วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน 2569

Login
Login

ฝ่ายค้าน-สว.ยื่น ปธ.สภาฯ ชงศาลฎีกา สอบคดีหุ้น 'ศักดิ์สยาม'

'ณัฐพงษ์' นำฝ่ายค้าน-สว. ยื่นประธานสภาฯ ส่งศาลฎีกา ตั้งคณะไต่สวน ป.ป.ช.ปมยกคำร้องคดีหุ้น 'ศักดิ์สยาม' เปิด 4 ข้อกล่าวหา ชี้มีเหตุสงสัยพอ เตือนปัดตก ค้านสายตาสังคม

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมตัวแทนสมาชิกรัฐสภาทั้งจากพรรคฝ่ายค้าน และ สว. บางส่วน แถลงข่าวการยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 ขอให้มีการส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะไต่สวนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีการยกคำร้องนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม อดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ในคดีหุ้น

โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาได้มีการจัดทำคำร้องให้มีความรัดกุมและรอบคอบที่สุด โดยในคำร้องประกอบด้วยข้อมูลสาธารณะ รวมถึงบันทึกเทปจากการชี้แจงของตัวแทน ป.ป.ช. ในที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน เท่าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้ โดยเนื้อหาคำร้องประกอบด้วย 4 ข้อกล่าวหาหลัก คือ

1.ป.ป.ช. ดำเนินการตรวจสอบด้วยกระบวนการที่มีข้อบกพร่องและไม่ชอบด้วยกฎหมาย ป.ป.ช. มิได้มีการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเชิงลึกก่อนยกคำร้องที่เกี่ยวข้องกับบัญชีทรัพย์สิน ทั้งที่ระเบียบ ป.ป.ช. กำหนดให้ต้องทำในกรณีที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยว่ามีการโอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สินหรือมีการถือครองทรัพย์สินแทน นอกจากนี้ ป.ป.ช. มิได้มีการไต่สวนหรือแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนก่อนยกคำร้องที่เกี่ยวข้องกับฐานความผิดอาญา ซึ่งรวมถึงการที่ ป.ป.ช. มิได้มีการเรียกผู้ร้อง เช่น นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล มาให้ถ้อยคำ และไม่ปรากฏว่ามีการตรวจสอบนิติกรรมอำพรางหรือเส้นทางการเงินตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยไต่สวนไว้ 

ฝ่ายค้าน-สว.ยื่น ปธ.สภาฯ ชงศาลฎีกา สอบคดีหุ้น 'ศักดิ์สยาม'

2.ป.ป.ช. ใช้ดุลพินิจวินิจฉัยผิดพลาดอย่างชัดแจ้ง ป.ป.ช. วินิจฉัยว่าศักดิ์สยามไม่มีเจตนาจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ ซึ่งไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ปรากฎในกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ อีกทั้ง ป.ป.ช. ยังละเว้นการวินิจฉัยในประเด็นสำคัญว่า ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น หรือไม่

3.ป.ช. มีพฤติการณ์ปกปิดกระบวนการตรวจสอบ ป.ป.ช. เพิกเฉยและไม่ตอบสนองต่อคำขอจากผู้ร้อง คือปกรณ์วุฒิ ในการเข้าถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบ เช่น รายงานแสวงหาข้อเท็จจริง คำชี้แจงของศักดิ์สยาม ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. นอกจากนี้ ป.ป.ช. มีความล่าช้าและเพิกเฉยต่อการเปิดเผยผลการตรวจสอบ รวมถึงการแจ้งผู้ร้อง เช่น ป.ป.ช. มีมติยกคำร้องเรื่องบัญชีทรัพย์สินตั้งแต่กันยายน 2568 และมีมติยกคำร้องเรื่องคดีอาญาตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2569 แต่กลับเพิ่งออกแถลงการณ์ต่อสาธารณะเมื่อเมษายน 2569 และยังไม่มีการแจ้งผลกลับมาที่ผู้ร้องโดยตรง

