วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน 2569

Login
Login

'กาสิโนช่องสะงำ' โยงทุนไทย?  ปม‘ถล่มรังสแกม’ ไม่เบ็ดเสร็จ

'กาสิโนช่องสะงำ' โยงทุนไทย?   ปม‘ถล่มรังสแกม’ ไม่เบ็ดเสร็จ

กาสิโน ช่องสะงำ” อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ กลายเป็นประเด็น เมื่อ “สส.กังฟู” วสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง ตั้งข้อสังเกตถึงปฏิบัติการ ของ“กองทัพไทย”ที่ไม่สามารถทำอะไรกาสิโนแห่งนี้ได้ ทั้งที่เป็นแหล่งสแกมเมอร์ และถูกใช้เป็นฐานโจมตีทหารไทย ไม่ต่างจากกาสิโนชายแดนกัมพูชาอื่นๆ

เนื่องจากยังพบความเคลื่อนไหวภายใน “กาสิโน ช่องสะงำ” โดย สส.กังฟู ได้ให้ข้อมูลว่า กาสิโนแห่งนี้มีความแตกต่างจากกาสิโนอื่นที่มีนักลงทุนเป็นคนจีน คนกัมพูชา แต่สำหรับกาสิโนแห่งนี้มีคนไทยไปลงทุน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เป็นท่อน้ำเลี้ยงนักการเมืองระดับประเทศหรือไม่

ทั้งนี้หากย้อนไทม์ไลน์ การปะทะรอบสองระหว่างทหารไทย-กัมพูชา เดือน ธ.ค.2568 ภายหลังพบข้อมูลว่า กาสิโนหลายแห่งซึ่งมีที่ตั้งติดกับชายแดนไทยเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ถูกใช้เป็นแหล่งสะสมอาวุธ และฐานปฏิบัติการทางทหารของกัมพูชาโจมตีทหารไทย

เริ่มจาก กาสิโนเมืองโอร์เสม็ด จ.อุดรมีชัย มีที่ตั้งห่างจากจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ประมาณ 500 เมตร ถูกใช้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังภายในอาคารใช้สู้รบกับไทย และเป็นจุดซุ่มยิงสไนเปอร์ รวมถึงฐานบัญชาการปล่อยโดรนพลีชีพ

เมื่อ 10 ธ.ค.2568 ได้ปรากฎคลิปวิดีโอชาวต่างชาติ ทั้งจีน อินเดีย ปากีสถาน และอินโดนีเซีย หลบหนีออกจากอาคารกาสิโน เมืองโอร์เสม็ด ถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย หลังจากกองทัพไทยเปิดปฏิบัติยิงปืนใหญ่โจมตี ก่อนเข้าควบคุม เนื่องจากเป็นพื้นที่ภัยคุกคามสร้างอันตรายให้กับคนไทยและกำลังพล

จากข้อมูลของสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการบริหารการพนันเชิงพาณิชย์แห่งกัมพูชา ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2565 พบว่า "โอร์เสม็ด รีสอร์ต" มีเจ้าของ คือ บริษัทแอลวายพี กรุ๊ป (L.Y.P Group) ของ “ลี ยงพัด” หรือ “พัด สุภาภา” ซึ่งถูกรัฐบาลไทยเพิกถอนสัญชาติไทยไปเมื่อปี 2568 โดยมี “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เป็นผู้ลงนาม

ภายหลังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รายงานว่า “ลี ยงพัด” มีพฤติการณ์เชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลที่ฉ้อโกงประชาชน และถูกสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติแห่งสหรัฐฯ คว่ำบาตร ขณะถือครองทรัพย์สินในไทยมากกว่า 70 ล้านบาท

ส่วนอาคารอีกแห่งหนึ่งที่กองทัพไทยโจมตี ตั้งอยู่ในโอร์เสม็ดเช่นเดียวกัน คือ "รอยัล ฮิลล์ รีสอร์ต แอนด์ กาสิโน" เป็นของ "ลิม เฮง" รองประธานหอการค้ากัมพูชา

