วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน 2569

Login
Login

20 ทหารกัมพูชา ถอย หลังขวางไทยวางรั้วลวดหนามช่องบก ไม่สำเร็จ

20 ทหารกัมพูชา ถอย หลังขวางไทยวางรั้วลวดหนามช่องบก ไม่สำเร็จ

ทภ. 2 แจง เหตุทหารไทยเสริมความมั่นคงโค้งผักบุ้ง ช่องบก พบกำลังทหารกัมพูชา 20 นาย เข้าคัดค้าน แต่ทหารไทย ปฏิบัติภารกิจวางลวดหนามสำเร็จ ก่อนสถานการณ์กลับสู่ปกติ

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2569 กองทัพภาคที่2 ได้ชี้แจงตามที่หน่วยทหารในพื้นที่รับผิดชอบได้ดำเนินมาตรการเสริมความมั่นคงและความปลอดภัยบริเวณพื้นที่ โค้งผักบุ้ง พื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 69 นั้น เวลา 08.00 น. หน่วยเฉพาะกิจประจำพื้นที่ได้จัดกำลังพลเข้าดำเนินการก่อสร้างบังเกอร์และวางแนวลวดหนามในพื้นที่ดังกล่าว โดยวางแนวลวดหนามห่างจากแนวถนนประมาณ 3–5 เมตร 

ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่รับผิดชอบ เพิ่มมาตรการป้องกันตนเอง และยกระดับความปลอดภัยของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจปกติของหน่วย ภายใต้หลักการปฏิบัติด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และยึดมั่นในแนวทางการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน

ต่อมา เวลา 08.50 น. ระหว่างการดำเนินงานดังกล่าว ได้มีกำลังพลฝ่ายกัมพูชาประมาณ 20 นาย เข้ามาในบริเวณพื้นที่และแสดงท่าทีคัดค้านต่อการดำเนินการของฝ่ายไทย พร้อมมีการขัดขวางการปฏิบัติงานบางส่วน อย่างไรก็ตาม กำลังพลฝ่ายไทยยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนอดกลั้น และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่ความตึงเครียดในพื้นที่ 

จนกระทั่งเวลา 10.30 น. สามารถดำเนินการวางแนวลวดหนามแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด และได้จัดกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์รวมทั้งสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 

ขณะที่เวลา 11.08 น. กำลังพลฝ่ายกัมพูชาได้ถอนกำลังกลับไปยังที่ตั้งของตนเอง โดยไม่ปรากฏเหตุการณ์ใช้กำลังหรือการปะทะระหว่างทั้งสองฝ่ายแต่อย่างใด

ปัจจุบันสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงอยู่ในภาวะที่สามารถควบคุมได้ โดยทั้งสองฝ่ายต่างวางกำลังอยู่ในแนวที่ตนเองควบคุมอยู่ การดำเนินการของฝ่ายไทยเป็นมาตรการเชิงป้องกันเพื่อเสริมความมั่นคง ความปลอดภัยของกำลังพล และการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รับผิดชอบ 

ทั้งนี้ หน่วยได้รับข้อมูลว่าฝ่ายกัมพูชามีการวางทุ่นระเบิดในแนวการวางกำลังของตนเอง รวมถึงมีการดัดแปลงทุ่นระเบิดดักรถถังให้มีอานุภาพในการทำลายล้างสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินในพื้นที่ หน่วยจึงยังคงติดตาม เฝ้าระวัง และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ ภายใต้หลักมนุษยธรรม และแนวทางการรักษาเสถียรภาพความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง