'ณัฐพงษ์' บุกสายไหม ช่วย 'ภมร' หาเสียง มั่นใจชาวกรุงฯ เบื่อระบอบน้ำเงิน อยากได้เมืองโปร่งใส เผยไม่ช่วย 'ดร.โจ' หาเสียง เพราะมีแสง-คาริสม่าในตัวเอง
เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมกับ นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.เขตสายไหม พรรคประชาชน ลงพื้นที่ตลาดวงศกรเพื่อช่วยนายภมร พลจันทร์ ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตสายไหม หาเสียง
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สายไหมเป็นพื้นที่ ที่สำคัญ แต่ทั้ง 50 เขตของกรุงเทพฯก็เป็นพื้นที่สำคัญทั้งหมดในการผลักดันวาระเมือง นโยบายในเขตสายไหมเราก็มีเรื่องประกันหมาแมว และศูนย์ wellness รวมถึงการจัดการปัญหาขยะ อย่างนายภมรเองก็เคยเป็นผู้ช่วยสส. ทำงานในกรรมาธิการพม. ทำงานในด้านการเมืองภาพใหญ่มาโดยตลอดก็พร้อมที่จะมาทำงานภาพย่อย
ด้านนายภมร กล่าวว่า เราได้ทำการบ้านกับทางพรรคประชาชนก่อนลงสมัคร นำปัญหาในเขตสายไหมมาเสนอพรรค ซึ่งวันนี้จะพานายณัฐพงษ์ลงพื้นที่ไปดูปัญหาด้วยเช่นกัน และในเขตสายไหมอยากจะขับเคลื่อนเรื่องปัญหาขยะ ปัญหาที่ดินว่างเปล่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็น 2 ประเด็นหลักที่เราอยากผลักดัน
ส่วนข้อสังเกตที่ว่านายณัฐพงษ์ ไม่ค่อยไปช่วยนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรคประชาชน หาเสียง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จริง ๆ ทางนายชัยวัฒน์ หรือ "พี่โจของผม" ก็เป็นคนที่เรียกว่ามีแสงในตัวเองมีคาริสม่า มีความรู้ความสามารถในตัวเองเพราะฉะนั้นให้เขาได้ไปลงพื้นที่หาเสียงกับผู้สมัคร สก. ตนว่าพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ก็น่าจะมีความสุขที่ได้เจอนายชัยวัฒน์อยู่แล้ว ตนเองถ้ามีอะไรที่ไปช่วยได้อย่างเช่นในพื้นที่พัทยาหรือพื้นที่อื่น ๆ ก็ยินดี แต่ กทม.ก็เป็นพื้นที่ที่ตนคิดถึงเหมือนกัน อย่างวันนี้ก็ตั้งใจมาช่วยโดยเฉพาะ
เมื่อถามว่าการหาเสียงผ่านมาสักพักแล้วในฐานะหัวหน้าพรรคประเมินไว้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยิ่งเข้าใกล้วันเลือกตั้งวันที่ 28 มิถุนายนมากเท่าไหร่ ชาวกทม.ก็มีความตื่นตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งสำคัญมากที่สุดตอนนี้คือ ความตื่นตัวในการออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งอยากให้ออกมาใช้สิทธิ์เยอะ ๆ ไม่ว่าผลเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร นั่นคือเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชน ส่วนผลโพลที่ออกมาก็ได้ติดตามอยู่บ้าง ไม่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร เรื่องผู้สมัครมีพรรคหรือผู้สมัครที่เป็นอิสระ
"ผมแปลความแบบนี้ว่า สิ่งที่สำคัญตอนนี้คือคนกรุงเทพมหานคร ต้องการ กทม. ที่มีความโปร่งใส คำว่าอิสระคือไม่ได้ถูกครอบงำโดยระบอบใดระบอบหนึ่ง คนกรุงเทพฯเบื่อกับ ระบบการเมืองสีน้ำเงินระบอบการเมืองสีน้ำเงิน มีพรรคการเมืองมาครอบงำ การทวงดุลตรวจสอบไม่สามารถทำงานได้ สิ่งที่ชาวกทม. ต้องการตอนนี้คือ สก. ที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ในการพิจารณางบประมาณปีละแสนล้าน ผู้ว่ากทม. ที่มีวาระเมื่อในการขับเคลื่อนทำให้เมืองเป็นที่อยู่ที่ใช้ชีวิตง่าย ๆ สำหรับคนกรุงเทพฯทุกคน ซึ่งพรรคประชาชนเองสอดคล้องกับนโยบายตรงนั้น เราพร้อมที่จะเข้าไปผลักดัน" นายณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อถามว่าผลโพลที่ออกมาไม่ได้แปลว่าประชาชนไม่ไว้ใจพรรคประชาชนใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่คิดแบบนั้น แต่เราก็เคารพในเสียงของประชาชนผลการเลือกตั้งมาอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น แต่ตอนนี้สิ่งที่พวกเราต้องการนำเสนอคือเรื่องวาระเมืองกรุงเทพฯที่มีความโปร่งใสนอกจากนโยบายระดับจังหวัดเรายังมีนโยบายรายเขตซึ่ง สก. แต่ละคนไม่เหมือนกัน
- มั่นใจเลือก "ผู้ว่าฯ-ส.ก." ปชน.ครบทีม เปลี่ยนแปลง กทม.ได้แน่
นายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผลสำรวจของสวนดุสิตที่คะแนนนิยมของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลลดลงอย่างต่อเนื่อง ว่า หากดูเรื่องความนิยมการทำงานการเมืองของฝ่ายค้าน หากบวกรวมตัวเลขของพรรคประชาชนทั้งหมดเกินครึ่ง นอกจากน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน สิ่งนี้เป็นค่านิยม คุณค่าพื้นฐานของพรรคประชาชนที่เราไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคลเป็นหลัก เราทำงานกันเป็นทีม
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ฉะนั้น จึงเห็นว่าการเปิดตัวนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ที่มาพร้อมทีมบริหาร มีทีมที่ปรึกษาครบชุด รวมถึงมีทีมสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขตที่มีวาระเขตของตนเอง ตนมองว่าปัญหากรุงเทพฯ ในปัจจุบันนี้ ยังมีหลายอย่างที่เป็นเรื่องยากอยู่ เนื่องจากเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง หากเลือกพรรคประชาชนเข้าไปครบทีม มั่นใจว่าเปลี่ยนแปลงได้แน่นอน
หลังจากนั้นนายณัฐพงษ์และนางสาวศศินันท์ พร้อมด้วยผู้สมัคร สก. เขตสายไหมได้เดินแจกใบปลิวให้กับพ่อค้าแม่ค้าในตลาด พร้อมแนะนำตัว ผู้สมัคร สก. และผู้สมัครผู้ว่าฯจากพรรคประชาชน ก่อนมีเด็กมาขอถ่ายรูปกับนายณัฐพงษ์เป็นที่ระลึกพร้อมบอกว่าชอบมาก ก่อนจะเดินทางไปหาเสียงต่อที่เคหะออเงิน เคหะวัชรพล3 และจบที่ตลาดนัดป้ากิ่ง

