แกนนำ ภท. ปัดเขียนกติกา เพื่อรีโมทเลือก สสร. แจงรายละเอียดกำหนดวิธีให้ทุกพรรคมีส่วนร่วมเข้าไปเป็นตัวแทน จัดทำ รธน. ฉบับใหม่
1มิ.ย.2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ถึงการเตรียมพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในที่ประชุมรัฐสภา วันที่ 7-8 ก.ค. โดยเชื่อว่าเวลา 2 วันที่ให้พิจารณาจะเพียงพอ เนื่องจากเป็นการรวมพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีหลักการและสาระเดียวกัน คือ การแก้ไขมาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
โดยให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) อย่างไรก็ดีทราบว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่แต่ละพรรคเสนอนั้นมีหลักการรเดียวกัน แต่มีความแตกต่างในรายละเอียด เช่น ของพรรคภูมิใจไทยให้ สสร. 100 คน มาจากการสมัครจากแต่ละจังหวัด และให้รัฐสภาเลือก 77 คน และอีก 23 คนมาจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ผู้มีประสบการณ์ด้านการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่สมัครมาตามกลุ่ม มีกระบวนการกลั่นกรองและให้รัฐสภาเลือก ทั้งนี้ การกำหนดให้รัฐสภาเลือกตั้ง จะใช้วิธีการกำหนดสัดส่วนของสมาชิกรัฐสภา 700 คน เพื่อเลือก สสร. เข้าไปทำหน้าที่
“มีคนมองว่าการกำหนดแบบนั้น พรรคภูมิใจไทย อาจรีโมต สสร.ได้ หากพรรคภูมิใจไทยมีสส. 500 คน จะทำแบบนั้นได้ แต่เรามี 200 คน ขณะที่สส.ในสภาฯ ยังประกอบด้วยฝ่ายค้านและอื่นๆ ดังนั้นทุกเสียงมีความหมาย ทุกคน ทุกพรรคมีสิทธิเลือกตามสัดส่วนของตัวเอง ดังนั้นที่บอกว่า ภูมิใจไทยเสนอแบบนี้ต้องการกินรวบ คือไม่จริง แม้ว่าปัจจุบันรัฐบาลภูมิใจไทยจะครองเสียงข้างมากและมีสว.บางส่วนสนับสนนุน แต่วิธีการที่เสนอนั้น เคารพในทุกเสียง พรรคทุกขนาดให้มีโอกาสเลือกตัวแทนเข้าไปเป็น สสร. ซึ่งเจตจำนงไม่ต่างจากวิธีรวมกลุ่ม 20 คนเพื่อเลือก สสร. 1 คน เหมือนกับที่ออกแบบมาในรอบที่แล้ว นอกจากนั้นนแล้ว ผมมองว่าหากกระบวนกรเลือก สสร. ไม่ถูกยอมรับตั้งแต่ต้น รัฐธรรมนูญที่ร่างมาจะไม่ถูกยอมรับเช่นกัน” นายกรวีร์ กล่าว
เมื่อถามย้ำถึงการโหวตรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในทุกฉบับที่เสนอหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ยังเร็วไปที่จะตอบ เพราะขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียด ทั้งนี้ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ที่เสนอให้ สสร. มาจากการสมัครและให้รัฐสภาคัดเลือก เพราะคำนึงถึงปัจจัยที่ไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะไม่อยากเสียเวลาหากมีคนยื่นตีความ และต้องการเดินหน้าโดยคงเป้าหมายให้มี สสร.เป็นตัวแทนมาจากทุกจังหวัด ส่วนของฉบับอื่นที่ถูกพูดว่าให้ มีคูหาให้ประชาชนเลือก และส่งชื่อให้รัฐสภาเลือกสสร. คิดว่าเสี่ยง แม้ประชาชนไม่เลือกโดยตรง แต่กรณีที่ให้ประชาชนสมัคร เช่นมี 10 คนเลือกเหลือ 3 คน และมีคนที่ไม่ถูกเลือก 7 คน ซึ่งตนไม่ใช่ศาลจึงไม่รู้ว่าถูกหรือไม่ แต่หากมีคนส่งให้ตีความแล้วศาลบอกว่าใช้ไม่ได้ ต้องเสียเวลาอีกเป็นปี
“เรื่องจะรับหลักการฉบับใดหรือไม่ ยังเร็วไปที่จะพูด เพราะยังไม่ได้คุยกันในรายละเอียด ทั้งนี้ การเสนอให้มี สสร. ซึ่งวิธีการต่างกัน เร็วไป ที่บอกว่าจะรับหรือไม่ สุดท้ายอาจจะรับทุกฉบับ หรือรับบางฉบับก็ได้”นายกรวีร์ กล่าว