นอกจากนี้ ยังมี "กาสิโนรีสอร์ต ช่องสายตะกู" ซึ่งตั้งอยู่ติดกับจุดผ่อนปรนช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ ถูกทหารม้ารถถังของไทยเข้าโจมตี หลังทหารกัมพูชาใช้อาคารเป็นฐานปล่อยโดรนโจมตีไทย โดยภาพถูกเผยแพร่ 16 ธ.ค.2568 โดยกาสิโนแห่งนี้ เป็นของ ลิม เฮง เช่นเดียวกัน

White Elephant กาสิโน” ช่องอานม้า จ. อุบลราชธานี ถูกโจมตีด้วย F-16 ของ กองทัพอากาศไทย หลังตรวจพบเป็นที่มั่นทางทหาร และเป็นศูนย์บังคับบัญชาการควบคุมโดรน และอากาศยานไร้คนขับของฝ่ายกัมพูชา ในอดีตเจ้าของคือ "ตรี เพียบ" นักธุรกิจกัมพูชา ซึ่งถูกสหรัฐฯคว่ำบาตร ในข้อหาคอร์รัปชัน และค้าไม้เถื่อน แต่ปัจจุบันถูกเปลี่ยนมือไปแล้ว

ขณะที่ กาสิโน ฝั่งทมอดา จ.โพธิสัตว์ ติดกับบ้านท่าเส้น ต.ชำราก อ.เมือง จ.ตราด ถูกโจมตี หลังจากหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด ตรวจพบเสาสัญญาณรบกวน หรือแจมเมอร์ ติดตั้งอยู่บนดาดฟ้า และที่ตั้งของพลซุ่มยิง ใช้ส่งยุทโธปกรณ์เพื่อโจมตีฝั่งไทย กาสิโนแห่งนี้มีเจ้าของ คือ ตรี เพียบ

รวมถึงกาสิโนที่ตั้งติดกับจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านตาพระยา หรือ ด่านบึงตะกวน อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว โดย “กองกำลังบูรพา” กองทัพภาคที่ 1 ใช้ปืนใหญ่รถถังยิงเข้าไปที่ตัวอาคาร เป็นที่ตั้งยิงอาวุธวิถีโค้ง ป้อมปืนกล และสะสมอาวุธ เพื่อใช้โจมตีใส่ฝ่ายไทย

 จากข้อมูลของกองกำลังบูรพา กาสิโนแห่งนี้ก่อสร้างรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่อ้างสิทธิ์ของไทย ซึ่งไทยมีการส่งหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการไปแล้วหลายครั้ง แต่กลับมีการก่อสร้างต่อ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับ “กาสิโน ช่องสะงำ” ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่นี้ กองทัพไทยโจมตีเป็นสถานที่สุดท้าย ก่อนถึงเดดไลน์หยุดยิงในเวลา 12.00 น.ของวันที่ 27 ธ.ค.2568 ตามข้อตกลงคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC)

โดยทหารไทยใช้ปืนใหญ่ยิงโจมตีต่อเป้าหมาย อาคารกาสิโน “Sangam Resort & Casino” ในอ.อัลลองเวง จ.อุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เวลา 11 : 02 น.ของวันที่ 27 ธ.ค.2568 เพื่อทำลายเป้าหมายทางทหาร หลังจากตรวจพบว่า สถานประกอบการกาสิโนดังกล่าวถูกกองทัพกัมพูชา ดัดแปลงเพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร

แหล่งข่าวจากกองทัพบก ยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามหลักยุทธวิธีทางทหารและการจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมาย มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทยให้ได้ก่อน เมื่อสามารถควบคุมสถานการณ์ในจุดวิกฤตได้แล้ว จึงขยายผลสู่เป้าหมายลำดับถัดไปตามแผนยุทธการ เพื่อผลลัพธ์สุดท้ายในการป้องกันภัยคุกคามที่เกิดขึ้นให้สิ้นซาก

