วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569

Login
Login

วัดใจ‘เพื่อไทย’ เดินหน้า-ถอย? ชี้ชะตา ‘สสร.- รธน.ใหม่'

วัดใจ‘เพื่อไทย’ เดินหน้า-ถอย?  ชี้ชะตา ‘สสร.- รธน.ใหม่'

ในวันนี้ 9 มิ.ย. พรรคเพื่อไทย โดย “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรค จะตั้งวงถก “สส.” พร้อมแกนนำ ถึงท่าทียื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มหมวดใหม่ ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกครั้ง

หลังจากปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยจำใจกดปุ่ม “หยุด” เพราะมีสัญญาณ “ไม่สู้ดี” ที่ส่งผ่านมาจาก “พรรคภูมิใจไทย” โดยให้ “30 สส.ภูมิใจไทย” ถอนชื่อออก หลังจากร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไปแล้ว

แม้ว่าการถอนชื่อของ สส.ภูมิใจไทยจะไม่กระทบต่อการเสนอร่างแก้ไข เพราะเมื่อนับเสียง “สส.” ที่สนับสนุนร่าง ทั้งจากพรรคเพื่อไทย และพรรคอื่นๆ เช่น พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชาติ รวม 7 พรรคที่เข้าชื่อ รวมแล้วเกิน 100 รายชื่อ ทว่า “แกนนำเพื่อไทย” ถอดรหัสแล้วเห็นว่า จำเป็นที่ต้องจำใจหยุดไว้ก่อน

จากคำสัมภาษณ์ของ “หัวหน้าหนิม" จุลพันธ์ เมื่อ 4 มิ.ย. ที่ระบุว่า “พรรคภูมิใจไทยได้ถอนชื่อ ซึ่งไม่ได้มีแค่ 30 รายชื่อ แต่หมายถึงการเดินหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจ อย่างที่รู้ว่า กติกาในปัจจุบัน การลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภา และต้องได้เสียง 1 ใน 3 ของ สว. ดังนั้น เมื่อมองจำนวน 30 คน ไม่ใช่แค่นั้น แต่มีมากกว่านั้น ทั้งองคาพยพของพรรคแกนนำหลัก อย่างภูมิใจไทย และ สว. ที่อาจมีความคิดเห็นใกล้เคียงกัน ดังนั้นต้องกลับมาทบทวนพิจารณาให้ถี่ถ้วน”

วัดใจ‘เพื่อไทย’ เดินหน้า-ถอย?  ชี้ชะตา ‘สสร.- รธน.ใหม่'

สิ่งที่พรรคเพื่อไทยต้องทบทวน ในเนื้อหาของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปฏิเสธไม่ได้ว่า สาระหลักคือ สิ่งที่ “ภูมิใจไทย” กังวล และถูกบอกกล่าวอย่างเป็นทางการ ผ่านคำแถลงของ “นิกร จำนง” แกนนำภูมิใจไทย ที่รับผิดชอบหลักต่อเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ การออกแบบที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่พรรคเพื่อไทยเขียนวิธีตั้งต้นของการได้มาซึ่ง “สสร.” คือ การเลือกตั้งจาก “ประชาชน” 

แม้ว่าปลายทางคนที่จะตัดสินใจว่า “สสร.” ที่เข้ามาทำหน้าที่นั้นเป็นใคร คือ “รัฐสภา” แต่การตั้งต้นจาก “เลือกตั้งของประชาชน” ส่อว่าจะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 ที่กำหนดว่า “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่าง(รัฐธรรมนูญ) ได้โดยตรง”

แม้ว่าขณะนี้การทบทวนเนื้อหาของ “เพื่อไทย” จะไม่ชัดเจน ว่าจะออกไปในทางใด เพราะคีย์แมนทั้ง ชูศักดิ์ ศิรินิล จาตุรนต์ ฉายแสง ที่รับผิดชอบโดยตรง ยังคงเก็บตัว แต่มีสัญญาณที่ค่อนข้างชัดว่า “ต้องใช้มติของ สส.เพื่อไทย” สู้กับ “มติพรรคภูมิใจไทย” 

วัดใจ‘เพื่อไทย’ เดินหน้า-ถอย?  ชี้ชะตา ‘สสร.- รธน.ใหม่'

ไม่ว่าสุดท้ายจะออกมาในทางที่ “ยอม” ปรับปรุงเนื้อหา หรือ “ยืนยันเนื้อหาเดิม” ที่มี สส.ลงชื่อสนับสนุนเกิน 100 เสียง ซึ่งครบตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญที่ยื่นต่อ “โสภณ ซารัมย์” ประธานรัฐสภาแล้ว

