วันพฤหัสบดี ที่ 4 มิถุนายน 2569

Login
Login

เลือกตั้ง‘ผู้ว่าฯกทม.’ สงครามการเมืองพิสูจน์‘ศรัทธา’

เลือกตั้ง‘ผู้ว่าฯกทม.’ สงครามการเมืองพิสูจน์‘ศรัทธา’

นับถอยหลังจากนี้ เหลือ 25 วัน “คนกรุงเทพ” จะได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พ่อเมือง และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.

แม้ว่าผลสำรวจของ โพลสำนักต่างๆ จะมีผลออกมาในแนวทางเดียวกัน ให้ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เป็นผู้มีคะแนนนำ แต่กว่าถนนเลือก “พ่อเมืองกทม.” จะไปถึงปลายทาง เชื่อได้ว่า “คู่แข่ง” ไม่มีทางถอดใจ เพราะคำตอบสุดท้าย ไม่ใช่การหวังผล แพ้ หรือชนะ แต่คือการพิสูจน์ศรัทธาในฐานเสียง ด้อมพรรค และด้อมตัวเอง

อย่างไรก็ดี ทรงของ “อดีตผู้ว่าฯ ชัชชาติ” แม้ออกตัวมาดี แต่ต้องเผชิญกับ “เกมดิสเครดิตทางการเมือง” จากคนคุ้นเคย ทั้ง “จิรายุ ห่วงทรัพย์” อดีตสส.กทม. พรรคเพื่อไทย ที่เตรียมยื่นเรื่องร้องต่อ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ” (ป.ป.ช.) โดยพุ่งเป้า การละเว้นปฏิบัติหน้าที่ของ “ชัชชาติ” ขณะเป็นผู้ว่าฯกทม. 

โดยอ้างว่า พบปัญหาการกำกับดูแล ความโปร่งใสในกิจการ-งานของกทม. ที่เป็นภาคบริการให้กับประชาชน “คนทำงานหลังบ้าน” ได้ก่อกำเนิดของ “ระบอบอากง” ทำให้เกิดประเด็นซื้อขายเก้าอี้ “ผู้อำนวยการเขต” ปัญหาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ และขยายเป็นประเด็นการเรียกรับเงิน-เก็บส่วย

เลือกตั้ง‘ผู้ว่าฯกทม.’ สงครามการเมืองพิสูจน์‘ศรัทธา’

 การเปิดประเด็น “ซื้อ-ขายตำแหน่ง” ผู้อำนวยการเขต และประเด็นเรียกรับเงิน-เก็บส่วย ของจิรายุ ยังถูกขยายผลต่อเนื่องจาก “คริส โปตระนันท์” แกนนำพรรคเศรษฐกิจ ที่เปิดตัวเลขการซื้อ-ขายตำแหน่ง เทียบเป็นตาชั่ง เท่ากับ “4 โล” หรือต้นทุนเฉลี่ยปีละ 2 ล้านบาท ที่ลามไปสู่ การหาเบี้ยบ้ายรายทาง กับงานบริการและการดูแลความสะอาด-เรียบร้อย รวมถึง “เก็บส่วยต่างด้าวที่ขายของริมทาง”

เป้าหมายการเปิดประเด็นทุจริต-ความไม่โปร่งใสของฝ่ายการเมืองช่วงนี้ จึงถูกตั้งคำถามจากสังคม รวมถึงตัว “ชัชชาติ” เองว่า “มีผลประโยชน์ใดแอบแฝงหรือไม่” 

ขณะที่อีกมุม ก็มีการตั้งข้อสังเกตเช่นกันว่า เจตนาดิสเครดิตคะแนนนิยมคู่แข่งหรือไม่ เพราะห้วงที่ชัชชาติ ทำงานในหน้าที่ ไม่เคยมีใครพูดถึง หรือชี้เป้าให้จัดการ

เลือกตั้ง‘ผู้ว่าฯกทม.’ สงครามการเมืองพิสูจน์‘ศรัทธา’

ทว่าเมื่อ “คู่แข่ง” เปิดมุขนี้มา ทำให้ “ทีมชัชชาติ” ไม่แค่ตั้งรับ แต่ยังรอจังหวะเปิดเกมสวน โดยใช้กติกาเลือกตั้งที่กำหนดเป็นหมวดคุ้มกัน กรณีถูกกลั่นแกล้ง หากเป็นการสร้างให้เกิดความเข้าใจผิดช่วงเลือกตั้ง พร้อมฟ้อง-ดำเนินคดีกลับทันที

ดังนั้น ต้องจับตา ศึกคนกันเองรอบนี้ว่า จะเปิดแผล สร้างประเด็นที่มีผลเปลี่ยนแปลงคะแนน “ชัชชาติ” ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.สมัยสอง ได้มากน้อยแค่ไหน หรือจะเป็นเพียงเกมการเมือง ที่หลังการเลือกตั้งจบ ประเด็นที่เปิดโปง สุดท้ายหายไป

