วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'ธนาธร' ชวน ปชช.ทดลองใช้ 'AI จับโกง' ปชน.หลัง 'ชัยวัฒน์' เปิดนโยบาย

'ธนาธร' เคลื่อนไหว โพสต์ชวนประชาชน ร่วมกันทดลองใช้งาน 'AI จับโกง' ของพรรค ปชน. หลัง 'ชัยวัฒน์' ลงชิงผู้ว่าฯ กทม.เปิดตัวนโยบาย Bangkok Redflag AI

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เชิญชวนให้ประชาชนทดลองการใช้งานระบบ AI จับโกงของพรรค ปชน. โดยระบุว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน นำโดยนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ "โจ" ได้เปิดตัวนโยบาย “Bangkok Redflag AI” ระบบ AI ที่ช่วยตรวจจับความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายของพรรคประชาชนครั้งเลือกตั้งใหญ่

"ผมอยากขยายแนวคิดนี้ต่อประชาชน เพราะนี่อาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ ที่จะทำให้ “การโกงทำได้ยากขึ้น” ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการล็อกสเปก การฮั้วประมูล หรือการที่ราคาจัดซื้อจัดจ้างมีความผิดปกติ ซึ่งเราเห็นเป็นข่าวอยู่แทบทุกปี" นายธนาธร ระบุ

'ธนาธร' ชวน ปชช.ทดลองใช้ 'AI จับโกง' ปชน.หลัง 'ชัยวัฒน์' เปิดนโยบาย

ประธานคณะก้าวหน้า ระบุว่า หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีจับโกง คือ ข้อมูลภาครัฐต้องอยู่ในรูปแบบที่พร้อมในการนำไปประมวลผลต่อได้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ AI สามารถนำไปวิเคราะห์ ตรวจจับความผิดปกติ และแจ้งเตือนได้แบบอัตโนมัติ เบื้องหลังระบบใช้ทั้งการตั้งกฎ (Rule-based) และ AI วิเคราะห์ภาษาจากเอกสาร TOR ที่มีจำนวนมากและซับซ้อน เพราะในโลกความจริง การตรวจสอบการทุจริตมีอุปสรรคสำคัญคือ “ปีศาจอยู่ในรายละเอียด” เอกสารจัดซื้อจัดจ้างมีจำนวนมหาศาลเกินกว่าที่คนจะตรวจสอบได้ทั้งหมดด้วยสายตาในเวลาจำกัด

Bangkok Redflag AI ที่ทีมกรุงเทพ พรรคประชาชนนำเสนอ มี 7 แนวทางสำคัญ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

1. เอกสารงบประมาณและคำของบ ต้องอยู่ในรูปแบบ Machine Readable ไม่ใช่ไฟล์ที่เพียงเปิดดูได้ แต่เอาไปวิเคราะห์ต่อไม่ได้ เพราะหากข้อมูลไม่อยู่ในรูปแบบที่พร้อมในการนำไปประมวลผลต่อได้หรือไม่เป็นระบบ การตรวจสอบด้วย AI ก็แทบเป็นไปไม่ได้

2. Red Flag การล็อกสเปก ใช้ AI วิเคราะห์ว่า มีการกำหนดสเปกเจาะจงผิดปกติหรือไม่ เพื่อช่วยแจ้งเตือนให้คนเข้าไปตรวจสอบต่อ ว่าโครงการนั้นอาจเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางรายหรือไม่

3. Red Flag ราคาแพง เปรียบเทียบราคาจัดซื้อกับข้อมูลในอดีตและราคาตลาด หากพบราคาสูงผิดปกติ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนทันที

4. ฐานข้อมูลแคตตาล็อกราคา สร้างฐานข้อมูลราคากลางที่อิงกับราคาตลาดจริง ลดช่องโหว่การสืบราคากลางแบบไม่โปร่งใส และช่วยให้การตรวจสอบทำได้แม่นยำขึ้น

5. Red Flag TOR ให้ AI อ่าน TOR และประเมิน “Risk Score” หรือคะแนนความเสี่ยงต่อการทุจริต เช่น การกีดกันคู่แข่ง การตั้งเงื่อนไขส่งมอบผิดปกติ หรือข้อกำหนดที่เอื้อประโยชน์ต่อบางกลุ่ม

6. Red Flag เครือข่ายใกล้ชิด ใช้ AI วิเคราะห์ความเชื่อมโยงของบริษัทผู้เข้าประมูล เช่น ผู้ถือหุ้นร่วม กรรมการเป็นคนชุดเดียวกัน หรือความสัมพันธ์ที่อาจเข้าข่ายฮั้วประมูล ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ตรวจสอบได้ยากมากหากไม่มีเทคโนโลยีช่วย

7. Digital Forensic Scan ตรวจ DNA ของเอกสารดิจิทัล หลายกรณี บริษัทที่ชนะประมูลอาจส่งไฟล์ต้นฉบับให้ “คู่เทียบราคา” แก้รายละเอียดเพียงเล็กน้อยก่อนยื่นเสนอราคา ระบบสามารถตรวจจับความผิดปกติจากร่องรอยดิจิทัลของไฟล์ได้ เปรียบเสมือนการตรวจ DNA ของเอกสารเท่าที่จะทำได้

"เทคโนโลยีการตรวจจับความผิดปกติแบบนี้ ทำให้ต้นทุนของการโกงสูงขึ้นและทำให้การตรวจสอบเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่แค่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งอีกต่อไป" นาญธนาธร ระบุ

นายธนาธร ระบุอีกว่า ปัจจุบันพรรคประชาชนใช้เทคโนโลยีตรวจสอบโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐอยู่แล้ว แต่หากใครอยากลองดูตัวอย่างที่ได้นำเสนอไป สามารถดู ได้ที่นี่  ถ้าเราอยากสร้างรัฐที่โปร่งใสขึ้น เมืองที่ประชาชนเชื่อมั่นได้มากขึ้น เจตจำนงทางการเมืองและเทคโนโลยีในปัจจุบันจะสามารถตอบโจทย์เรื่องเหล่านี้ได้ ในส่วนของ TOR + AI นั้น เนื่องจากข้อมูลต้นทางอยู่ในรูปแบบเอกสารที่สแกน อนาคตจึงควรปรับกระบวนการเพื่อให้เทคโนโลยีตรวจจับได้ง่ายขึ้น เว็บไซต์ข้างต้นจะนำเสนอตัวอย่าง TOR บางฉบับ