วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน 2569

Login
Login

ชน‘ชัชชาติ’ ฟาด‘ระบอบอากง’ สนามสก.คลองสามวา ชนวน‘จิรายุ’แตกหัก

ชน‘ชัชชาติ’ ฟาด‘ระบอบอากง’  สนามสก.คลองสามวา ชนวน‘จิรายุ’แตกหัก

ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองไม่เคยมีใครออกมาชนกับ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อิสระ อาจเป็นเพราะบุคลิกที่แตกต่างจากนักการเมืองคนอื่นๆ ที่เน้นทำงาน ติดดิน ไม่ค่อยสนใจ หรือตอบโต้ประเด็นทางการเมือง จนดูเหมือนไม่มีศัตรูการเมือง

ทว่า ล่าสุด “จิรายุ ห่วงทรัพย์” อดีต สส.กทม. พรรคเพื่อไทย และอดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร กลับเปิดหน้าชน ทิ้งบอมบ์ใส่ “ชัชชาติ” ชนิดที่ว่า เร็ว แรง และตรงตัว

“จิรายุ” เปิดประเด็น “เต้าไต่ ผัวน้อยผจญภัย” ในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ พุ่งตรงไปที่ “ระบอบอากง” ไม่ว่าจะเป็น “เสี่ย ป."  "เสี่ย ต." หรือ “ด็อกเตอร์ ด.” ที่เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายข้าราชการกรุงเทพมหานครแบบไม่เป็นธรรม ทั้งผู้อำนวยการเขต ผู้ตรวจการ หรือเจ้าหน้าที่ระดับสูง ตลอดระยะเวลา 4 ปี ของ “ชัชชาติ”

“คนกรุงเทพมหานครที่เขาอยู่กับมา 4 ปี เขาอัดอั้นตันใจ ก็ส่งข้อมูลมาเยอะแยะมากมาย ผู้อำนวยการเขตบางคนใช้เต้าไต่จริงๆ ไปมีความชนิดชิดเชื้อ จนกระทั่งได้เหาะเหินเดินอากาศ ไปนั่งผู้อำนวยการเขตบ้าง” อดีต สส.กทม. เขตคลองสามวา ของพรรคเพื่อไทย ระบุ

ไม่เพียงเท่านั้น “จิรายุ” ยังกล่าวเหมือนตั้งใจกระแทก “ชัชชาติ” ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโยกย้าย ในทำนองว่า“คนใน กทม.อาจจะหลงลืม เห็นว่าท่านผู้ว่าฯ ภาพลักษณ์ดี แก้ไขปัญหาได้ เอาเข้าจริงๆ เมื่อไม่กี่วันนี้เอง ก็มีคำสั่งเพิกถอน ผู้อำนวยการเขต และผู้ตรวจราชการระดับสูง ในกทม. เกือบ 20 ตำแหน่งเลย”

ในภาพรวม จิรายุ ได้ตั้ง 3 ข้อกล่าวหา คือ 1.ส่วยโยธา ส่วยเทศกิจ 2.เต้าไต่ ในการแต่งตั้งโยกย้าย-ซื้อขายเก้าอี้ 3.คนทำงานหลังบ้านให้กับชัชชาติ

ประกาศเดินเกมแรง จะนำเรื่องนี้ไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิด “ชัชชาติ” ในสัปดาห์หน้า

หลายคนถึงกับสงสัยว่า เหตุใด “จิรายุ” ซึ่งเป็นคนของ “พรรคเพื่อไทย” อดีตต้นสังกัดของ “ชัชชาติ” ที่แทบจะเป็น “คนกันเอง” ถึงกล้ากระโดดออกมา ฟาด “ชัชชาติ” ซึ่งมีคะแนนนิยมนำทุกโพล

ไม่เพียงเท่านั้น การที่ “พรรคเพื่อไทย” ไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ เมืองกรุงในครานี้ ซึ่งหมายถึงการสนับสนุน “ชัชชาติ” โดยพฤตินัย แล้วทำไมคนในพรรคสีแดงอย่าง “จิรายุ” ที่ยังเป็นคนของพรรคเพื่อไทย ถึงแอ็กชั่นแบบนี้