ทั้งนี้ มีประเด็นที่แกนนำพรรคเพื่อไทยได้คุยกัน และตกผลึกระดับหนึ่ง คือ เนื้อหาที่เปิดทางให้นำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นสิ่งที่ “ฝ่ายนิติบัญญัติ” ต้องพิจารณาร่วมกัน และไม่เกี่ยวกับการ “บริหารราชการแผ่นดิน-คณะรัฐมนตรี” ดังนั้นต่อให้ 30 สส.ภูมิใจไทยถอนชื่อสนับสนุน ไม่ได้แปลว่า จะมีความระหองระแหงระหว่าง “ภูมิใจไทย-เพื่อไทย” ฐานะพรรคร่วมรัฐบาล

สิ่งสำคัญต่อจากนี้ คือการยืนยันต่อรัฐสภา ที่พรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าให้นำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลประชามติ เมื่อ 8 ก.พ.2569 ที่ประชาชนเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่มีประเด็นสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นเหตุให้ถูกตีความว่า “ทำผิดรัฐธรรมนูญ” และไม่ยุ่งกับหมวด 1 หมวด 2 ส่วน สสร.ที่จะถูกออกแบบหน้าตาเป็นอย่างไร เชื่อว่าจะเห็นรูปร่างที่ชัดเจนในชั้น “กรรมาธิการ” ขณะเดียวกัน พร้อมยอมรับมติเสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภา

ประเด็นที่ “พรรคภูมิใจไทย” พยายามส่งสัญญาณมาจากท่าที ที่ให้ 30 สส.ถอนชื่อจากร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ที่วางกลไกให้ “สสร.” มาจากการเลือกตั้ง

มีคำอธิบายว่า “ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568” ทำให้มองเห็นภาพได้ว่า “ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ” ของทั้ง พรรคประชาชน-พรรคประชาธิปัตย์ ที่เขียนโมเดลให้ “ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ” มาจากการเลือก-หยั่งเสียงของ ประชาชน หรือจะมีร่างฉบับอื่นที่ยื่นเข้ามาหลังจากนี้ ที่เขียนโมเดลให้มี “คูหาเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ” พรรคสีน้ำเงิน จะยืนยันมุมมองว่า ขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน

สะท้อนภาพในอนาคตได้ว่า สส.พรรคภูมิใจไทยเตรียมเทโหวต “แก้รัฐธรรมนูญ” ไปในทิศทางใด และ “สว.” ที่ถูกขนานนามว่าเป็น “สว.สีน้ำเงิน” จะเทโหวตไปในทางเดียวกัน จุดนี้ถือเป็น “จุดชี้ชะตา” ที่ชัดเจนว่า กลไกที่จะนำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจถูก “ล็อก” ไว้ให้เหลือหนทางเดียวคือ ไม่มีทางที่ สสร.จะมาจากการเลือกของประชาชน

โดย “พริษฐ์ วัชรสินธุ” แกนนำพรรคประชาชน เคยตั้งข้อสังเกตไว้ แต่ไม่ปรารถนาให้เป็นจริงคือ ระบอบสีน้ำเงินปล่อยให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้า แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ผูกขาดกำหนดกติกา การได้มาของ สสร.สามารถคัดเลือกผู้ร่าง หรือชี้ขาดเนื้อหา

วัดใจ‘เพื่อไทย’ เดินหน้า-ถอย?  ชี้ชะตา ‘สสร.- รธน.ใหม่'

หากเป็นเช่นนั้น รัฐธรรมนูญที่ถูกแก้ไข หรือที่จะจัดทำใหม่ ย่อมถูกตั้งคำถามถึง “ความชอบธรรม” 

ท้ายสุดประชาชนที่ออกเสียงประชามติ ว่าจะเห็นชอบหรือไม่ อาจ “กาไม่เห็นชอบ” และทำให้ “รัฐธรรมนูญ2560” ที่ถูกมองว่าเป็นปัญหายังคงอยู่ต่อไป

ดังนั้นไม่ว่าวันที่ 9 มิ.ย. มติของสส.พรรคเพื่อไทย จะออกมาในบทไหน ไม่ว่าการประนีประนอม เพื่อรักษาสัมพันธ์การ “ร่วมรัฐบาล”

หรือยืนยันในจุดยืนเดิมอย่างเข้มแข็ง ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ที่ให้ความสำคัญกับ “เสียงประชาชน” ล้วนมีความหมายต่อทิศทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา256 อย่างน้อยคือ การยืนหยัดต่อสู้กับ “ระบอบผูกขาด” ที่มีผลต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นประชาธิปไตย