วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2569

Login
Login

กมธ.พัฒนาการเมือง รับลูกสภาผู้บริโภค สอบคุณสมบัติ ประธาน กสทช.

กมธ.พัฒนาการเมือง รับลูกสภาผู้บริโภค สอบคุณสมบัติ ประธาน กสทช.

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ รับเรื่องสภาผู้บริโภค สอบคุณสมบัติ 'ประธาน กสทช.' หลังรับงานอื่นควบ 'ภคมน' ชง 'มหิดล' ยันหลักฐานชัด ซัด กทสช.ไม่กล้าเคาะเรื่องใหญ่ หวั่นผูกพันอนาคต

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา กรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. รับหนังสือจากสภาผู้บริโภค ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

โดย น.ส.ภคมน กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีการยื่นหลักฐานให้คณะกรรมการสรรหา กสทช.แล้วกับฝั่งวุฒิสภา ซึ่งเป็นเอกสารที่ตีลับ เป็นบันทึกการประชุมของคณะ กมธ.การเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา (กมธ.ไอซีที) โดยเป็นหลักฐานยืนยันการทำงานของศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ที่ยืนยันแล้วว่าขาดคุณสมบัติ  โดยตนได้หลักฐานมาจากผู้ร้องคนหนึ่งที่ไม่ประสงค์ออกนาม แต่ทางกรรมการสรรหาต้องการหลักฐานที่ได้มาโดยชอบ อยากให้เราเชิญตัวแทนจากมหาวิทยาลัยมหิดลมายืนยันว่าบันทึกของ กมธ.ไอซีทีเป็นเรื่องจริง ที่บันทึกว่า ว่าขาดคุณสมบัติจริง

กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ จะตั้งวาระและจะมีการเชิญอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มายืนยันว่าหลักฐานที่ยื่นให้ กมธ.ไอซีทีเป็นข้อเท็จจริง ตนขอยืนยันว่าการตรวจสอบคุณสมบัติประธาน กสทช. ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล เพราะตนไม่ได้รู้จักประธาน กสทช.เป็นการส่วนตัว เพียงแต่เราตั้งคำถามว่าเราจะยินยอมให้ประธาน กสทช. ที่มีอำนาจหลายอย่าง ดูแลทรัพยากรคลื่นความถี่ของประเทศ มูลค่าหลักล้านล้านบาท สามารถดำรงตำแหน่งได้ ทั้งที่ขาดคุณสมบัติ เป็นสิ่งที่คนไทยยอมรับได้แล้วหรือยัง

กมธ.พัฒนาการเมือง รับลูกสภาผู้บริโภค สอบคุณสมบัติ ประธาน กสทช.

น.ส.ภคมน กล่าวว่า มองว่านี่คือการลุต่อกฎหมายยาวนานถึง 3 ปี ทั้งที่เรายื่นหลักฐานให้กรรมการ กสทช. ไม่ใช่เอกสารใหม่ แต่เป็นเอกสารที่สาธารณะเคยรับรู้ และไม่เคยถูกนำไปให้เกิดผลต่อการตรวจสอบคุณสมบัติหรือให้ประธาน กสทช.หลุดจากตำแหน่ง ตนในฐานะที่เป็นประธาน กมธ.การพัฒนาการเมือง จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมายืนยันว่าหลักฐานที่เรามี ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ ไม่มีคุณสมบัติดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. แม้แต่วันเดียวคือเรื่องจริง และจะทำให้องค์กร กสทช. เป็นองค์กรที่ประชาชนพึ่งพาและตรวจสอบได้ เพราะวันนี้ กสทช. แทบจะเป็นองค์กรลับ ลวง พราง มาก เพราะงบประมาณส่วนใหญ่ กมธ.ติดตามงบฯ สภา ไม่สามารถขอดูเอกสารการเบิกจ่ายอะไรได้เลย

อีกทั้ง กสทช.ที่เรียกว่ายูโซ่ มีงบประมาณหลักพันล้านบาท และประธาน กสทช.มีอำนาจในการเบิกจ่าย ทำอะไรก็ได้ ซื้ออะไรก็ได้ ดังนั้น เราจะยินยอมให้คนที่ขาดคุณสมบัติ ไม่มีแม้กระทั่งความรับผิดชอบในคุณสมบัติตัวเอง มานั่งในตำแหน่งสำคัญได้หรือไม่ ตอนนี้เหลือเวลาอีก 9 วันที่คณะกรรมการสรรหาเปิดรับหลักฐานในการตรวจสอบคุณสมบัติ ดังนั้น ตนอยากให้มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ กสทช.ยืนตรงและเป็นองค์กรที่ตรงไปตรงมา

หลังจากนี้ กสทช.จะได้ทำงานเป็นเรื่องเป็นราว เป็นที่พึ่งพิงได้ เพราะวันนี้สื่อมวลชนที่อยู่ในสายโทรทัศน์ ก็ยังไม่รู้อนาคตตัวเองว่าจะเป็นอย่างไร เพราะ กสทช.ไม่ได้มีการพิจารณาประมูลคลื่นความถี่ครั้งถัดไป ซึ่งเหตุผลที่ กสทช.ไม่พิจารณาเรื่องใหญ่เลย เพราะรู้ว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องและจะมีผลผูกพันในอนาคต เราไม่สามารถคาดหวังอะไรได้เลย ทั้งเรื่องการปราบแก๊งสแกมเมอร์ ทำให้ กสทช.ไม่ทำอะไรเลย เพราะประธาน กสทช.ไม่มีคุณสมบัติ

กมธ.พัฒนาการเมือง รับลูกสภาผู้บริโภค สอบคุณสมบัติ ประธาน กสทช.

เมื่อถามว่าอีกไม่นานทีวีดิจิทัลจะหมดสัญญา หากไม่พิจารณาจะเกิดอะไรขึ้นต่อ น.ส.ภคมน กล่าวว่า หากไม่มีการพิจารณาคุณสมบัติประธาน กสทช. เรื่องพิจารณาคลื่นความถี่คงไม่เกิดขึ้น หากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง พี่น้องสื่อมวลชนคงจะคาดหวังอะไรกับ กสทช.ไม่ได้ เพราะเขาคงยังไม่กล้าตัดสินใจว่าจะเดินหน้าหรือต่อสัญญา และหากในอนาคตถูกพิพากษาว่าขาดคุณสมบัติ ก็จะติดตัวเขา ดังนั้น คิดว่า กสทช.ก็จะแช่แข็งอยู่แบบนี้ ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม วันนี้สื่อต้องช่วยกันกดดันให้คุณสมบัติประธาน กสทช.มีความชัดเจน 

เมื่อถามว่าการที่ กสทช. ดำเนินการแบบนี้ ผลกระทบที่เห็นมีอะไรบ้าง น.ส.ภคมน กล่าวว่า กสทช.เป็นหน่วยงานที่จัดเก็บงบประมาณได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องแสดงกับสภา หากจำกันได้ กองทุนยูโซ่ ที่เคยทำโครงการเน็ตประชารัฐ และให้ยืมเงินไปซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก สมัย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ปัจจุบันใช้หนี้หรือยัง ยังไม่รู้เลย และกองทุนนี้เคยถูกใช้ในโครงการเน็ตประชารัฐ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร

น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า ล่าสุดพยายามจะแก้นิยามให้ครอบคลุมไปถึงว่าขอให้ดูแลประชาชนและเพิ่มข้อความว่าสามารถซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ผู้ป่วยติดเตียงได้ มันเป็นไปได้อย่างไร งบประมาณส่วนนี้ประมาณ 1,500 ล้านบาท เพื่อจะเอื้อเอกชนเข้ามาซื้อ และได้ประโยชน์จากการแก้นิยามนี้ ถือเป็นความลับ ลวง พรางมาก สำหรับกองทุนดังกล่าว และคนที่ตัดสินใจใช้เงินทั้งหมดได้คือประธาน กสทช. วันนี้ที่เราทำเพราะต้องการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และกระเป๋าเงินที่ใหญ่มากของชาติ ที่จะทำให้คนที่เข้าไม่ถึงการสื่อสาร การใช้อินเทอร์เน็ต รวมทั้งผู้บกพร่องทางการได้ยิน ซึ่งทราบว่ายูโซ่ไม่ได้เบิกจ่ายมานานแล้ว