สมัครผู้ว่าฯ กทม.วันแรกคึกคัก 'ชัชชาติ' ปั่นจักรยานเขียวมาจับเบอร์ 'ชัยวัฒน์' โหนรถเมล์มาพร้อม 50 ผู้สมัคร ส.ก. 'อนุชา' ควง 'อภิสิทธิ์' มาด้วย
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2569 ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการ สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. เป็นวันแรก เป็นไปอย่างคึกคัก โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่ลงสมัครในนามอิสระเดินทางมาถึง โดยปั่นจักรยาน Bike Sharing Anywheel คันสีเขียว เข้ามาพบปะสื่อมวลชน รวมไปถึงกลุ่มผู้สมัคร ส.ก.อิสระ "กลุ่มคนทำงาน" ก็ปั่นจักรยานมาเช่นกัน
พร้อมด้วยทีมอดีตผู้บริหาร กทม. เช่น รศ.ดร.วิศณุ ทรัพย์สมพล นายจักกพันธุ์ ผิวงาม ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช นายศานนท์ หวังสร้างบุญ 3 อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. นายเอกวรัญญู อัมระปาล อดีตโฆษก กทม. และผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ ร่วมสักการะ พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ตั้งอยู่ที่ศาลา กทม.ดินแดง และเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) โดยใช้ธูปสีเขียวไม่ได้จุดไฟ ก่อนร่วมจับหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ห้องบางกอก ชั้น B2 อาคารไอราวัตพัฒนา
ขณะที่นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคประชาชน พร้อมผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 50 คนของพรรค เดินทางมากันด้วยรถโดยสารสมายล์ บัส (รถเมล์) พร้อมด้วยแคนดิเดตทีมบริหาร กทม.พรรค ปชน. เช่น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ นายวรภพ วิริยะโรจน์ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด ผู้อำนวยการ Think Forward Center (ศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต) เป็นต้น
ส่วนความเคลื่อนไหวจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค พานายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยทีมผู้สมัคร ส.ก. เข้าสักการะ พระแม่ธรณีบีบมวยผมที่พรรค ปชป. ก่อนเดินทางด้วยรถบัส ไปสมัครและรอจับเบอร์
พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วย 49 ผู้สมัคร ส.ก. นายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กลุ่มกรุงเทพบินได้ ที่เดินทางมาพร้อม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ประธานที่ปรึกษากลุ่มกรุงเทพบินได้ พร้อมวิดพื้นโชว์สื่อมวลชน นอกจากนี้ยังมีนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ ด้วย
"ชัชชาติ" รับอยากเป็นผู้ว่าฯ กทม.ติดดินแบบเดิม
เมื่อเวลา 05.50 น.นายชัชชาติ เปิดเผยว่า เราจะเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับ คนกรุงเทพฯ นี่คืองานยาก ต้องมีนโยบายที่ดีตอบโจทย์ได้จริงๆ โดยเน้น 4 ด้าน ได้แก่ คน ความสุข คุณภาพชีวิต และเมือง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนการจับเบอร์ เบอร์อะไรก็ได้เลย อยากให้เป็นเบอร์ที่ดี ไม่มีปัญหา โดยย้ำว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการเมืองใหญ่เพราะเราเป็นอิสระไม่ได้มาจากการเมือง เราทำงานให้กับทุกคน เราทำท้องถิ่นให้ดีเชื่อว่าจะช่วยผลักดันไปพร้อมกับรัฐบาลได้ ยอมรับว่า ตนไม่กดดันและจะทำให้เต็มที่ที่สุด ถ้าประชาชนเลือกเราก็ทำ แต่ถ้าไม่เลือกเราก็ทีอย่างอื่นที่ต้องทำ เราไม่มีภาระในการแบกพรรค เราก็เป็นตัวของเรา ถ้า “ชัชชาติ” ไม่ได้ก็แค่นั้นเอง