4.ป.ป.ช. ละเลยการตรวจสอบและวินิจฉัยข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ป.ป.ช. ละเว้นการตรวจสอบและวินิจฉัยในฐานความผิดอื่นที่ปรากฏในคำร้องหรือที่ปรากฎจากข้อเท็จจริงในคดี เช่น ความผิดฐานขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. มาตรา 126

ฝ่ายค้าน-สว.ยื่น ปธ.สภาฯ ชงศาลฎีกา สอบคดีหุ้น 'ศักดิ์สยาม'

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า หลังจากที่ได้รวบรวมรายชื่อจากสมาชิกรัฐสภาตามมาตรา 236 ก็จะเป็นหน้าที่ของประธานรัฐสภาที่จะต้องใช้ดุลพินิจในการตรวจสอบตามคำร้องและหลักฐานเหล่านี้ ว่ามีเหตุอันควรสงสัยหรือไม่ ซึ่งเราเชื่อว่าหลักฐานที่ได้แนบมาในคำร้องนี้ยืนยันว่ามีเหตุอันควรสงสัยเพียงพอ ประธานรัฐสภาควรส่งเรื่องต่อไปยังประธานศาลฎีกาให้มีการตั้งคณะไต่สวนอิสระมาดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด

ขณะที่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. หลังจากที่พบประเด็นความขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งมีข้อเท็จจิงว่าบริษัทที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม เข้าไปรับงานในกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับของนายศักดิ์สยาม โดยประเด็นดังกล่าวมีความขัดกันของผลประโยชน์อย่างชัดเจนแต่ ป.ป.ช. จงใจละเลย ไม่วินิจฉัย

“พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันในเรื่องการเมืองสุจริต ซึ่งการดำเนินการของ ป.ป.ช. ในคดีนี้มีสิ่งที่ชวนสงสัยว่าดำเนินการที่ไม่ถูกต้องหลายประการ ซึ่งผมหวังว่าประเด็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ จะดำเนินการอย่างรวดเร็ว และพรรคประชาธิปัตย์จะเกาะติดเรื่องดังกล่าวต่อเนื่อง” นายสาทิตย์ กล่าว

ส่วน น.ส.นันทนา กล่าวว่า ขอให้ประธานรัฐสภาเร่งรัดพิจารณาและส่งคำร้องไปยังศาลฏีกาโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ถูกครหา เรื่องระบอบสีน้ำเงิน แต่หากประธานรัฐสภาไม่ส่งคำร้องต้องตอบคำถามกับประชาชนทั้งประเทศว่าการที่ไม่ส่งนั้นเป็นไปตามคำครรหานินทาเรื่องระบอบสีน้ำเงินหรือไม่

ฝ่ายค้าน-สว.ยื่น ปธ.สภาฯ ชงศาลฎีกา สอบคดีหุ้น 'ศักดิ์สยาม'

เมื่อถามว่าหากประธานรัฐสภาเลือกที่จะปัดตกคำร้องนี้จะดำเนินการต่ออย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หลักฐานที่ได้แสดงไปนั้นไม่น่าจะมีใครปฏิเสธได้ เป็นเหตุอันควรสงสัยที่จะต้องมีการส่งต่อไปยังศาลฎีกา และยังมีช่องทางทางกฎหมายอื่นที่ตนยังไม่ขอลงรายละเอียดในที่นี้ ที่ผู้ใช้อำนาจรัฐไม่ว่าจะเป็นใคร รวมถึงประธานรัฐสภา ถ้าใช้อำนาจโดยมิชอบก็มีช่องทางในการยื่นร้องในการตรวจสอบอยู่

