“อันเฟรล” รายงานผลตรวจการเลือกตั้ง69 ห่วงนับคะแนนไม่โปร่งใส 5%ตรวจสอบไม่ได้ แนะ “กกต.” ปรับระบบรายงานผลลงคะแนนเรียลไทม์- มอง “กกต.” ลิดรอนสิทธิตรวจสอบ ปมฟ้องปชช.
ที่โรงแรมไอบิส สไตล์ รัชดา กทม. มูลนิธิอันเฟรล จัดเวทีหารือหลังการเลือกตั้งของ มูลนิธิอันเฟรล และ เปิดตัวรายงานฉบับสมบูรณ์ของคณะสังเกตการณ์การเลือกตั้งระหว่างประเทศ ต่อการเลือกตั้งทั่วไปและการออกเสียงประชามติของประเทศไทย 2569 อย่างเป็นทางการ
โดยตัวแทนของมูลนิธิอันเฟรล รายงานต่อการสังเกตการณ์เลือกตั้งตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งยังคงมีปัญหา เช่น การตีความของเจ้าหน้าที่ที่มองว่าเป็นบัตรเสีย ทั้งที่เป็นการทำเครื่องหมายที่ไม่ใช่การทำให้บัตรลงคะแนนเสียไป นอกจากนั้นข้อกังวลต่อการซื้อเสียง แม้ว่าไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจซื้อเสียงในช่วงเลือกตั้งมีจำนวนมาก ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบให้ชัดเจน นอกจากนั้นแล้วพบว่ามีการใช้กฎหมายบางข้อที่ลิดรอนสิทธิของประชาชน ทั้งนี้การเลือกตั้งมีข้อร้องเรียนแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้ตอบสนองได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้มีสิ่งที่อันเฟรลกังวลหลังจากสังเกตการณ์เลือกตั้ง คือ การนับคะแนนที่ยังไม่โปร่งใส 100% แม้ว่า 95% ตรวจสอบได้ แต่อีก 5% ตรวจสอบไม่ได้ ทั้งนี้ในหลายประเทศสามารถรายงานผลการนับคะแนนแบบเรียลไทม์แล้ว ประเทศไทยควรทำให้การรายงานการนับคะแนนเรียลไทม์ได้เช่นกัน
ทั้งนี้ในรายงานได้สะท้อนมุมมองต่อประเด็นการกำหนดบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่สามารถตรวจสอบได้ถึงการใช้เสียงเลือกตั้งของบุคคลได้ ถือเป็นสิ่งที่ลิดรอนสิทธิลงคะแนนเสียงโดยลับของประชาชน พร้อมกับเรียกร้องให้ภาครัฐปกป้องสิทธิของประชาชนในการลงคะแนนที่ไม่ระบุตัวตน เพื่อลดประเด็นที่สังคมไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งที่ส่งผลความมั่นใจขององค์กรที่กำกับการเลือกตั้ง พร้อมกับขอให้มีการปฏิรูปองค์กรเลือกตั้งอย่างจริงจัง เพื่อให้กระบวนการเลือกตั้ง และกระบวนการนับคะแนนเลือกตั้งมีความโปร่งใส ที่สะท้อนเป็นความมั่นใจต่อผลการเลือกตั้ง
ขณะที่ประเด็นที่ กกต. ดำเนินคดีกับ 6 บุคคลที่ตรวจสอบบัตรลงคะแนน ทำให้เกิดความกังวลต่อประชาชนและส่วนที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดกับการมีส่วนร่วมของประชาชนและการกำกับการเลือกตั้งของ กกต. โดย มูลนิธิอันเฟรลได้เรียกร้องให้ กกต. ยกเลิกการฟ้องร้องบุคคลทั้ง 6 คน ที่เหมือนกับเป็นการใช้กฎหมายปิดปาก และขอให้เคารพในสิทธิการตรวจสอบของประชาชนที่มีสิทธิสังเกตการณ์กระบวนการเลือกตั้ง ที่สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศของประเทศไทย นอกจากนั้นขอให้มีการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกเพศและทุกความหลากหลายทางเพศอย่างเท่าเทียม
ทั้งนี้มูลนิธิอัลเฟรล มีข้อเสนอแนะต่อกกต. ด้วยว่า กกต.ควรทำข้อมูลการเลือกตั้งและกระบวนการต่างๆ ให้โปร่งใส เผยแพร่ผ่านออนไลน์ ซึ่งหวังว่าจะกอบกู้ความเชื่อมั่นขององค์กรจากภาคส่วนของสังคมได้ ขณะที่การร้องเรียนควรทำลำดับข้อร้องเรียนเพื่อให้ประชาชนสะดวกต่อการติดตาม รวมถึงต้องแถลง ชี้แจงเหตุผลการตัดสินใจที่ละเอียด มีมาตรฐานจัดเก็บการขนส่ง ปิดซอง และมีความชัดเจนต่อการประกาศผลเลือกตั้งที่ประชาชนสามารถเข้าใจง่าย ไม่สับสน ทั้งนี้ กกต. ต้องมีหน้าที่ให้ความรู้ต่อประชาชนต่อสิทธิพึงมี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในรายงานของมูลนิธิอันเฟรล ระบุตอนหนึ่งว่าการเผยแพร่รายงาน ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัยที่เกี่ยวกับความถูกต้องของบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเป็นความท้าทายทางกฎหมายอย่างร้ายแรงที่สุดต่อ กกต. แม้ว่าศาลอาจจะเพิกถอนการเลือกตั้ง โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นการละเมิดสิทธิลงคะแนนลับ เหมือนที่เคยวินิจฉัยในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนเม.ย.2549 แต่มีผู้เชี่ยวชาญบางส่วนที่มองว่าศาลรัฐธรรมนูญอาจไม่วินิจฉัยให้เป็นผลดังกล่าว

