"ฝ่ายค้าน" คาใจหลายมาตรฐาน จี้ทบทวนบรรจุญัตติ ตั้งกมธ.ติดตามใช้เงินกู้4แสนล้าน เป็นเรื่องด่วน -“โสภณ” แจงทำตามขั้นตอน มองหากรัฐบาลเดินหน้าแล้วผิดพลาด ต้องพร้อมรับ
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าวาระ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญญชีรายชื่อ พรรคปะชาชน หารือเพื่อขอให้ประธานสภาฯ ทบทวนการวินิจฉัยให้ญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินโครงการและการใช้จ่ายงบประมาณตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 4แสนล้านบาท ซึ่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นผู้เสนอ ไม่เป็นเรื่องด่วน เพราะขณะนี้รัฐบาลเตรียมจะกู้เงินที่จะใช้จ่ายในโครงการที่จะเริ่มต้นในวันที่ 1 มิ.ย. ซึ่งรัฐบาลเองไม่หยุดการทำงานเพื่อรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ดังนั้น จึงเป็นความจำเป็น นอกจากนั้นแล้วก่อนหน้านี้สภาฯ ได้พิจารณาในญัตติเรื่องแลนด์บริดจ์ซึ่งได้วินิจฉัยให้เป็นญัตติด่วน ดังนั้นขอให้ใช้บรรทัดฐานเดียวกัน
ทั้งนี้นายโสภณ ชี้แจงว่า การพิจารณาญัตติใดว่าเป็นเรื่องด่วนหรือไม่ตนไม่ได้ใช่ดุลยพินิจแต่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่มีคณะกรรมการส่วนของข้าราชการที่พิจารณาและเสนอมาให้ตนบรรจุวาระ ส่วนเรื่อง แลนด์บริดจ์ นั้นเป็นเพราะวิปฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลเห็นตรงกัน ทั้งนี้การบรรจุญัตติในวาระหากจะเลื่อนพิจารณานั้นขอให้วิปทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือร่วมกัน และประธานสภาฯ พร้อมดำเนินการ ส่วนกรณีที่ตนไม่ใช้อำนาจวินิจฉัยเอง อาจถูกมองตัดสินเข้าข้างฝ่ายใด และ ฝ่ายหนึ่งจะไม่พอใจ ดังนั้น จึงใช้วิธีปฏิบัติตามหลักราชการ ไม่ได้ใช้อำนาจตรงของประธานสภาฯ โดยมอบให้กรรมการเสนอเรื่องพิจารณา เมื่อเสนอมาแบบใดตนต้องบรรจุตามนั้น อย่างตรงไปตรงมา ทั้งนี้ตนเข้าใจการทำงานแต่ละฝ่าย บทบาทต่างกัน แต่ทำงานเพื่อประชาชน ซึ่งตนเคารพทุกฝ่ายในสภา
“ผมขอสมมติว่าเป็นญัตติด่วน แต่ฝ่ายรัฐบาลไม่เห็นด้วย ผมไม่มีความประสงค์ใช้มติโดยเกินความจำเป็น หากปรึกษาหารือไม่ได้ จำเป็นต้องใช้มติ แต่ฝ่ายรัฐบาลไม่เห็นด้วย กรรมาธิการคงไม่เเกิด ดีที่สุดควรพูดคุยผ่านวิป และผมไม่ขัดข้อง” นายโสภณ ชี้แจง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตัวแทนของวิปฝ่ายค้าน ได้ลุกหารือเพิ่มเติมเพื่อขอให้ทบทวนให้ญัตติตั้งกมธ.ติดตามการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เป็นเรื่องที่สภาฯต้องเร่งพิจารณา พร้อมกับถามหาหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการเลือกว่าญัตติใดเป็นเรื่องด่วนหรือไม่
ทั้งนี้ช่วงหนึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หารือว่า การยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความพ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามขั้นตอนแล้วรัฐบาลควรหยุดกู้เงิน เพราะหากชี้ว่าการออกพ.ร.ก.เงินกู้ไม่ชอบ กฎหมายนั้นจะใช้บังคับไม่ได้ แต่เมื่อรัฐบาลไม่หยุด และขณะนี้บริบทเปลี่ยนแปลงไปของให้กรรมการของสภาฯ ทบทวนการวินิจฉัย
ทำให้ นายโสภณ ชี้แจงว่า “กระบวนการของฝ่ายบริหาร ฐานะฝ่ายนิติบัญญัติก้าวล่วงไม่ได้ เมื่อฝ่ายบริหารดำเนินการไป หากผิดพลาด บกพร่อง ฝ่ายบริหารต้องรับว่ากระบวนการนั้นถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวรัฐบาลต้องถูกตรวจสอบแน่นอนไม่ว่าช่องทางใด เพื่อให้เกิดประโยชน์ ดังนั้น ขอให้วิปไปเจรจา ซึ่งมีวาระประชุมนัดพิเศษอยู่ ผมพร้อมจะปฏิบัติตาม”

