"จุลพันธ์" ชะลอยื่นแก้รธน. ขอหารือ พท.-ภท. ยอมรับ สส.ภท. ถอนชื่อ มีผลกระทบมากกว่า 30 เสียง หวังหาจุดร่วม-สงวนจุดต่าง เพื่อเดินหน้าแก้รธน.ให้สำเร็จ
ที่รัฐสภา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย มีมติให้ สส.ภูมิใจไทย ถอนชื่อร่วมเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ของพรรคเพื่อไทย ว่า ถือเป็นเอกสิทธิของสส. ที่จะทำได้ และเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ดีเข้าใจในความกังวล และตนเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งนี้การถอนชื่อของพรรคภูมิใจไทยนั้น มีผลต่อการเดินหน้า และสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้ คือ สัปดาห์หน้าจะคุยกับพรรคภูมิใจไทย ถึงเหตุผล ความจำเป็น แนวความคิด ข้อห่วงใย ที่เป็นข้อสุ่มเสี่ยงเรื่องกฎหมายมีอย่างไรบ้าง และจะเดินหน้าต่อหรือไม่
"การแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งสำคัญ คือ ความร่วมมือร่วมใจ เรารู้อยู่ว่ากติกาในปัจจุบัน การลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องมีเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของรัฐสภา และต้องได้เสียง 1 ใน 3 ของสมาชิกวุฒิสภา ดังนั้นไม่ใช่แค่ สส. 30 คน แต่มีมากกว่านั้น ทั้งองคาพยพของพรรคแกนหลัก อย่างพรรคภูมิใจไทยเอง สว. ที่อาจอาจมีความคิดเห็นใกล้เคียงกัน เราต้องกลับมาทบทวนพิจารณาให้ถี่ถ้วน และใช้เวลาพูดคุยกันภายใน เพื่อให้ตกผลึกว่าจะดำเนินการอย่างไร" นายจุลพันธุ์ กล่าว
เมื่อถามว่าจะเสียหลักการของพรรคหรือไม่ เพราะมีเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่ต่างจากร่างแก้ไขของพรรคการเมืองอื่น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่เสียหลักการ ทั้งนี้ต้องเคารพในสิทธิของประชาชน ต้องยอมรับความจริงว่าวันนี้พรรคเพื่อไทยมีแค่ 74 เสียง ไม่สามารถลงชื่อได้โดยพรรคเดียว และผลักดันร่างแก้ไขของพรรคได้ ส่วนร่างหลักสุดท้าย หนีไม่พ้นต้องใช้ฉบับของพรรคภูมิใจไทย เพราะมีสมาชิกมากที่สุด คือ 190 คน ดังนั้นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของหลักการ แต่เป็นเรื่องสมการทางการเมือง
เมื่อถามว่ามองแล้วใช่หรือไม่ ว่าถ้าฝืนส่งร่างนี้เข้าไปสภามีโอกาสปัดตกในวาระแรก นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคทำงานแบบหวังผล เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนว่า สุดท้ายจะสามารถขับเคลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ที่จะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญที่ประโยชน์สูงสุดความเป็นประชาธิปไตยสูงสุด
"นาทีนี้คงยังไม่ได้ดำเนินการในการยื่น และหลังจากนี้จะมาทบทวน และพูดคุยกันกับหลายฝ่าย สุดท้ายถ้ามีข้อสรุปอย่างไร เรายังมีกลไกการทำงานอีกมาก ที่จะสามารถขับเคลื่อน บรรจุแนวความคิดของเราเข้าไป เพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นไปในสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่าเป็นประชาธิปไตยที่สุด และสามารถแก้ไขปัญหากับประเทศให้มากที่สุด" นายจุลพันธ์ กล่าว
เมื่อถามว่ายืนยันในหลักการใช่หรือไม่ว่า สสร. ควรมาจากเลือกตั้งทางอ้อม หรือตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า "เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบได้บ้างว่าอะไรคือถูก อะไรคือผิด สิ่งที่ต้องทำในวันนี้คือการกลับมาทบทวน พรรคเพื่อไทย ขอเวลาไม่นานมาพูดคุยกันภายใน เพื่อให้ตกผลึก รวมไปถึงพูดคุยกับคนของพรรคภูมิใจไทยด้วย"
นายจุลพันธ์ ยืนยันด้วยว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความขัดแย้งใดๆ ระหว่างพรรคภูมิใจไทย เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย บอกเองว่าพรรคภูมิใจไทยมีข้อห่วงใย เช่นเดียวกับนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งแล้ว ว่าในการประชุมพรรค แนวโน้มมติพรรค อาจจะออกมาเป็นเช่นไร ดังนั้นจึงทราบล่วงหน้าแล้ว จึงไม่กระทบต่อการทำงานร่วมรัฐบาล
เมื่อถามว่า ตอนนี้ต้องถอยออกมา เพราะที่มาของ สสร. อาจมีการปรับแก้ให้สอดรับกับร่างของพรรคภูมิใจไทย เพื่อให้ไปต่อได้ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าเป็นแบบนั้น ให้เวลาเป็นตัวตอบ เพราะตนไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะตอบได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องได้รับความเห็นชอบร่วมกันของสมาชิก
เมื่อถามว่า ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ พรรคเพื่อไทยถูกวิพากษ์วิจารณ์ หรือมองว่าเสียหลักการ เมื่อมาเป็นพรรคร่วม อาจถูกพรรคภูมิใจไทยครอบงำ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ยังมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่อีกหลายข้อ และที่สำคัญ จะเป็นร่างของใครก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายหลักของประเทศ ไม่สามารถเริ่มได้ด้วยการขัดแย้ง ต้องสงวนจุดร่วม และหาจุดที่เดินหน้าร่วมกันได้ เพราะตนชื่อว่าหากได้รับความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่ายเท่านั้น จึงจะสามารถผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้นได้จริง


