วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'89สว' ประณาม 'ณัฐพงษ์' ปลุกบั่น-บ่อนทำลาย จี้ขอโทษภายใน3วัน

'89สว' ประณาม 'ณัฐพงษ์' ปลุกบั่น-บ่อนทำลาย  จี้ขอโทษภายใน3วัน

"89สว." แถลงประณาม “เท้ง” ใส่ร้าย บ่อนทำลาย สว. จี้ขอโทษภายใน 3 วัน “พิสิษฐ์” บอกให้หยุดโจมตี สว. หากตั้งใจอยากให้ แก้รธน.ผ่าน

ที่รัฐสภา คณะสว. ประมาณ 89 คน  นำโดย นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.  ร่วมแถลงประณามนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎ กรณีที่โพสต์ข้อความที่มีลักษณะกล่าวหา ใส่ร้ายด้วยความเท็จกับ สว. ชุดปัจจุบันว่าเป็น สว.ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่าบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ กำหนดให้ สว. ต้องไม่ตกอยู่ภายใต้อาณัติใคร หรือสถาบันทางการเมืองใด  โดย สว. ไม่ได้อยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ไม่เคยใช้อำนาจอย่างฉ่อฉล บิดเบือน ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์หยุดการยุยงปลุกปั่น และบ่อนทำลายการทำหน้าที่ของ สว. รวมถึงต้องแถลงการณ์ขอโทษจากกรณีดังกล่าวภายใน 3 วัน หากไม่ทำพร้อมจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย เช่น ข้อหาหมิ่นประมาท ต่อไป

“ขอย้ำว่า สว.  มีที่มาตามรัฐธรรมนูญ  และปฏิบัติหน้ำที่ตามที่กฎหมายกำหนด ไม่มี สว. อยู่เหนือกฎหมาย อีกทั้งยังถูกตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดยองค์กรอิสระ ที่ผ่านมามีสว.บางคนถูกตรวจสอบและถูกถอดถอนจากตำแหน่ง ดังนั้นที่กล่าวหาว่าประชาชนตรวจสอบ ถอดถอนสว. ไม่ได้ จึงเป็นความเท็จ บิดเบือนความจริง ด้วยเจตนาที่ให้ร้าย สว. องค์กอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญ” นายพิสิษฐ์ แถลง

'89สว' ประณาม 'ณัฐพงษ์' ปลุกบั่น-บ่อนทำลาย  จี้ขอโทษภายใน3วัน

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่นายณัฐพงษ์ไม่ขอโทษตามกรอบเวลาจะมีผลต่อการโหวตแก้รัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน หรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว ทั้งนี้สว.พร้อมทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน อย่างไรก็ดีในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนนั้น ตนขอย้อนถามนายณัฐพงษ์ด้วยว่ามีเจตนาที่อยากให้แก้ไขได้จริงหรือไม่ เพราะตามเงื่อนไขของมาตรา 256 กำหนดชัดเจนว่าให้ต้องใช้เสียง สว. เห็นชอบด้วย 1 ใน 3 แต่ทุกครั้งที่ผ่านมาพบว่านายณัฐพงษ์โจมตีสว.มาโดยตลอด  ดังนั้น สว.จะเห็นอย่างไร ตนไม่ทราบ แต่การโจมตีแบบนั้นถูกต้องหรือไม่ หากอยากแก้ได้จริงต้องแถลง หรือไม่ควรใส่ร้ายป้ายสี สว.

เมื่อถามว่าถึงที่สุดที่กรณีของนายณัฐพงษ์ที่แถลงนั้น มีลต่อการตัดสินใจของสว. ต่อการร่วมมือหรือไม่ร่วมมือโหวตหรือไม่  นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า “ไม่มีประเด็นจะร่วมมือ เพราะสว เป็นฝ่ายนิติบัญญัติเหมือน สส. ดังนั้นอะไรที่ทำแล้วประชาชน ประเทศ ได้ระโยชน์ สว.ยินดี พร้อมทำทุกประการ”

เมื่อถามย้ำว่ากับผลประชามติ 21.6ล้านเสียง ที่เห็นชอบต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะรับฟังมากน้อยแค่ไหน นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ประเด็นประชามตินั้น ยังต้องทำอีก 2 ครั้ง ซึ่งครั้งที่2 ขึ้นอยู่กับกรอบของรัฐธรรมนูญ ที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) แก้ไข ดังนั้นจึงเป็นประเด็นที่จะอยู่ในขั้นตอนของวาระต่อไปดีกว่า โดยไม่อยากตอบตอนนี้

เมื่อถามว่าถึงการพิจารณาต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในรัฐสภา นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ที่ขณะนี้พบว่ามีฉบับของพรรคภูมิใจไทยยื่นเสนอนั้น ยังไม่ทราบว่าจะพิจารณาอย่างไร ขณะเดียวกันในส่วนที่พรรคภูมิใจไทย เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ซึ่งพบว่าได้ลดเสียง สว. ต่อการเห็นชอบรัฐธรรมนูญเหลือ 1 ใน 4 นั้น ส่วนตัวขอยืนยันในเงื่อนไขเดิม คือ คงเสียง สว. 1 ใน 3 นอกจากนั้นแล้วต้องไม่แก้ไขหมวด 1 หมวด 2 รวมถึงทุกมาตราที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์

เมื่อถามย้ำถึงความเป็นไปได้ต่อการโหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนที่ยื่นเนื้อหาของฉบับเดิมที่สว.เคยรับหลักการ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ร่างฉบับนั้นตกไปแล้ว หากเสนอกลับมาใหม่ต้องพิจารณาในชั้นวาระหนึ่งว่าจะรับหรือไม่ ส่วนที่จะอ้างอิงของเก่านั้นไม่สามารถทำได้ เพราะตกไปแล้ว ดังนั้นจะถามเผื่ออนาคตไม่ได้

เมื่อถามถึงคำอธิบายต่อสังคม กรณีที่สว. โหวตไปในแนวทางของพรรคภูมิใจไทย นายพิสิษฐ์ กล่าาวว่า การตัดสินโหวต มีแค่เห็นด้วย กับ ไม่เห็นด้วย การโหวตอย่างไรของกฎหมายหรือรัฐธรรนญ ไม่สามารถอ้างอิงได้ว่า สว. ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองใด อยู่ที่วิจารณญาณการตัดสินและประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