ส่วนที่คู่แข่งได้มีการตั้งคำถามว่า 4 ปีที่ผ่านมาทำอะไรมาบ้าง นายชัชชาติ กล่าวว่า มีหลายเรื่อง ตั้งแต่ทางเท้า น้ำท่วมที่ทำได้ดีขึ้น คุณภาพอากาศที่ทำได้ดีขึ้น การศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงสาธารณสุข ซึ่งถ้าตั้งใจดูก็น่าจะเห็นเอง ส่วนเรื่องที่ยังไม่ประสบความสำเร็จคือ ทุจริตคอรัปชั่น เป็นเรื่องที่ฝังรากลึกมานาน ที่ผ่านมาเราทำงานอย่างหนัก เราไล่คนทุจริตออก 41 คน จึงต้องทำเรื่องนี้ต่อไป เรื่องดังกล่าวมีร้องเรียนเข้ามาในปีแรกร้อยกว่าเรื่อง และในปีหลังลดลงเหลือ 20 กว่าเรื่อง ทำให้เห็นว่าเรื่องดังกล่าวดีขึ้น แต่ไม่มีทางหมด ต้องเดินหน้าต่อไป เพราะเป็นเรื่องของบุคคล
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องเศรษฐกิจจะต้องทำต่อ เราไม่มีอำนาจแจกเงิน แต่เราต้องแจกความรู้แจกโอกาส นอกจากนี้เรายังทำให้เศรษฐกิจข้างถนนดีขึ้น ติดไฟส่องสว่างกว่า 100,000 ดวง ทำฟุตบาททางเท้ากว่า 1,000 กิโลเมตร อีกทั้งยังจัดระเบียบหาบแร่แผงลอย ทำให้ค้าขายดีขึ้น ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่หล่อเลี้ยงคนทั้งเมือง เพื่อทำให้เศรษฐกิจอย่างเข้มแข็ง
เมื่อถามถึงทีมรองผู้ว่าฯ กทม. ทั้ง 4 คน จะทำงานต่อในสมัยหน้าหรือไม่ นายชัชขาติ กล่าวว่า ต้องดูผลงานก่อนว่าทำงานกันดีหรือไม่ เดี๋ยวค่อยว่ากัน ส่วนเวทีปราศรัยเย็นนี้ที่สเตเดียมวัน จะมีการเปิดตัวทีมงานหรือไม่นั้น ทีมเราไม่ได้มีแค่รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรามีคนเก่ง ๆ มากมาย และคนเก่งๆ ไม่ได้อยู่ในทีมบริหารด้วย ซึ่งมีกว่าร้อยคน แต่เขาไม่อยากเปิดตัวเพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวทางการเมือง ซึ่งหากต้องการเปิดตัวก็จะเชิญมาด้วย มีทั้งนักวิชาการและศิลปินที่เข้ามาช่วยกัน
เมื่อถามว่าหากได้เป็นผู้ว่าฯ อีกสมัย อยากเป็นผู้ว่าฯ แบบไหน นายชัชชาติ กล่าวว่า อยากเป็นผู้ว่าฯ ติดดิน แบบเดิม รับใช้ประชาชน ทุกคนคือเจ้านายเรา นี่คือหัวใจหลัก หวังว่าจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง แม้ 4 ปีที่ผ่านมาอาจจะมีคนผิดหวังบ้าง แต่ยังให้โอกาสเราทำงานต่อไป
"ชัยวัฒน์" ชูงดติดป้ายหาเสียง ใช้ AI ปราบโกงต้นน้ำ
ส่วนนายชัยวัฒน์ ประกาศแผนปฏิบัติการพร้อมทำงานทันที ชูไฮไลท์นโยบาย กรุงเทพโปร่งใส ใช้ AI ปราบโกงต้นน้ำ งดติดป้ายหาเสียงผู้ว่าฯ ย้ำจุดยืน "กรุงเทพฯ ง่ายๆ" สื่อความจริงใจถึงคนกรุง โดยกล่าวก่อนเข้าไปเพื่อรอการจับสลากหมายเลข เกี่ยวกับนโยบายเร่งด่วน ของ กทม. มีหลายเรื่อง เช่น ปัญหาขยะ ปัญหาระบายน้ำ ปัญหาเชิงโครงสร้าง และ ปัญหาเชิงระบบ โดยเฉพาะเรื่องการจัดการปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งพรรคมีระบบ "กรุงเทพโปร่งใส AI จับโกง" ที่จะนำมาใช้เพื่อให้ฝ่ายบริหาร กทม. สามารถจัดการปัญหาทุจริตได้ตั้งแต่ต้นน้ำ
นายชัยวัฒน์ ยืนยันความพร้อมที่จะเริ่มงานทันทีหลังได้รับเลือกตั้ง โดยมีแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ทั้งในระดับเขต และระดับเมือง ส่วนนโยบายเรื่องป้ายหาเสียง ดร.โจ ระบุว่า การไม่มีป้ายหาเสียงของผู้สมัครผู้ว่าฯ เป็นการเริ่มต้นเชิงสัญลักษณ์ให้เห็นว่า "กรุงเทพฯ ง่ายๆ" และต้องการแสดงถึงความจริงใจ โดยจะมีเพียงป้ายหาเสียงของ ส.ก. เนื่องจากมีจำนวนมากถึง 50 เขต 50 เบอร์ เพื่อป้องกันประชาชนสับสน
ทั้งนี้จะลดจำนวนป้าย ส.ก. ลงอย่างมาก และไม่มีป้ายในจุดที่อาจบดบังทัศนียภาพ หรือเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางของประชาชน สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ นายชัยวัฒน์ ได้วางแผนเติมเต็มการสื่อสารด้วยการติดตั้งป้ายไวนิลในย่านชุมชน และการเข้าถึงแบบเคาะประตูบ้านเพื่อแจกแผ่นพับและใบปลิว
ส.ก.อิสระ "คนทำงาน" พร้อมหนุนผู้ว่าฯทำงานร่วมกัน
