‘อภิสิทธิ์’ แนะรัฐบาลแก้ปัญหาตรงจุด ลดราคาพลังงาน หวั่น "ไทยช่วยไทย" ไม่ช่วยหากค่าน้ำมันยังแพง พร้อมดันสภาฯตั้ง กมธ.ติดตามใช้เงินกู้ต่อ 4 มิ.ย.
ที่ตลาดสัมมนากร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่จะเริ่มใช้จ่ายในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ว่า ตัวเลขผู้ลงทะเบียน 26 ล้านคนไม่ถือว่าน้อย สิ่งที่สำคัญคือ รัฐบาล กำลังทุ่มเททุกอย่างไปกับโครงการนี้ ซึ่งเข้าใจดีว่าประชาชนต้องการความช่วยเหลือแต่สิ่งที่ต้องการคือการแก้ปัญหาที่ตรงจุด คือการลดราคาน้ำมัน ราคาพลังงาน ซึ่งจากการลงพื้นที่หาเสียงและคุยกับบรรดาแม่ค้าหลายคนพูดว่าหากน้ำมันราคาถูกลงจะสามารถปรับต้นทุนได้ และทุกอย่างจะคลี่คลายไปได้ง่าย
"เมื่อรัฐบาลเดินในทางนี้ก็ต้องหาทางทำให้ได้ผลในการกระตุ้นขึ้นมา แต่กังวลว่าจะไปได้กี่เดือน หากหลังจากนั้นข้าวของยังแพงอยู่รัฐบาลจะทำอย่างไรเพราะใช้เงินที่กู้มา เฉพาะปีนี้ 1.7 แสนล้านบาทแล้ว ซึ่งจะทำให้หนี้สาธารณะขึ้นไปใกล้เพดานมากขึ้น" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่าในการประชุมสภาฯ วันที่ 4 มิ.ย. จะพยายามอย่างเต็มที่ให้มีการตั้งกรรมการ (กมธ.)วิสามัญเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้ดังกล่าว รวมถึงโครงการที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงานซึ่งไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการใช้เงินแบบไหน อย่างไรก็ตามสภาชุดปัจจุบันรัฐบาลมักไม่ยอมให้มีการตั้ง กมธ. ถือว่าน่าผิดหวัง ที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่ให้ความสำคัญกับตัวแทนของประชาชนไปมีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบโครงการต่างๆ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ เป็นอีกโครงการหนึ่ง ซึ่งขณะนี้เรากำลังหารือกันอยู่ว่า ภาคประชาชน หรือฝ่ายค้าน หรือนักวิชาการ ที่เห็นว่ารายงานของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) มีความผิดปกติ ดังนั้นเราก็คงต้องมาทำกันเองให้ตัวเลขจริงปรากฏต่อรัฐบาลให้ได้ เรายังหวังอยู่ว่ากรณีของเงินกู้นั้นน่าจะยอมตั้งกรรมาธิการขึ้นมาเพราะจริงๆ เพราะเป็นการใช้เงินจำนวนมากและไม่ได้อยู่ในระบบงบประมาณ

