วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน 2569

Login
Login

ปชน.เผยกลยุทธ์ชิงผู้ว่าฯ กทม. ประเดิม 'อาสาส้ม' สู้บ้านใหญ่

ปชน.เผยกลยุทธ์ชิงผู้ว่าฯ กทม. ประเดิม 'อาสาส้ม' สู้บ้านใหญ่

'ชัยวัฒน์' ไม่เชื่อ ปชน.มี IO เหตุทำการเมืองตรงไปตรงมา เผยไต๋โค้งสุดท้ายดึง สส.แท็กทีมแสดงพลัง ประเดิมใช้ 'อาสาส้ม' ชนบ้านใหญ่

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 2569 นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกลยุทธ์เดือนสุดท้ายในการหาเสียงเลือกตั้ง กทม. ว่า การทำงานแบบเป็นทีมของพรรคประชาชนจะเป็นกลยุทธ์ เพราะวันนี้ไม่ได้มีผู้สมัครผู้ว่า กทม. หรือ ส.ก. เรายังมี สส. ด้วย ที่มาทำงานร่วมกันเรา มี สส.ใน กทม.ทุกเขตอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เราจะมีการทำงานแบบแสดงพลังความสามัคคีแบบเป็นทีมของพรรคประชาชน 

เมื่อถามว่าประเมินเก้าอี้ ส.ก. ที่จะได้เท่าไหร่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนคาดหวังว่าในฐานะที่เป็นผู้สมัครผู้ว่ากทม. ที่นำทีม ส.ก. 50 เขตลงสมัคร ก็คาดหวังให้ทุกคนได้เข้าไปในสภากทม. อยู่แล้ว ยังคาดหวังทุกคนอยู่

เมื่อถามว่าในพื้นที่ กทม. ยังมีบางส่วนที่เป็นบ้านใหญ่ เช่น แถบชานเมือง จะทำอย่างไร นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า เราจะใช้การทำงานที่เข้าถึงชุมชนมากขึ้น ที่ผ่านมาเรามีการเปิดรับสมัครอาสาส้ม ก็จะใช้เครือข่ายสมาชิกพรรคในการเข้าถึงระดับชุมชน ระดับครัวเรือน ระดับครอบครัวเป็นการเข้าถึงเชิงลึกมากขึ้นกว่าเดิม 

ปชน.เผยกลยุทธ์ชิงผู้ว่าฯ กทม. ประเดิม 'อาสาส้ม' สู้บ้านใหญ่

เมื่อถามถึงกรณี น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ที่ออกมาแฉว่าพรรคประชาชนมีไอโอปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร และมีมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงเลือกตั้งผู้ว่ากทม. นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ก็ไม่ทราบว่าความหมายของไอโอที่เขาพูดถึงคืออะไร เรื่องนี้ก็อาจจะต้องมองดูข้อเท็จจริงมากกว่าใครพูดอะไร ข้อเท็จจริงต่างๆเราน่าจะสามารถพิสูจน์ได้ 

“ผมไม่ได้เชื่อว่าจะมีไอโออะไรเหล่านั้น เพราะพรรคประชาชนเราทำการเมืองอย่างตรงไปตรงมา เรื่องนี้พรรคประชาชนสามารถชี้แจงได้” นายชัยวัฒน์ กล่าว

เมื่อถามว่าการที่ น.ส.ธิษะณา ออกมาในช่วงนี้ จะทำให้เสียเปรียบหรือไม่ นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า การเมืองมีการโจมตีกันอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีการสร้างข่าวร้ายในลักษณะนี้ ย่อมมีผลต่อกระแสบ้าง แต่เราก็ยึดหลักความถูกต้องและการทำงานอย่างตรงไปตรงมาของพรรคประชาชนมาโดยตลอด ตนคิดว่าคน กทม. ที่เป็นฐานเสียงให้กับพรรคประชาชนในการเลือกตั้งมาตลอดตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปี 2569 มีวิจารณญาณที่จะสามารถ วิเคราะห์เรื่องเหล่านี้ได้

ปชน.เผยกลยุทธ์ชิงผู้ว่าฯ กทม. ประเดิม 'อาสาส้ม' สู้บ้านใหญ่

ประกาศนโยบายช่วยผู้ป่วยติดเตียง แถมผู้ช่วยดูแลสัปดาห์ละ 16 ชม.

นอกจากนี้ นายชัยวัฒน์ ยังลงพื้นที่พร้อมด้วย น.ส.แอนศิริ วลัยกนก สส.กทม. พรรคประชาชน และนายมหัทธวัฒน์ พรเภตรา ผู้สมัคร ส.ก. พรรคประชาชน หาเสียงชุมชนทุ่งครุพัฒนา เพื่อนำเสนอนโยบายเกี่ยวกับผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ที่เป็นปัญหาหลักในพื้นที่ โดยในช่วงเช้า นายชัยวัฒน์ ได้พบปะกลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งปัญหาผู้สูงอายุและปัญหารถติด

ก่อนจะขึ้นรถแห่ไปยังบ้านของ “ลุงแหวง” ผู้ป่วยติดเตียงจากการลื่นล้มภายในบ้านเมื่อ 5 ปีที่แล้ว โดยภรรยาของลุงแหวงเป็นผู้ดูแล เล่าให้ฟังว่าต้องดูแลกันเอง เนื่องจากไม่มีลูกหลาน การเรียกรถไปโรงพยาบาลแต่ละครั้ง ต้องจ้างคนรับส่งครั้งละ 1,000-3,000 บาท หากจะเรียกบริการของภาครัฐ ต้องจองคิวยากมาก โดยนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนเห็นแล้วรับรู้ได้ถึงความยากลำบากในการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข  ตนได้มาเยี่ยมแล้วรู้สึกว่าเหมือนพ่อของตน  เนื่องจากเป็นผู้ป่วยติดเตียงเหมือนกัน พร้อมรับปากว่าหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่า กทม. จะมีนโยบายให้ผู้ช่วยเข้ามาดูแลสัปดาห์ละ 16 ชั่วโมง

นายชัยวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากการเยี่ยมลุงแหวงว่า เรามีนโยบายที่จะช่วยเหลือครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งปัจจุบัน กทม. มีผู้ป่วยติดเตียงประมาณ 15,000 คน และจำนวนมากอาศัยอยู่ในเขตทุ่งครุ นโยบายผู้ป่วยติดเตียงของเราจะสร้างงานอาสาสมัครมาดูแลผู้สูงอายุ ทำเป็นงานประจำเลย จากเดิมที่เป็นลักษณะงานอาสา แล้วรายได้ค่อนข้างน้อย ประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน ทำให้การดูแลผู้ป่วยติดเตียงไม่ได้ทำอย่างเต็มที่ หากเรามีผู้ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่ได้มาตรฐาน ได้เงินเดือนขั้นต่ำชั่วโมงละ 120 บาท หากดูแลผู้ป่วยสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง ก็ตกเดือนละ 15,000 บาท สามารถสร้างงานประจำได้ประมาณ 5000 ตำแหน่งเข้ามาเสริมครอบครัวที่มีผู้สูงอายุที่ติดเตียง

ปชน.เผยกลยุทธ์ชิงผู้ว่าฯ กทม. ประเดิม 'อาสาส้ม' สู้บ้านใหญ่

ส่วนที่ผู้ป่วยติดเตียงแต่ละคนต้องใช้เงินเรียกรถไปสถานพยาบาลรอบละหลักพันบาท นายชัยวัฒน์ ระบุว่า เป็นภาระเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาอีกมาก สำหรับครอบครัวที่มีผู้ป่วยติดเตียง โดยเราจะมีนโยบายช่วยเหลือการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย แม้ของเดิมสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะมีการให้สิทธิ์อยู่แล้วแต่ปัญหาที่เรารับฟังจากประชาชน คือต้องจองล่วงหน้าเป็นเวลานานและมีสิทธิ์ไม่เพียงพอ กทม. จึงสามารถเข้ามาเสริมเรื่องนี้ได้ ด้วยตนคิดว่าจะมีรถมาเสริม ปีละไม่ต่ำกว่า 180,000 เที่ยว เพื่อให้ผู้ป่วยติดเตียงสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายขึ้น เราอยากทำให้ กทม. เป็นเมืองที่แคร์คนมากขึ้นและการแคร์ผู้ป่วยติดเตียงแคร์ผู้สูงอายุ ก็เป็นเรื่องสำคัญในการดูแลคนใน กทม. 

  • สับ “ไทยช่วยไทยพลัส” กระตุ้นเศรษฐกิจแบบวันช็อต ซัดบทเรียนตั้งแต่ยุค “ลุงตู่-ดิจิทัลวอลเล็ต”

นายชัยวัฒน์ ยังกล่าวถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส ว่า เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบวันช็อต คือกระตุ้นแล้วหมดไป ไม่ได้เหลืออะไรไว้ แล้วไม่ได้สร้างโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่จะรองรับการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต ที่ผ่านมา เราเห็นการกระตุ้นในลักษณะนี้มาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท มีการแจกคนละครึ่ง คนละครึ่งพลัส อะไรต่างๆ 

แต่อย่างที่เราเห็น เศรษฐกิจประเทศไทยก็ยังโตต่ำ เพราะฉะนั้น ตนคิดว่าการกระตุ้นระยะสั้นก็อาจจะจำเป็น แต่มันควรจะเป็นการกระตุ้นระยะสั้นที่ตรงเป้ามากกว่านี้ แต่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า ว่าเราจะสร้างรายได้ให้คนไทยมีรายได้มากขึ้นได้อย่างไร การกระตุ้นโดยการเอาภาษี คือเงินของประชาชนมาแจกให้กับประชาชน มันไม่ได้ช่วยให้รายได้ของประชาชนและรายได้ของคนไทยเติบโตขึ้น เป็นสิ่งที่อยากจะฝากบอกรัฐบาลให้คิดถึงระยะยาว ว่าจะทำอย่างไรให้รายได้ของคนไทยเติบโตขึ้นอย่างยั่งยืนมากกว่า