วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'ไอติม' ปลุกจับตาไม่ให้ กกต.เป่าคดีฮั้ว สว. เดือนหน้าจุดตัดสำคัญ

'ไอติม' ปลุกจับตาไม่ให้ กกต.เป่าคดีฮั้ว สว. เดือนหน้าจุดตัดสำคัญ

'พริษฐ์' ปลุกประชาชน จับตาไม่ให้ กกต.เป่าคดีฮั้ว สว. ชี้อีก 1 เดือนข้างหน้า จุดตัดสำคัญ กกต.ต้องตัดสินใจ ชี้พยานหลักฐานมัดตัวเพียบ

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึงการสอบสวนคดีฮั้ว สว.ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุหัวข้อว่า "จับตาไม่ให้ กกต. เป่าคดีโกง สว.!" ว่า หากในวันก่อน ข้อความ LINE ไม่กี่ข้อความ ยังหนักแน่นเพียงพอให้ กกต. มีมติส่งเรื่องไปที่ศาล และทำไมในวันนี้ โพยและเส้นทางการเงิน ก็ควรจะหนักแน่นเพียงพอให้ กกต. มีมติส่งเรื่องไปที่ศาลเช่นกัน?

นายพริษฐ์ ระบุว่า เช้าวันนี้ ที่บริเวณแถลงข่าวของอาคารรัฐสภา เราได้เห็น สว. 89 คน ปรากฏตัวกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแถลงข่าวประณามหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ได้ออกมาวิจารณ์ “ระบอบสีน้ำเงิน” เลยอยากใช้โอกาสนี้ในการชวนสังคมจับตาดูอีกกรณีหนึ่ง ที่เราได้เห็น สว. 130+ คน ปรากฏชื่อกันอย่างพร้อมเพรียงเช่นกัน นั่นคือใน “สำนวนของคณะไต่สวนชุดที่ 26” ของ กกต. และ DSI ที่มีมติเสนอให้ กกต. ส่งคำร้องไปที่ศาล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน (สว. 138 คน และเครือข่ายพรรคการเมือง 91 คน)

นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า 1 เดือนข้างหน้านี้ จะเป็นจุดตัดสำคัญของคดีโกง สว. เพราะ กกต. จะต้องตัดสินใจและลงมติ ว่าจะส่งคำร้องไปที่ศาล (ตามข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26) หรือ จะยกคำร้องและเป่าคดี จนเรื่องไปไม่ถึงศาล

แม้เราอาจไม่สามารถเห็นสำนวนเต็มๆและหลักฐานทั้งหมดที่ถูกรวบรวมโดยคณะไต่สวนชุดที่ 26 ได้ แต่จากเพียงข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ผมเห็นว่าหลักฐานในคดีดังกล่าวหนักแน่อนเพียงพอต่อการที่ กกต. ควรจะมีมติส่งเรื่องต่อไปที่ศาล

เราเห็นถึงบัตรการลงคะแนนเลือก สว.ที่มีการเลือกกลุ่มตัวเลขชุดเดียวกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นไปได้ยากมากที่จะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติและปราศจากการฮั้ว เรารับรู้จากผู้ร้อง ว่าสำนวนของคณะไต่สวน มีทั้งหลักฐานเรื่องการนัดรวมตัวกัน การพักอาศัยด้วยกัน การเดินทางไปที่สถานที่เลือกร่วมกัน รวมไปถึงหลักฐานเกี่ยวกับการว่าจ้างให้ลงคะแนนตามโพย และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองหลายราย

หากใครจะบอกว่าหลักฐานเหล่านี้หนักแน่นไม่พอ ผมอยากชวนทุกคนไปเทียบกับอีกคดีหนึ่ง (คดีหมายเลขแดง 53/2568) ในคดีดังกล่าว หลักฐานทั้งหมดที่ กกต. มี คือข้อความ LINE ไม่กี่ข้อความ ระหว่างคน 2 คน ที่มีการขอแลกคะแนน (ตามภาพจำลองที่ปรากฏ) แต่แม้จะมีหลักฐานเพียงไม่กี่ข้อความดังกล่าว แต่ กกต. ก็ตัดสินใจมีมติ ให้ส่งคำร้องดังกล่าวไปที่ศาล โดยในท้ายที่สุด (26 พ.ย. 68) ศาลฏีกาตัดสินว่ากรณีดังกล่าวถือว่าเป็นความผิด และมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้กระทำความผิดเป็นระยะเวลาถึง 10 ปี 

ดังนั้น ถ้าข้อความไม่กี่ข้อความใน LINE ในวันนั้น ยังเพียงพอให้ กกต. มีมติส่งเรื่องไปที่ศาล แล้วทำไมโพยและเส้นทางการเงิน ในวันนี้ ถึงจะไม่เพียงพอสำหรับ กกต. ในการส่งเรื่องไปที่ศาล?

"หากท้ายสุดแล้ว กกต. มีมติไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ประชาชนก็คงอดสงสัยไม่ได้ ว่าการตัดสินใจดังกล่าว เกี่ยวข้องหรือไม่ กับการที่ กกต. 4 จาก 7 คน ได้มาเป็น กกต. จากการถูกรับรอง โดย สว. ที่อยู่ในสำนวน?" นายพริษฐ์ ระบุ

ที่มา พริษฐ์ วัชรสินธุ - ไอติม - Parit Wacharasindhu