ขณะที่ นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง หัวหน้าทีมคนทำงาน นำทีมผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 30 เขต เดินทางมาร่วมบรรยากาศการรับสมัครเลือกตั้งโดยปั่นจักรยานสาธารณะ (Bike Sharing) จากย่านประชาสงเคราะห์เข้าสู่ถนนมิตรไมตรี สะท้อนวิสัยทัศน์การเข้าถึงวิถีชีวิตคนเมืองและการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะเส้นเลือดฝอยของ กทม. ที่ใช้งานได้จริง
โดยนายดวงฤทธิ์ กล่าวว่า การที่ทีมคนทำงานเลือกเดินทางด้วยจักรยานสาธารณะในเช้าวันนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างสีสันในวันจับเบอร์ แต่เป็นการสะท้อนความตั้งใจจริงที่ต้องการเข้ามาแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและการเดินทางของคนกรุงเทพฯ แบบไร้รอยต่ออย่างยั่งยืน
“คนทำงานรวมกันจากหลากหลาย หลายคนคือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ จากหลายสาขาอาชีพ แต่สิ่งที่เราคิดตรงกันก็คือการมาทำงานให้บ้านของเรา ให้กับกรุงเทพฯของเรา โดยพวกเรามีความอิสระมุ่งมั่นตั้งใจ โดยเราส่งผู้สมัครทั้งหมดเบื้องต้น 30 เขต และเราทำเต็มที่ในทุกๆเขต สำหรับจุดขายสำคัญของพวกเรา คือการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ การปรับปรุงข้อบัญญัติ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนกรุงเทพฯ” นายดวงฤทธิ์ กล่าว
เมื่อถามถึงความเกี่ยวข้องกับผู้สมัครรายอื่น ศ.ดร.ดวงฤทธิ์ กล่าวว่า ทางทีมมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานกัน ดังนั้นเรื่องเดียวที่เราเน้นก็คือการจะมาทำงาน ซึ่งทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจ มีผู้คนจากหลายสาขาอาชีพ ทุกคนมีความตั้งใจที่จะทำเรื่องที่เชี่ยวชาญให้กับคนกรุงเทพฯ
เมื่อถามถึงการสนับสนุนผู้ว่าฯ กทม. คนใดในอนาคตหรือไม่ นายดวงฤทธิ์ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากกลุ่มไหนหรือคนไหน ถ้าเป็นเรื่องที่ดีก็ขอให้มาทำงานร่วมกัน นี่คือหัวใจหลักที่เราเป็นกลุ่มอิสระ ซึ่งเราต้องการสิ่งนี้ คือการอิสระเข้าไปทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะมิติของฝั่งนิติบัญญัติ หรือในฝั่งบริหาร เราสามารถทำงานร่วมกันได้ ถ้าเป็นเรื่องที่ดี และเป็นประโยชน์ส่วนรวม
“ในความเป็นอิสระ เราสามารถทำงานได้ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติใหญ่มิติของเมือง แต่ที่สำคัญ พวกเราทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะมาทำ ต้องบอกว่าทำให้ตอบโจทย์ความต้องการของทุกเขตที่จะไปอาสาทำงานด้วย เนื่องจากว่าเราเป็นกลุ่มอิสระ ไม่ใช่พรรคการเมือง เพราะฉะนั้นความมุ่งมั่นตั้งใจของเราคือ เรื่องการทำงาน เพราะฉะนั้นเราไม่ได้วางเป้า ไม่ได้วางตัวเลข แต่เราวางเป้าหมายหลักของพวกเราไว้ว่า เราจะเข้าไปทำงานอะไร เราจะร่วมกันพัฒนาเมืองของเราด้วยความยั่งยืนด้วยกลไกลแรกคือ การแก้ไขพัฒนาปรับปรุงข้อนิติบัญญัติ” นายดวงฤทธิ์ กล่าว
"ม.ล.กรกสิวัฒน์" มาด้วยชิงพ่อเมืองหลวง
ต่อมา เวลา 07.00 น. ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ เดินทางมาถึงศาลาว่าการ กทม.2 (ดินแดง) เพื่อสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในเวลา 08.30 น.
โดย ม.ล.กรกสิวัฒน์ เปิดเผยว่า เรามีความพร้อม ทีมเราใหญ่แต่วันนี้ยังไม่ครบถ้วน ยังจะมี นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ที่พร้อมบริหารกรุงเทพฯ อย่างไร้รอยต่อ เพราะกรุงเทพฯ มีปัญหาหลายด้าน ทั้งอากาศ น้ำ ขยะ รถติด เศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และการคอร์รัปชัน ดังนั้น ผู้ว่าฯ จะต้องชนกับทุกด้าน เราจะไม่ต้องรับให้ปัญหาเกิดแล้วไปไล่จับ เราต้องใช้ระบบสยบทุจริต แก้ตั้งแต่ต้นทาง เป้าหมายคือทำให้กรุงเทพฯ ปลอดภัยในทุกด้าน โดยการจับเบอร์วันนี้ ตนเองไม่คาดหวัง เป็นไปตามดวงไม่ว่าจะได้เบอร์อะไรก็ตาม