"หากประธานรัฐสภาเลือกที่จะปัดตกคำร้องนี้ นอกจากจะค้านสายตาของสังคมแล้ว อาจจะเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ถูกต้อง เราคาดหวังการทำหน้าที่ของประธานรัฐสภา องค์กรอิสระ รวมถึงตัวแทนของประชาชนในรัฐสภา ว่าทุกคนจะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่เป็นความล้มเหลวของประเทศในปัจจุบันคือบรรดาผู้มีอำนาจรัฐส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้อำนาจรัฐอย่างตรงไปตรงมา แต่ใช้อำนาจทางกฎหมายในการทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามและปกป้องพวกพ้อง ทุกคนเห็นอยู่แล้วว่าประธานรัฐสภามาจากพรรคการเมืองใด ก็ขอให้สังคมช่วยตัดสินดีกว่าว่าการใช้ดุลพินิจครั้งนี้ของประธานรัฐสภาจะเป็นอย่างไร" นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า เรื่องนี้ได้มีการคุยหรือล็อบบี้ประธานสภาด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจโดยแท้ของประธานสภาในการพิจารณาแค่ว่ามีเหตุอันควรสงสัย ดังนั้นเราไม่ได้มช้กระบวนการล็อบบี้ หรือพูดคุยหลังบ้าน แต่เชื่อว่าหลักฐานที่นำมาแสดงนั้นไม่น่าจะมีใครปฏิเสธได้ว่ามันเป็นเหตุอันควรสงสัยเชื่อได้ว่าที่จะต้องมีการส่งต่อไปยังศาลฎีกาเพื่อให้ตั้งคณะไต่สวนขึ้นมา หากประธานสภาฯ ไม่ส่งต่อก็อาจจะมีช่องทางกฎหมายอื่นๆ แต่ยังไม่ขอลงรายละเอียด เพราะหากเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ แต่หลักฐานที่นำมานี้ไม่น่าจะปฏิเสะได้ว่ามีเหตุอันควรสงสัย เชื่อได้ว่า ดังนั้นหากประธานสาภปัดตก นอกจากจะค้านสายตาของสังคมแล้ว ก็เชื่อว่าอาจจะเป็นการใช้ดุลพินิจที่อาจจะไม่ถูกต้อง 

เมื่อถามว่า หากประธานสภาไม่ส่งศาลฎีกาจริง จะสอดรับกับสิ่งที่นายณัฐพงษ์ ระบุถึงระบอบสีน้ำเงินหรือไม่ ว่าใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนั้นจริงๆ ตนได้อธิบายไปพอสมควรว่า คำว่าระบอบสีน้ำเงิน หมายถึงเครือข่ายทางการเมืองที่มีอิทธิพล มีผลประโยชน์ต่างตอบแทนต่อกันทั้งในฝั่งการเมือง และในฝั่งเศรษฐกิจ ดังนั้นอยากให้สังคมช่วยกันวิเคราะห์ว่า ประธานรัฐสภา โดยเฉพาะพิจารณาคดีนี้ รวมถึงป.ป.ช. และนายศักดิ์สยามมีความเกี่ยวพันกันอย่างไร ให้สังคมช่วยการตัดสินดีกว่าตกลงแล้วเกี่ยวข้องกับระบบสีน้ำเงินที่ตนได้กล่าวไว้หรือไม่ 

เรื่องนี้จะเป็นการวัดใจประธานสภาหรือไม่ว่ามีความเป็นอิสระ หรือเนื้อในเดียวกัน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่สังคมคาดหวังการทำหน้าที่ของประธานรัฐสภา องค์กรอิสระ ตัวแทนของประชาชนที่อยู่ในสภาทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา แต่ว่าสิ่งที่ไม่เป็นความล้มเหลวเพราะบรรดาผู้มีอำนาจรัฐทั้งหลาย ส่วนใหญ่อาจจะไม่ได้ใช้อำนาจรัฐอย่างตรงไปตรงมาเท่าใดนัก แต่กำลังใช้อำนาจทางกฎหมายในการทำลายล้างฝั่งตรงข้ามปกป้องพวกพ้อง ดังนั้นก็อย่างที่ทุกคนเห็นแล้วว่าประธานรัฐสภามาจากพรรคการเมืองใด คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นอย่างไรมาจากกลุ่มก้อนการเมืองไหน ดังนั้นก็ให้สังคมช่วยตัดสินดีกว่า ว่าการใช้ดุลพินิจครั้งนี้ของประธานจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง