากนี้ยังซอยย่อยออกเป็น 5.1)-5.3) เช่น ประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัล ที่ครอบคลุมสถานที่สำคัญ แหล่งธุรกิจ หรือถนนเส้นสำคัญ ที่มีการจราจรหนาแน่น ทั้งใน กทม. และในต่างจังหวัด รวมจำนวนจอไม่น้อยกว่า 400 จุด
รวมไปถึงภายในร้านสะดวกซื้อ ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด จำนวนไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา จำนวนจอไม่น้อยกว่า 6,000 จุด และภายในหรือภายนอกห้างสรรพสินค้า ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด จำนวนไม่น้อยกว่า 10 สาขา รวมจำนวนจอไม่น้อยกว่า 200 จุด
ขณะที่ TOR โครงการ ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ วงเงินกว่า 384 ล้านบาทนั้น พบว่า ในข้อย่อย 5.5 ข้อกำหนดด้านการประชาสัมพันธ์ ตอนหนึ่งระบุถึงการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบสื่อประชาสัมพันธ์จอดิจิทัล ผู้รับจ้างต้องประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย ประเภทจอดิจิทัล บริเวณ กทม.และต่างจังหวัด รูปแบบภาพเคลื่อนไหว (Animation) หรือวีดีโอ ความยาวไม่น้อยกว่า 15 วินาที ระยะเวลาในการเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ไม่น้อยกว่า 2 เดือน 15 วัน
ข้อย่อย 5.5.1.2-5.5.1.5 ซึ่งสอดรับกับรายละเอียดข้างต้น มีการระบุว่า ประชาสัมพันธ์ผ่านจอดิจิทัล ที่ครอบคลุมสถานที่สำคัญ แหล่งธุรกิจ หรือถนนเส้นสำคัญ ที่มีการจราจรหนาแน่น ทั้งใน กทม.และในต่างจังหวัด รวมจำนวนจอไม่น้อยกว่า 400 จอ และภายในร้านสะดวกซื้อ ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด จำนวนไม่น้อยกว่า 1,500 สาขา จำนวนจอไม่น้อยกว่า 6,000 จอ และภายในหรือภายนอกห้างสรรพสินค้า ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด จำนวนไม่น้อยกว่า 10 สาขา รวมจำนวนจอไม่น้อยกว่า 200 จอ และสุดท้ายผ่านจอดิจิทัล บริเวณขาเข้าและขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวนไม่น้อยกว่า 30 จอ
หากนำ TOR ในส่วนการประชาสัมพันธ์ระหว่างโครงการ TH-AI Passport และโครงการธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ มาเปรียบเทียบกัน จะพบว่ามีความคล้ายคลึงกันค่อนข้างมาก แตกต่างแค่ในส่วนของโครงการธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ เพิ่มเติมการพีอาร์ผ่านจอดิจิทัล บริเวณขาเข้าและขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เท่านั้น
ทั้งหมดคือข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ 2 โครงการภายใต้ “รัฐมนตรีสีน้ำเงิน” ที่กำลังถูก “ฝ่ายค้าน” รุกเข้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นในตอนนี้
อย่างไรก็ดีปัจจุบันทั้ง 2 โครงการดังกล่าว ยังไม่มีการร้องเรียนปัญหาอย่างเป็นทางการแก่หน่วยงานตรวจสอบ ดังนั้นจึงยังไม่มีใครตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาตามกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด


