ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาข้อร้องเรียนจากการทุจริตส่วนใหญ่ พบว่ามาจาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยปัจจุบันมี อปท.กว่า 7,845 แห่ง (ข้อมูล ณ ปี 2568) แบ่งเป็น องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 76 แห่ง เทศบาล 2,474 แห่ง (รวมเทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบล) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) 5,293 แห่ง และ อปท.รูปแบบพิเศษ คือ กทม. และเมืองพัทยา กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค
ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ระหว่างปี 2566-2567 พบว่า อปท.ถูกร้องเรียนมากถึง 7,829 เรื่อง คิดเป็น 34.59% จากสำนวนที่ถูกร้องเรียนทั้งหมด 20,675 เรื่อง
นอกจากนี้ ประเด็นที่ถูกร้องเรียนคือ กรณีการจัดซื้อจัดจ้างมากที่สุด เช่น กรณีการ “ฮั้วประมูล” รองลงมาคือ เรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณ และการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงกรณีการแสวงผลประโยชน์ในการออกใบอนุญาต หรือการใช้ที่ดินสาธารณะ
ขณะเดียวกันองค์กรตรวจสอบภาคประชาชน และเครือข่ายของสำนักงาน ป.ป.ช. เช่น โครงการหมาเฝ้าบ้าน ชมรม Strong จิตพอเพียงต้านทุจริต ยังตรวจสอบพบ เหตุการณ์ “ส่อทุจริต” ใน อปท.มาโดยตลอดแทบทั้งปี นอกเหนือจากเรื่องจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ยังเป็นเรื่องการ “ขนคน” บินไปดูงานต่างประเทศ โดยใช้เงินงบประมาณภาษีจากประชาชน
ในช่วงที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ช. ในฐานะ “องค์กรปราบโกง” เบอร์ 1 ของไทย จึงคลอดมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โฟกัสเป้าใหญ่ไปที่ อปท.จำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ มาตรการป้องกันการทุจริตเชิงนโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ชงให้ ครม.รับทราบ และมีมติตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559
มีข้อเสนอแนะแบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ
1. มาตรการด้านกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เสนอให้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง คุณสมบัติของผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น รวมถึงการปรับปรุงโครงสร้าง อำนาจหน้าที่และการปฏิบัติงานของสภาท้องถิ่น
2. มาตรการด้านการบริหาร เสนอให้มีกฎหมายว่าด้วยหลักธรรมาภิบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปรับปรุงระบบการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น ปรับปรุงระบบการเงิน การคลัง และการงบประมาณ ระบบการจัดซื้อจัดจ้าง และระบบบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
3. มาตรการด้านการตรวจสอบ กำกับดูแล และการมีส่วนร่วมของประชาชน เสนอให้เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจของผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งจากฝ่ายสภาท้องถิ่น ฝ่ายกำกับดูแล ฝ่ายองค์กรอิสระ ภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน รวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
4. มาตรการด้านคุณธรรม จริยธรรม เสนอให้มีประมวลจริยธรรมหรือจรรยาบรรณทางการเมืองของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองส่วนท้องถิ่น และการปลูกจิตสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรมและการมีส่วนร่วมให้แก่ประชาชนและเยาวชนในท้องถิ่น
ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช.ยังชงเรื่องมาตรการปลูกจิตสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรม และการมีส่วนร่วม ให้แก่ประชาชนและเยาวชนในท้องถิ่น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและปลูกจิตสำนึกต่อต้านการทุจริต มีการเพิ่มหลักสูตร “การปกครองส่วนท้องถิ่นขั้นพื้นฐาน” ให้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับการศึกษาภาคบังคับ และประสานความร่วมมือกับองค์กรทางศาสนาเพื่อปลูกจิตสำนึกด้านความซื่อสัตย์สุจริตและการต่อต้านการทุจริต
ผ่านมา 10 ปี มาตรการของ ป.ป.ช.ดังกล่าว ผลิดอกออกผล เนื่องจากการทุจริตหรือความไม่ชอบมาพากลภายใน อปท. ลดน้อยถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกรณีการจัดซื้อจัดจ้าง และกรณีการพาเจ้าหน้าที่บินไปดูงานต่างประเทศ เกิดขึ้นน้อยลงอย่างมาก เพราะ ป.ป.ช.เอาจริง “ใช้ยาแรง” ลงโทษทั้งทางวินัยร้ายแรง และทางอาญาอย่างเด็ดขาด
นอกจากนี้ ในช่วงปีงบประมาณ 2568 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ผู้บริหารระดับสูงภายในสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ร่วมหารือ และผนึกกำลังกับหน่วยงานภายใต้สังกัด “กระทรวงมหาดไทย” ที่เป็นผู้บังคับบัญชาของ อปท. หลายครั้ง เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต “หน่วยงานท้องถิ่น” ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
ป.ป.ช.ยังใช้มาตรการลงพื้นที่ เพื่อ “เฝ้าระวัง” โครงการสุ่มเสี่ยงจะเกิดการทุจริตขึ้น โดยให้คำแนะนำ และจับตาตรวจสอบใกล้ชิดใน อปท.หลายแห่งทั่วประเทศ นับเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่สัมฤทธิ์ผล และค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
บทความนี้ สนับสนุนโดยกองทุน ป.ป.ช.หากพบเห็นการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ ร้องเรียนได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูล สำนักงาน ป.ป.ช. โทร.1205 หรือ www.nacc.go.th หรือสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัด

