"อนุชา" ควงทีมปชป. ลุยตลาดสัมมากร ชูต้นแบบตลาดใช้เทคโนโลยี ย้ำพัฒนาตลาด กทม. สะอาดปลอดภัย ก่อนลุยหนองจอก ดันนโยบายสร้างรายได้เกษตรชานเมือง
ที่ตลาดสัมมากร รามคำแหง นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค นำและผู้สมัคร ส.ก. เขตสะพานสูง ลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชนผู้จับจ่ายใช้สอย และพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ตลาดสัมมากร และลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้บ้านครูแดง แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ร่วมกับ ผู้สมัคร ส.ก.เขตหนองจอก เพื่อหารือถึงการผลักดันนโยบายการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนและเกษตรกรรมในพื้นที่ชานเมือง
โดย นายอนุชา ได้ให้สัมภาษณ์ถึงศักยภาพของตลาดสัมมากรว่า ซึ่งเป็นตลาดเอกชน ที่สามารถนำไปเป็นต้นแบบในการพัฒนาตลาดอื่นๆ ของ กทม. โดยเฉพาะการนำแพลตฟอร์มมาใช้งานเพื่อเพิ่มความสะดวก และสามารถนำข้อมูลที่ด้มาประมวลผลได้ในทุกๆ เรื่อง นอกจากนั้นแล้วยังมีการบริหารจัดการตลาดที่ถูกสุขอนามัยและปลอดภัย หากตนได้มีโอกาสเข้าไปบริหารจัดการในนาม กทม. จะช่วยยกระดับตลาดอื่นๆ ให้ถูกสุขลักษณะมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้พ่อค้าแม่ค้ามีส่วนร่วมในการแยกและลดขยะ พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่และกล้องวงจรปิดเข้าไปช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัย ป้องกันมิจฉาชีพ เพื่อให้ประชาชนเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยได้อย่างสบายใจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเดินตลาดเช้าแล้ว นายอนุชาและคณะผู้บริหารพรรค ได้เดินทางต่อไปยังศูนย์การเรียนรู้บ้านครูแดง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อร่วมกับ นายเชิดพันธุ์ เตียไพบูลย์ ผู้สมัคร ส.ก. เขตหนองจอก เพื่อหารือถึงการผลักดันนโยบายการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนและเกษตรกรรมในพื้นที่ชานเมือง
โดยนายอนุชา กล่าวว่า ทั้งนี้ โซนกรุงเทพฯ ชั้นนอก โดยเฉพาะทางตะวันออก ยังมีการทำเกษตรกรรมอยู่มาก เช่น ที่หนองจอกมีการปลูกข้าวกันเยอะ ส่วนที่มีนบุรีมีการปลูกหญ้าขาย ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงทำสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น ทำให้ผลตอบแทนยังไม่สูงเท่าที่ควรพรรคประชาธิปัตย์จึงมีแนวคิดที่จะผลักดันพื้นที่โซนกรุงเทพฯ ตะวันออก ให้เป็นเกษตรเพื่อครัวของคนกรุงเทพฯ โดยจะเข้าไปแนะนำและส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่ตลาดมีความต้องการสูง เช่น ไทม์ ทารากอน และ ผักไฮโดรโปนิกส์ โดยปรับรูปแบบการเพาะปลูกไปสู่ระบบสมาร์ทฟาร์มมิ่งที่อาจมีการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เพื่อลดต้นทุน
นายอนุชา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จะให้สำนักพัฒนาสังคมหรือสำนักงานเขต ทำหน้าที่หาตลาดและจับคู่ ให้กับเกษตรกร โดยส่งตรงผลผลิตพรีเมียมเหล่านี้ไปยังร้านอาหารระดับยอดนิยม ร้านที่ได้รับดาวมิชลิน และร้านระดับไฟน์ไดนิ่ง ซึ่งมีอยู่จำนวนมากในกรุงเทพฯ เพื่อสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นรูปธรรม
"การลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้บ้านครูแดงในเป็นเครื่องยืนยันว่าพรรคมี ส.ก. ที่คลุกคลีกับชุมชนมาหลายปี อย่าง นายเชิดพันธุ์ เตียไพบูลย์ ผู้สมัคร ส.ก. หมายเลข 3 หากได้รับความไว้วางใจ ทันทีที่เปิดสภาก็สามารถหยิบยกปัญหาและผลักดันนโยบายเหล่านี้ไปสู่การปฏิบัติได้ทันที" นายอนุชา กล่าว

