“อนุชา” ควง “อภิสิทธิ์” นำทีม ลุยหาเสียงตลาดเคหะคลองจั่น แย้มเปิดเวทีปราศรัยย่อย 17 มิ.ย. ชูนโยบายบริหารโปร่งใสตรวจสอบได้
ที่สวนพฤกษชาติคลองจั่น บางกระปิ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่กทม. นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่หาเสียง เขตบางกะปิ โดยเดินเท้าแนะนำตัวเองพร้อมผู้สมัคร ส.ก. นายปรัชญา ศรีสอาด ตั้งแต่ปากทาง ซอยนวมินทร์ 8 ไปจนถึงสวนพฤกษชาติคลองจั่น
โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากตลอดทางเป็นตลาดนัด มีพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้านขายของ ทั้งอุปโภคบริโภค เป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้แกนนำพรรคฯ เป็นที่สนใจของบรรดาพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายสินค้า โดยได้ถ่ายรูปเซลฟี่ และนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมาคล้องคอให้เป็นกำลังใจ
โดยนายอนุชา ให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอ คือเรื่องของโอกาสและความหวัง จากนี้ ไปอีก 4ปีต้องทำให้คนมองเห็นอนาคตด้วย ไม่ใช่แค่พูดกันแค่เรื่องแก้ปัญหาอย่างเดียว ขณะที่ปัญหาชุมชนแออัดในพื้นที่ และปัญหาแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย ตนได้มีโอกาสลงพื้นที่ 2-3 จุด เมื่อ 4 มิ.ย. พบว่ามีประเด็นปัญหาเหมือนกันคือมีแรงงานต่างด้าว รวมถึงผู้ที่เข้ามาในลักษณะที่เป็นประชากรแฝง ที่เช่าเปิดแผงค้าขายต่างๆ ซึ่งกทม. ก็จะต้องเข้ามาตรวจสอบในเบื้องต้น ว่าเขาได้สิทธิ์ตรงนั้นจริงหรือไม่ หรือว่าสวมสิทธิ์จากใครมา เพื่อทำให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย ให้เกิดความมั่นใจว่า คนไทยจะไม่โดนเบียดบังในเรื่องการค้าขาย โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นอย่างแน่นอน
นายอนุชา กล่าวต่อว่า ในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ จะมีการปราศรัยย่อย ซึ่งจะมีการนำเสนอนโยบายสิ่งที่ประชาชนอยากได้ยิน อยากได้เห็น และเป็นแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ส่วนการปราศรัยใหญ่นั้นจะต้องพูดคุยกันอีกครั้ง คาดว่าน่าจะจัดขึ้นในช่วงก่อนเลือกตั้ง
เมื่อถามถึงกระแสดรามา กรณีที่มีการเปิดเผย เรื่องการทุจริตซื้อขายตำแหน่ง ในกรุงเทพฯ นายอนุชา กล่าวว่า นโยบายที่เรานำเสนอตั้งแต่แรกนั้น คือเรื่องของความโปร่งใส ตรวจสอบได้ในการทำหน้าที่ โดยไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการซื้อขายตำแหน่ง การจัดซื้อจัดจ้าง หรือการบริหารจัดการทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ รวมถึงการโยกย้ายข้าราชการต่างๆ ในช่วงที่นายอภิสิทธิ์เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคนั้น ได้วางนโยบายเรื่องนี้ชัดเจน ทั้งการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น ได้เน้นย้ำในเรื่องการทำการเมืองสุจริต เป็นสิ่งที่เราพูดคุยกันมาตลอด ตนก็จะยึดถือเรื่องนี้ที่จะเข้าไป บริหารราชการกทม. ถ้าได้รับโอกาส

