วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน 2569

Login
Login

'รักชนก' สวมหมวก ปธ.กมธ. บุกประกันสังคม ตามงบล่องหน แจง สตง.ไม่คืบ

'รักชนก' สวมหมวก ปธ.กมธ. บุกประกันสังคม ตามงบล่องหน แจง สตง.ไม่คืบ

'รักชนก' สวมหมวก ปธ.กมธ.ติดตามงบฯ บุก 'ประกันสังคม' จี้ตามงบล่องหน หลังแจง สตง.แล้วไม่คืบ แนะดึงผู้ประกันตนใช้สิทธิ์เลือกตั้งบอร์ดให้ถึง 10%

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2569 ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะได้มาตรวจสอบติดตามการใช้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคม พร้อมให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ว่า วันนี้ได้มาติดตามหลักๆอยู่ 3 เรื่อง

1. เรื่องแรกคือ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไม่แสดงความเห็นกับงบประกันสังคม เพราะเอกสารจากการชี้แจงล่าสุดทางสำนักงานประกันสังคมก็ยังตามหางบประมาณของตัวเองไม่เจอทั้งหมด  เราจึงต้องมาติดตามว่าเรื่องนี้สุดท้ายแล้ว จะเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ การแก้ไขในระบบหรือการแก้ไขตัวเลข หรือการตามหาทรัพย์สินมาเติมเต็มจะเป็นอย่างไร 

2. เรื่องที่ผู้ประกันตนยังเจอปัญหาจากการใช้งาน Application ของสำนักงานประกันสังคมในการคำนวณเงินสมทบหรือเบิกเงิน สิทธิประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นการคลอดบุตร ว่างงาน เงินชราภาพก็ยังไม่ได้ เกิดจากสิ่งที่เราตั้งข้อสังเกตว่าโครงการ 850 ล้านบาท ในการจัดทำ web app นั้น ทุจริตตั้งแต่เริ่ม สุดท้ายก็ทำผิดกับผู้ประกันตนจริง ๆ ทำให้เบิกเงินตามสิทธิ์ไม่ได้ ดังนั้นเราจึงมาติดตามว่า Timeline ในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร

3. เรื่องการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) มีการตั้งงบประมาณเอาไว้เกือบ 300 ล้านบาท และเข้าใจว่ามีงบที่เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ ภาพรวมอีกหลัก 300 หรือ 400 ล้านบาท แต่ดูเหมือนว่าการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งดูเหมือนจะเป็นภาคเอกชน หรือภาคประชาสังคมมีการรณรงค์กันเองมากกว่าที่สำนักงานประกันสังคมจะเป็นผู้รณรงค์ และวันนี้ที่อ่าน คอมเมนท์ มีผู้ประกันตนหลายคนพบปัญหาในการลงทะเบียน กรอกชื่อไม่ได้เราก็อยากรู้ว่ามันติดขัดประการใด

อีกอย่างหนึ่งคือจะอำนวยความสะดวกให้บอร์ดนายจ้างลงทะเบียน ได้ง่ายขึ้นอย่างไร เพราะครั้งที่แล้วมาใช้สิทธิ์น้อยมาก จากที่มีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 5 แสนคน แต่คนที่ชนะด้วยคะแนนที่มากที่สุดในครั้งที่แล้ว ประมาณ 600-700 คะแนน ขณะที่คนที่ได้คะแนนต่ำที่สุดประมาณ 250 คะแนน ถือว่าไม่ถึง 1% ด้วยซ้ำ ดังนั้นรอบนี้จะอำนวยความสะดวกให้เปอร์เซ็นต์ของฝั่งผู้ประกันตนและนายจ้างเพิ่มขึ้นในการมาใช้สิทธิ์ได้อย่างไร อยากให้ประกันสังคมตั้งเป้าว่าจะมีการใช้สิทธิ์ไปถึง 5 ถึง 10% ได้อย่างไร เข้าใจว่าตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ ไว้ก่อนดีกว่ากินทีละคำ เป็นกำลังใจให้สำนักงานประกันสังคม ที่จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกันตนและนายจ้าง

"รอบนี้เรามาในนามกรรมาธิการติดตามงบฯ พยายามทำให้บรรยากาศของการพูดคุยกันเป็นไปด้วยความราบรื่น เราอยากได้รับความร่วมมือจากสำนักงานประกันสังคมไม่ได้อยากจะตบตีอะไรกันทุกรอบดังนั้นถ้าได้รับความร่วมมือ ก็จะเป็นนิมิตหมายที่ดีในการทำงานร่วมกันต่อไปเพราะตั้งเป้าเอาไว้ว่าประกันสังคมคงจะมีการมาเยี่ยมทุกๆเดือน" น.ส.รักชนก กล่าว

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงมีการมาตรวจสอบที่สำนักงานประกันสังคมเป็นที่แรก น.ส.รักชนก กล่าวว่า จริง ๆ มีการตั้งใจลงพื้นที่ไป 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการ เรื่องงบประมาณคือสำนักงานประกันสังคม สตง. สำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลาง โดยพยายามไล่เก็บประเด็นที่เราได้ทำไปแล้วเมื่อสมัยที่แล้ว การติดตามงบประมาณประกันสังคมนั้น เป็นเรื่องที่ทำมาตลอดแต่ไม่ได้อยากเอาเรื่องของตนมาเป็นประเด็นหลัก ยืนยันว่าเป็นเรื่องที่กรรมาธิการเห็นร่วมกันว่าเป็นประโยชน์กับประชาชน ในการลงพื้นที่ของเราในวันนี้ 

ถามย้ำว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการพุ่งเป้าไปที่หน่วยงานที่มีข้อขัดแย้งหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า จริง ๆไม่ได้ขัดแย้งอะไรกัน แต่ขอความร่วมมือแล้วไม่ค่อยได้รับความร่วมมือมากกว่า คิดว่าครั้งนี้เปิดสภาชุดใหม่มาแล้ว 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดียกับนายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับเรื่องของการทำปฏิทิน น.ส.รักชนก กล่าวว่า ขอรณรงค์ให้ผู้ประกันตนทุกท่านถ้าอยากได้ปฏิทินกลับมาอีกก็ขอให้มาลงทะเบียนเลือกตั้งกันเยอะ ๆ เลือกนายพนัส ไทยล้วน ให้ถล่มทลายแล้วเราจะได้กลับมาทำปฏิทินอีกครั้งหนึ่ง แต่ถ้าใครไม่อยากได้ปฏิทินก็ต้องลงทะเบียนเลือกตั้งเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นนายจ้างหรือลูกจ้าง เพื่อที่จะเลือกคนที่ไม่เอาปฏิทิน ดังนั้นรณรงค์ทั้งฝั่งคนที่อยากได้และไม่อยากได้ปฏิทิน ให้มาลงทะเบียนเลือกตั้งกันเยอะ ๆ สนับสนุนเสรีประชาธิปไตยอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหากกลับมาทำปฏิทินอีกครั้ง  ยืนยันว่าจะรณรงค์ให้มีการยกเลิกอีกเช่นกัน หากเป็นงบประมาณที่สอบเข้าล็อคสเปก หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ประโยชน์ เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องติดตามให้ถึงรากถึงโคน