“วราวุธ" แจงกระทู้สด ยันตรวจเข้ม ก่อนเปิด "ซินเคอหยวน" ยันรัฐมนตรีไร้อำนาจสั่งปิด-เปิด โรงงาน พร้อมชวน สส.ปชน. ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพ หวังสร้างความมั่นใจ
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมวาระกระทู้ถามสด นายกฤช ศิลปชัย สส.ระยอง พรรคประชาชน ต่อประเด็นการอนุญาตเปิดโรงงานซินเคอหยวน จ.ระยอง หลังจากที่ตรวจพบว่าการผลิตเหล็กไม่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้การตรวจสอบล่าสุดที่หน่วยงานตรวจสอบแล้วระบุว่าผ่านมาตรฐานจะเป็นไปได้อย่างไร ทั้งที่กระบวนนการผลิดและยังใช้เตาหลอมแบบเดียวกัน แม้ว่าหน่วยงานจะระบุว่าได้สุ่มตรวจตัวอย่างเหล็กแล้ว แต่ได้ตรวจทุกเตาหลอมหรือไม่
“ทราบหรือไม่ว่าบริษัทดังกล่าวจะมีสาขาสอง ผลิตเหล็กรีด ด้วยเตาหลอมไอเอฟ ซึ่งสามารถผลิตเหล็กเกินความต้องการของการใช้เหล็กทั่วประเทศ จะทำให้กระทบอุตสาหกรรมในประเทศ ทั้งนี้กระทรวงมีนโยบายเลิกใช้เตาหลอมแบบไอเอฟที่หลายปะเทศทั่วโลกเลิกใชแล้วอย่างสิ้นเชิงหรือไม่ มีกรอบเวลาที่ชัดเจนหรือไม่ แทนการรับปากไปวันๆ ทั้งนี้เพื่อยกระดับความปลอดภัยวัสดุก่อสร้างและลดการก่อมลพิษให้ประเทศ” นายกฤช ตั้งคำถาม
จากนั้น นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ชี้แจงว่า รัฐมนตรีไม่มีอำนาจในกระบวนการสั่งปิด หรือ เปิดโรงงาน เพราะตามกฎหมายให้เป็นอำนาจของปลัดกระทรวง ทั้งนี้ตนไม่ได้โยนปัญหาให้ข้าราชการรกระทรวงตอบ แต่สิ่งที่ตนจะทำได้หรือไม่ต้องมีสิทธิตรวจสอบ หากตนก้าวก่ายการเปิด หรือปิดโรงงานจะถูกครหาเรื่องอื่นได้อีก อย่างไรก็ดีตามรายงานของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) พบว่าได้สุ่มตรวจการผลิตเหล็กทุกโรงงานผลิตทั้ง 40 แห่ง โดยประสานไปยังหน่วยงานท้องถิ่น เช่น อุตสาหกรรมจังหวัด รวมถึงเครือข่ายประชาชน ให้ตรวจทั้งการผลิตในโรงงาน ศูนย์กระจายสินค้า จุดจำหน่ายหน้าร้านและสถานที่ก่อสร้าง เดือนละ 2 ครั้ง ว่าได้มาตรฐานหรือไม่ หากไม่ได้มาตรฐานจะดำเนินการตามกฎหมาย โดยสั่งให้แก้ไข และหากหลังการแก้ไข แต่ไม่ได้มาตรฐานไม่จะปิดโรงงานอีกครั้งทันที
“ในเดือนมิ.ย. นี้ จะมีการกำหนดมาตรการและข้อกำหนดต่อการคัดเลือกเศษเหล็กผลิตเหล็กเส้น เคมีน้ำเหล็ก และกระบวนการที่ทำให้เหล็กเย็นลงโดยไม่ใช้น้ำ เพื่อให้ได้มาตรฐาน ทั้งนี้การกำหนดมาตฐานและการตรวจอย่างละเอียดจะสามารถให้ความมั่นใจให้ประชาชนและคุมมาตรรฐานได้ 2-3 เดือนนี้” นายวราวุธ ชี้แจง
นายวราวุธ ชี้แจงอีกว่า ในการตรวจสอบ หากไม่ติดขัดจะให้ นายกฤช หรือทีมงานร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับคณะของกระทรวงอุตสาหกรรมด้วยเพื่อให้เห็นถึงกระบวนการตรวจสอบ เพื่อสร้างความมั่นใจ แต่หากร่วมตรวจแล้วไม่ได้มาตรฐานจะสั่งปิดอีกรอบ ขณะที่ประเด็นฝุ่นแดงนั้น จากการตรวจสอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีข้อสรุปว่าไม่มีการนำเข้า หรือส่งออก ที่สูงเกินปริมาณที่ผลิตได้ และยังรับฟังไม่ได้ว่าได้กระทำความผิดตามกฎหมาย ขณะที่โรงผลิตเหล็กที่ใช้เทคโนโลยีไอเฟ ปัจจุบันมี 10 แห่ง และถูกสั่งปิด 4 แห่ง ดังนั้นโรงงานทีเปิดนั้นไม่มีเฉพาะซินเคอหยวนเท่านั้น แต่อีกแห่งต้องดูถึงมาตรฐานและคุณภาพของเหล็กเช่นกัน
“การตรวจนั้น ได้ตรวจละเอียดไม่ได้ทำแบบครึ่งๆ กลางๆ เมื่อตรวจผ่านจำต้องเปิด พอเปิดแล้วระยะผ่านไป พบกระบวนนการผลิต ทำให้ได้เหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานจะให้แก้ไข หากแก้ไขไม่ได้ จะสั่งปิด ยืนยันไม่ได้ตรวจครึ่งๆ กลางๆเพราะวันข้างหน้าอาจถูกดำเนินคดีได้ ส่วนการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีผลิตเหล็ก อยู่ระหว่างการพิจารณา เพราะปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีกรีนสติล ดังนั้นต้องดูสถานการณ์โลก และเทคโนโลยีที่ต้องตอบโจทย์มาตรฐานของการผลิตเหล็กเพื่อสร้างความปลอดภัย” นายวราวุธ ชี้แจง
ทั้งนี้ นายกฤช ได้ใช้เวลาช่วงท้าย ระบุว่า ตนพร้อมลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบด้วยกัน และขณะนี้ตนได้ยื่น ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กรมโรงงาน ต่อสภาฯ ขอให้ รมว.อุตสาหกรรมสนับสนุนด้วย

