'ณัฐพงษ์' นำทีม ครม.เงา ถกการรับมือมาตรการกีดกันทางการค้ามาเลเซีย-สหรัฐฯ 11 มิ.ย.ชงเข้า กมธ.เศรษฐกิจ จี้ 'อนุทิน-สุชาติ' เอาจริงแก้วิกฤตแม่น้ำเป็นพิษ
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) นำทีม "ครม.เงา" โดยมีวาระหลัก 3 เรื่อง ได้แก่ กรณีมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งไทย การรับมือมาตรา 301 ของสหรัฐฯ โดยทั้งสองเรื่องจะถูกนำไปติดตามต่อ ในการประชุมคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ วันที่ 11 มิ.ย.นี้ ส่วนการปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พรรคประชาชนขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนหลักเกณฑ์ในการคัดกรองผู้มีสิทธิถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ รวมทั้งขอให้พิจารณาปรับเกณฑ์การลดหย่อนภาษีให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น
ขณะเดียวกันยังเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้จริงจังในการแก้ปัญหาวิกฤตแม่น้ำเป็นพิษในภาคเหนือและภาคใต้ ซึ่งเกิดจากการทำเหมืองของประเทศเพื่อนบ้าน
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้พี่น้องประชาชนในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และระนอง กำลังเผชิญกับปัญหาแม่น้ำเป็นพิษจากการทำเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะแม่น้ำกก สาย รวก โขง และสาละวิน ซึ่งพบสารโลหะหนักอันตรายปนเปื้อนในขั้นวิกฤต ส่งผลให้ประชาชนเสี่ยงสะสมสารพิษ น้ำประปาและผลผลิตทางการเกษตรไม่ปลอดภัย และธุรกิจหลายแห่งต้องปิดตัวลง ขณะที่แม่น้ำกระบุรีในจังหวัดระนองก็พบค่าความขุ่นสูงเกินเกณฑ์วิกฤต พร้อมพบการลักลอบขนแร่หายากโดยใช้เหมืองดีบุกบังหน้า ทำให้ไทยกลายเป็นทางผ่านขนส่งแร่พิษมากขึ้นเรื่อย ๆ
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ตนจะต้องส่งคำถามตรงไปยังนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ สุชาติ ชมกลิ่น ว่าต้องเลือกว่าจะอยู่ข้างคนไทย หรือจะอยู่ข้างประเทศเจ้าของเหมืองที่สร้างมลพิษ ส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทยมากมาย ที่ตนกล่าวเช่นนี้ เพราะการกระทำของรัฐบาลที่ผ่านมา พวกตนเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับข้อเรียกร้องของประชาชน เพราะพวกตนเห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ใช้อำนาจของตัวเองที่มีอยู่ในการออกกฎหมายลำดับรองที่จำเป็น ยังไม่เห็นรัฐบาลใช้อำนาจในการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด
ขอยกตัวอย่างเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก มีเครือข่ายภาคประชาชนและภาคประชาสังคมจัดเดินธรรมยาตรา 6 วัน จากอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ สิ้นสุดที่ศาลากลางเชียงราย โดยต้องการส่งหนังสือตรงไปยังรัฐบาล แต่กลับไม่มีตัวแทนจากคณะรัฐมนตรีมารับหนังสือแม้แต่คนเดียว มีเพียงระดับผู้ช่วยรัฐมนตรีมารับเท่านั้น การกระทำในส่วนนี้จึงแสดงถึงความเพิกเฉยของรัฐบาลต่อปัญหา ซึ่งตนและพรรคประชาชนมีความพยายามผลักดันเรื่องสารพิษในแม่น้ำสายต่าง ๆ มาถึง 3 รัฐบาลแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง
ประการที่สอง คือรัฐบาลยังไม่ได้ใช้อำนาจที่มีอยู่ในการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด พวกตนมองว่ามาตรการเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการทันทีประกอบไปด้วย 3 ด้าน คือ ด้านคน ด้านกฎ และด้านงบประมาณ
ด้านคน รัฐบาลต้องจัดการเจรจาพหุภาคี ไทย-จีน-เมียนมา-ลาว พร้อมกำหนดแผนปฏิบัติการตรวจคุณภาพน้ำ ตะกอนดิน ผลผลิตทางการเกษตร และสุขภาพประชาชนด้วยมาตรฐานกลางร่วมกัน รวมถึงจัดทำระบบข้อมูล Supply Chain การทำเหมืองในประเทศลุ่มน้ำโขง ตั้งแต่การทำเหมือง การส่งออก-นำเข้า ไปจนถึงการแปรรูป เพื่อให้ตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งกระบวนการ
ด้านกฎ เร่งออกกฎหมายลำดับรองภายใต้ พ.ร.บ.แร่ มาตรา 104 เพื่อกำหนดให้แร่สำคัญ เช่น Rare Earth พลวง และดีบุก เป็นแร่ที่ต้องขออนุญาตนำเข้า และแร่ที่จะนำเข้าไทยต้องพิสูจน์ได้ว่ามาจากเหมืองที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและไม่ทำให้แม่น้ำเป็นพิษ หากพิสูจน์ไม่ได้ให้ห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด พร้อมจัดตั้งคณะกรรมการร่วม 4 ประเทศ เพื่อออกกลไกตรวจสอบแหล่งที่มาของเหมือง
ด้านงบประมาณ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ. 2570 ที่จะเข้าสู่สภาภายในสิ้นเดือนนี้จนถึงต้นเดือนหน้า จะต้องจัดสรรงบประมาณรับมือผลกระทบในการจัดการน้ำประปา ปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกในพื้นที่ที่ดินมีค่าสารหนูเกินมาตรฐาน เพิ่มห้องแล็บตรวจวิเคราะห์ที่ละเอียดและรวดเร็วขึ้น พร้อมเยียวยาเกษตรกรและภาคธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ
"พรรคประชาชนจะผลักดันทั้งในเชิงกฎหมายและผ่านกลไกอนุกรรมาธิการมลพิษทางน้ำข้ามแดน รวมถึงคณะกรรมาธิการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย เพื่อติดตามเรื่องนี้อย่างเข้มข้นต่อไป" นายณัฐพงษ์ กล่าว