ขณะที่ “ชัชชาติ” ออกมาชี้แจงประเด็นนี้ว่า ไม่รู้สึกกังวลใจที่ “จิรายุ” จะยื่นเรื่องให้ “ป.ป.ช.” ตรวจสอบ พร้อมกับชี้แจงว่า การแต่งตั้งโยกย้ายเป็นอำนาจของคณะกรรมการที่เป็นฝ่ายประจำ ตัวเองมีหน้าที่เซ็นอนุมัติตามที่เสนอมาเท่านั้น และทันทีที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)ท้วงติงว่า กระบวนการโยกย้ายอาจจะคลาดเคลื่อน ตนได้แนะนำให้ยกเลิกกระบวนการนั้น และให้มีกระบวนการสรรหาใหม่

ไม่เพียงเท่านั้น ยังใช้จังหวะนี้เคลียร์ตัวเองว่า ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย “ขอบคุณท่านจิรายุ จริงๆ คุ้นเคยกันอยู่ แต่ที่ขอบคุณเพราะช่วยเคลียร์ว่า ผมกับพรรคเพื่อไทยก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกัน”

อย่างไรก็ดี สำหรับ “ระบอบอากง” ที่ “จิรายุ” พูดถึง มีการตีความว่า คือ “ต่อศักดิ์ โชติมงคล” ประธานคณะที่ปรึกษาของ “ชัชชาติ” ขณะเป็นผู้ว่าฯกทม. ซึ่งถือเป็นทีมงานเบื้องหลังคนสำคัญ

“ต่อศักดิ์” คือ รุ่นพี่วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยของ “ชัชชาติ” ถือเป็น “กุนซือ-คีย์แมน” ของ “ชัชชาติ” ในเรื่องการบริหารงาน กทม. หรือการเมืองเบื้องหลัง

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ “ต่อศักดิ์” คือ “หัวหน้าทีมคนทำงาน” ทำหน้าที่คัดและเลือกส่งผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อเป็นกองกำลังสนับสนุนของ “ชัชชาติ” ซึ่งเหล่าผู้สมัคร ส.ก.เหล่านี้ ถูกมองว่า เป็นตัวเต็ง เพราะมีกระแสของ “ชัชชาติ” เข้ามาช่วย

ขณะที่สนามเลือกตั้ง ส.ก.ที่คลองสามวา “ทีมคนทำงาน” ได้ส่ง “สายัณห์ กุศลพันธ์” อดีตหัวหน้าฝ่ายโยธาเขตคลองสามวา ลงชิงชัย ขณะที่แชมป์เก่าคือ “นฤนันมนต์ เพิ่มทรัพย์” ส.ก.เมื่อปี 2565 ซึ่งเป็นหลานแท้ๆ ของ “จิรายุ”

ส่วน “อากง” คีย์แมนทีมคนทำงานนั้น ว่ากันว่า ไม่ลงรอย ไม่ชอบพอ “บิ๊กคลองสามวา” รายหนึ่ง มานมนานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

การส่งคนมาท้าชน โดยเป็นอดีตข้าราชการกรุงเทพมหานครรายนี้ จึงเพิ่มดีกรี ความโกรธแค้นมากขึ้นเป็นหลายเท่า

ส่วนความสัมพันธ์ของ “จิรายุ” กับพรรคเพื่อไทย อัพเดตล่าสุด แม้จะยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ แต่นับตั้งแต่หมดยุครัฐบาลแพทองธารแต่สอบตกในการเลือกตั้ง สส.เมื่อต้นปี 2569 ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ก็ห่างเหินมากขึ้นเรื่อยๆ

ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับ “นายใหญ่-นายหญิง-นายน้อย” มาสักระยะใหญ่ๆ โดยเฉพาะ “นายน้อย” ที่เป็นผู้ให้โอกาส และแต่งตั้งให้มีตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลแพทองธาร

การเปิดหน้าชนกับ “ชัชชาติ” แบบไม่รักษาความสัมพันธ์ครั้งเก่า จึงอาจมีผลพวงมาจากความไม่พอใจ ที่ส่งคนลงมาสู้ถึงถิ่นคนกันเอง