"พื้นที่ช่องสะงำ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมาย โดยเข้าดำเนินการในช่วงท้ายของไทม์ไลน์ ก่อนการหยุดยิงตามแผน ได้ใช้อาวุธยิงสนับสนุนโจมตีเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ใช้รถถังและ ปืนใหญ่กว่า 50 นัด รวมทั้งอากาศยาน ไม่แตกต่างจากพื้นที่อื่น" 

ด้าน พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า กองทัพบกได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน ขณะที่หน่วยงานด้านการข่าวและหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ได้ติดตาม เฝ้าระวัง และประเมินสถานการณ์ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเด็นพื้นที่ฝั่งตรงข้ามบริเวณช่องสะงำนั้น ในช่วงมีสถานการณ์ เคยเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ฝ่ายไทยได้มีการใช้อาวุธเข้าปฏิบัติต่อที่หมายดังกล่าว เนื่องจากพบว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นฐานสนับสนุนสำหรับการปฏิบัติการทางทหาร ที่ส่งผลต่อชีวิตทรัพย์สินของประชาชนและกำลังทหารฝ่ายไทย ส่งผลให้สิ่งปลูกสร้างในพื้นที่บางส่วนได้ถูกทำลายไป

 "ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำเงินทุนสีเทามาสนับสนุนการจัดหายุทโธปกรณ์หรือเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหารของกัมพูชานั้น ในทางการข่าวสามารถเป็นไปได้ทุกกรณี แม้ว่ายังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน" โฆษก ทบ. ระบุ

ทั้งนี้ กาสิโน ช่องสะงำ อยู่ห่างจากจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำประมาณ 200 เมตร เริ่มเปิดให้บริการเมื่อปี 2555 แม้การก่อสร้างคืบหน้าเพียง 50% แต่ก็มีนักท่องเที่ยว และนักการพนันชาวไทยเดินทางเข้าไปใช้บริการหนาแน่นทุกวัน

ในขณะนั้นไทย-กัมพูชา มีแผนพัฒนาพื้นที่ชายแดน ให้เป็นศูนย์การค้าและการท่องเที่ยวแห่งใหม่ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ

จึงเป็นที่มา โครงการพัฒนาพื้นที่ตลาดเมืองใหม่ช่องสะงำ เกิดขึ้นหลังการเปิดจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ โดยมีระยะเวลาพัฒนา ตั้งแต่ปี 2546 -2576 ซึ่งจังหวัดได้จัดสรรงบประมาณตามแผนงานยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด กว่า 200 ล้านบาท ดูแลโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก

มีทั้งการก่อสร้างอาคารสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารพาณิชย์ อาคารสถานีขนส่งสินค้าผู้โดยสาร รวมถึงการให้ก่อสร้างอาคารสำนักงานด่านพรมแดนแห่งใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดช่องสะงำรายเดิม และผู้ประกอบการที่ตลาดช่องจอม จ.สุรินทร์ และตลาดโรงเกลือ จ.สระแก้ว ร่วมลงทุน

ทว่า ปัจจุบัน“เมืองใหม่ช่องสะงำ”ตกอยู่ในสภาพรกร้าง ไร้ทิศทางการพัฒนา จนถูกตั้งข้อสังเกตว่า สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นทางผ่านและปูทางสู่ผลประโยชน์กลุ่มทุนกาสิโน “Sangam Resort & Casino” เท่านั้นหรือไม่

อย่างไรก็ตามจะเห็นว่า "กองทัพ" ก็ไม่ได้นิ่งเฉยรีบออกมาชี้แจงปม"กาสิโนช่องสะงำ" เพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหา โจมตีไม่เบ็ดเสร็จ แต่ก็ไม่ปฏิเสธหรือตอบรับ ว่ามีคนไทยเข้าไปร่วมลงทุนจริงหรือไม่

เพราะต้องยอมรับว่า ทุกพื้นที่ล้วนมีผลประโยชน์  จะไปเค้นถามว่าเป็นของคนใด ท่อน้ำเลี้ยงคนไหน ก็คงไม่มีใครตอบได้ เพราะดูเหมือนจะเกี่ยวข้องโยงตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปถึงระดับประเทศ คนมีสี นักลงทุน  โดยมีผลประโยชน์เป็นตัวล่อ