สภาฯ ตั้ง กมธ.ติดตามใช้เงินกู้แสนล้าน ให้เวลา 90 วัน "อภิสิทธิ์" ถาม รมว.คลัง ปมสกรีนคนจน ตัดสิทธิบัตนสวัสดิการ หากนำชื่อลดหย่อนภาษี
ที่รัฐสภา ที่ประชุมสภา ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ คนที่สอง เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4แสนล้านบาท ซึ่งมี 3 สส.จาก 3 พรรคการเมือง คือ พรรคกล้าธรรม พรรคประชาชนน และ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติ โดยที่ประชุมได้รวมพิจารณาไปในคราวเดียวกัน
ทั้งนี้ หลังจากที่ สส.อภิปรายแล้ว ที่ประชุมได้ตั้งกมธ.วิสามัญ 25 คนขึ้นมาพิจารณา อาทิ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นางนันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โดยมีกรอบระยะเวลาศึกษาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน90 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายปิดญัตติตอนหนึ่งว่าตนขอขอบคุณที่ให้ตั้ง กมธ. ทั้งนี้ขอให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รมว.คลัง กล้ายืนยันสิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วนั้นได้ทำแบบพุ่งเป้า โดยกรณีที่ให้ใช้แอพพลิเคชัน ไทยช่วยไทย พลัส ถือการมุ่งเป้า หรือว่าให้ลูกหลานใช้หนี้เพื่อให้รัฐมนตรีคลังนำไปใช้จ่ายได้ และกรณีของคนที่เตรียมใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตอน ที่พบว่าได้ตัดสิทธิพ่อแม่ ที่บุตรนำพ่อแม่ลดหย่อนภาษี
“การทำงานของ กมธ.ชุดนี้ แม้จะไม่สามารถมารถสกัดกั้นคนใช้เงินจำนวนมหาศาลแบบนี้เพียงแต่กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น คงต้องไปติดตามว่าการช่วยเหลือเยียวยาประชานที่เดือดร้อนแบบมุ่งเป้านั้นควรจะต้องทำอย่างไร นี่คือเงินประมาณเกือบ2 แสนล้านบาทที่หมดไป และอาจจะมากกว่านั้นเพราะในพ.ร.ก.อนุญาตให้สามารถโยกงบจาก2 แสนล้านบาทอีกก้อนหนึ่งมาอยู่ในส่วนนี้ได้” นายอภิสิทธิ์ อภิปราย
นายอภิสิทธิ์ อภิปรายต่อว่า สำหรับการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ตนกังวลเพราะมีความพยายามอ้างเทคโนโลยีเพื่อขอเงินก้อนไปใช้ แต่สิ่งที่เราเห็นคือหลายโครงการขาดความโปร่งใส การเสริมสร้างความเข้มแข็งในเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่คนไทยสามารถพัฒนาเองและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ดูได้จากโครงการ TH-AI Passport ขณะที่ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่ทราบว่าในที่สุดจะมีมาตรฐานเข้มงวดอย่างไร ความสุ่มเสียงทั้งหมดที่ทำให้เรามั่นใจได้คือคนไทยเป็นหนี้เพิ่มขึ้น4 แสนล้านบาท และสภามีหน้าที่ต้องตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