นอกจากนั้นแล้ว ในส่วนของ “พรรคประชาชน” ที่ส่ง “ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร” ชิงชัย ด้วยความหวังจะใช้กระแสการเมืองระดับชาติ “ชนะยกเมือง” เป็นฐานหนุนสู่เก้าอี้พ่อเมือง 

เลือกตั้ง‘ผู้ว่าฯกทม.’ สงครามการเมืองพิสูจน์‘ศรัทธา’

ทว่าหลังจากที่เปิดตัว “สุรพล นิติไกรพจน์” เป็น “ประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ผู้ว่าฯประชาชน” เกิดกระแสตีกลับใน “ด้อมส้ม” เพราะมองว่าอดีตของ “อ.สุรพล” นั้น ยืนตรงข้ามกับอุดมการณ์ของพรรคส้ม

โดยเรื่องนี้ แกนนำพรรคส้ม รู้แจ้งแก่ใจ เห็นได้จาก สิ่งที่ “พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์” แม่บ้านพรรคส้ม โพสต์อธิบายว่า “การเปลี่ยนคนเห็นต่างมาเห็นตรงกับเรา เปลี่ยนคนที่เคยอยู่ตรงข้ามกับเรา และตรงข้ามระบอบประชาธิปไตย คือ หนทางเดียวที่จะนำไปสู่ชัยชนะทางการเมือง”

พร้อมกับอธิบายเหตุผลที่ดึงตัว “อ.สุรพล” มาร่วมงาน เพราะการดึงคนนอกมาเติมเต็ม จะสร้างความเข้มแข็ง ขยายฐานให้เติบโต อีกทั้งคนนอกรายนี้ เปลี่ยนจุดยืนเดิมแล้ว

ทว่า “ด้อมส้ม” ที่มีอุดมการณ์ตั้งต้นมาตั้งแต่ “อนาคตใหม่-ก้าวไกล-คณะก้าวหน้า” ส่วนใหญ่ไม่ได้เชื่อในสิ่งที่แกนนำรุ่น 3 ของพรรคส้มว่าไว้ จึงเป็นบทสะท้อนความผิดหวัง ที่อาจทำให้ การสู้ศึกเลือกตั้งของ “ดร.โจ” เพิ่มความยากขึ้นอีกระดับ และอาจลดทอนความหวังที่จะใช้ฐานเสียงการเมืองระดับชาติ เป็นคานไต่สู่ตำแหน่งที่มุ่งหวัง

เรื่องนี้จึงเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งของ​ “ดร.โจ-พรรคส้มในสนามการท้องถิ่น” ที่ไม่ใช่แค่พิสูจน์ความภักดีกับ “ผู้สมัคร หรือ พรรค” เท่านั้น แต่คือการพิสูจน์ศรัทธาในอุดมการณ์ของแกนนำพรรครุ่นสาม ว่ายังเหลือมากน้อยแค่ไหน เมื่อเทียบกับยุคก่อตั้ง

เลือกตั้ง‘ผู้ว่าฯกทม.’ สงครามการเมืองพิสูจน์‘ศรัทธา’

นอกจากนั้นแล้ว ยังมี “พรรคประชาธิปัตย์” ที่กำลังใช้สนามเลือกตั้ง กทม. เลี้ยงกระแส-คะแนนศรัทธา หลัง “อภิสิทธิ์” คัมแบ็ก “หัวหน้าพรรค” เข้าสู่เดือนที่ 8 

เพราะก่อนที่ “ปชป.” จะตัดสินใจส่ง “เจมส์ อนุชา บูรพชัยศรี” ลูกหม้อพรรค ลงแข่งเลือกตั้ง กทม. ทีมบริหารประเมินกระแสไว้แล้วว่า “ตัวบุคคล” สู้ “ชัชชาติ” ไม่ได้แน่ แต่ต้องการชิงชัย เพราะใช้เป็นกระแส และขยายในการชิงเก้าอี้ “ส.ก.” แต่ละพื้นที่ได้ 

เลือกตั้ง‘ผู้ว่าฯกทม.’ สงครามการเมืองพิสูจน์‘ศรัทธา’

อีกทั้งรอบนี้ หวังว่าจะได้มากกว่ารอบที่แล้ว อย่างต่ำ 12 คนใน 12 เขต เพื่อหวังให้กลไกท้องถิ่นเป็นเส้นเลือดฝอย ที่ส่งต่อความเข้มแข็งมายัง “พรรคสีฟ้า” ได้ เหมือนที่ยุคอดีตเคยทำมาแล้ว

ดังนั้นต้องจับตา ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่จะวัดผลในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ว่า ในตัวเต็งทั้ง 3 ระหว่าง “ชัชชาติ-ดร.โจ-เจมส์ อนุชา” ใครจะฝ่ากระแสต้าน และพิสูจน์ศรัทธาว่า คงเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน