วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เปิดปฏิบัติการล้างบาง‘บีอาร์เอ็น’ ‘กองทัพ’ถอนรากกลุ่ม‘ป่วนใต้’

เปิดปฏิบัติการล้างบาง‘บีอาร์เอ็น’ ‘กองทัพ’ถอนรากกลุ่ม‘ป่วนใต้’

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4สน.)เปิดแฟ้มประวัติ “อิสมาแอ มูซอ” แกนนำระดับปฏิบัติการของขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (บีอาร์เอ็น) ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีความมั่นคงและคดีอาญา 4 คดี

ปฏิบัติการ“ปิดเมือง”ตรวจค้นเกิดขึ้นภายหลังพบเบาะแส “อิสมาแอ มูซอ”เตรียมเคลื่อนไหวอาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยประชาชน ในพื้นที่ตลาดเก่า หลังโรงเรียน เทศบาล 5 ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 16.25 น. วันที่ 21 พ.ค. “หน่วยงานความมั่นคง” ใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง โดยประสานผู้นำชุมชนและฝ่ายปกครอง และภรรยา เกลี้ยกล่อม “อิสมาแอ มูซอ” ให้มอบตัวสำเร็จในเวลา 21.33 น.

พร้อมใช้เพจ กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจ้งเตือนประชาชนห้ามเข้าพื้นที่และอัปเดตเหตุการณ์ ขั้นตอนปฏิบัติงานตั้งแต่เริ่มจนเข้าสู่สภาวะปกติ ป้องกันการบิดเบือนข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง

สำหรับ “อิสมาแอ มูซอ” เป็นต้องหาตามหมายจับหมายที่ 57/2565 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 "ร่วมกันก่อการร้ายโดยใช้กำลังประทุษร้าย , ร่วมสะสมกำลังพล หรืออาวุธอาวุธเพื่อก่อการร้าย , เป็นอั้งยี่ , เป็นซ่องโจร , ร่วมทำ ประกอบ มีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนจะอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น , ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ , ร่วมกันย้ายวัตถุระเบิดจากที่แห่งหนึ่งไปยังที่อีกแห่งหนึ่งโดยไม่ได้รับหนังสืออนุญาตจากเจ้าพนักงาน"

 หมายที่ 182/2564 ลงวันที่ 23 เมษายน 2564 กรณีมีหลักฐานตามสมควรว่า “อิสมาแอ มูชอ” ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร สมาชิกอั้งยี่หรือพรรคพวกซ่องโจรอยู่ด้วยในขณะกระทำผิดหรืออยู่ด้วยในที่ประชุมแต่ไม่ได้คัดค้านในการตกลงให้กระทำความผิดนั้น

ปล้นทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนร่วมกันพยายามฆ่าเจ้าพนักงานโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น ร่วมกันทำ มี และใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ เคลื่อนย้ายวัตถุระเบิด มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนใปในบ้านเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณโดยไม่มีเหตุอันควร

หมายที่ จ.120/2561 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2561 ด้วย นายอิสมาแอ มูชอ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันสะสมกำลังพลหรืออาวุธย้ายวัตถุระเบิด เพื่อก่อการร้าย ทำ มี วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้โดยผิดกฎหมาย , อั้งยี่ , ซ่องโจร”

และหมายที่ จ.546/2561 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ด้วย นายอิสมาแอ มูซอ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันก่อการร้าย , ร่วมกันเป็นอั้งยี่ , ร่วมกันเป็นซ่องโจร , ร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย , ร่วมกันมีและใช้วัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้และเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย”

นอกจาก“อิสมาแอ มูซอ” ยังพบพฤติการณ์เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลอบวางเพลิงกล้องวงจรปิด ตำบลพร่อน จังหวัดยะลา แขวนป้ายข้อความเชิงสัญลักษณ์ บริเวณสะพาน บ้านสาคอ หมู่ที่ 4 ตำบลท่าสาป จังหวัดยะลา ปี 2556 ร่วมก่อเหตุวางระเบิด ติดตั้งในรถยนต์กระบะหน้าร้านราชาเฟอร์นิเจอร์ เขตเทศบาลเมืองยะลา จังหวัดยะลา ปี 2557 (1 ใน 8 จุดที่ก่อเหตุระเบิด)

ใน ปี 2557 เคยถูกจับกุมขณะขุดหลุมศพ “ซาการี ยะลาแป” (ผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับสูง บีอาร์เอ็น ป่วยเสียชีวิต ประเทศมาเลเซีย) ให้การปฏิเสธ ความเกี่ยวข้องผู้ก่อการร้าย ทุกกรณี ต่อมาได้รับการประกันตัว และหลบหนีประกัน และร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิด 45 จุด (62 ลูก) ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ปี2558

เริ่มได้เห็นการขยับของ“กองทัพ”เอาจริงในการกวาดล้างกลุ่มบีอาร์เอ็นที่วางเครือข่ายไว้แน่นหนาในพื้นที่ โดยส่งสัญญาณมาตั้งแต่กลางปี 2558 ภายหลัง พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.ตัดสินใจเปลี่ยนตัว แม่ทัพภาคที่4 ด้วยการโยก พล.ท.นรทิป โพยนอก รอง มทภ.2 มาคุมไฟใต้

ควบคู่ส่ง พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 1 มาเป็น ผบ.ฉก.นราธิวาส พร้อมใช้ “แผนปิดเมือง” ปิดล้อมตรวจค้นเมื่อเกิดเหตุร้าย “ผบ.ทบ.” หวังให้ไฟใต้จบลงภายในปี 2570 ตามยุทธศาสตร์กองทัพบกที่ได้วางไว้

เช่นเดียวเพจ กอ.รมน.ภาค4 สน. ตีแผ่ ระบบกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นออกมาเป็นระยะ โดยใช้ยุทธศาสตร์ สร้างความเกลียดชังรัฐไทย ผ่านหลายมิติ บิดเบือนประวัติศาสตร์ สร้างอัตลักษณ์แบ่งแยกเชิงชาติพันธุ์ ศาสนา โฆษณาชวนเชื่อ เพื่อปลูกฝังอัตลักษณ์มลายูมุสลิมสร้างความเป็นปฏิปักษ์กับรัฐไทย

ล่าสุด พล.อ.พนา ยังโยก พ.อ.ป้องรัฐ แย้มงามเรียบ ผู้นำกำลังเข้ายึดปราสาทตาควายจากทหารกัมพูชามาทำหน้าที่ “ผบ.ฉก.สันติสุข” พร้อมดึงกำลัง รบพิเศษจากลพบุรีมาปรับเปลี่ยนอีกจำนวนหนึ่ง

ขณะที่รัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” ปัดฝุ่น “คณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล”ขึ้นมาใหม่ ให้เข้าไปกำกับดูแลงานด้านความมั่นคงในชายแดนใต้ โดยมี “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ เป็น หัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล

เพราะเดิมที“สีหศักดิ์”เป็นรองนายกฯ กำกับดูแลศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่มีบทบาทสำคัญบูรณาการแก้ปัญหา จชต. รวมถึงการขอความร่วมมือกับมาเลเซีย ซึ่งมีขบวนการบีอาร์เอ็นเข้าไปพักพิง

นอกจากนี้ นายกฯอนุทินยัง“เปลี่ยนตัว” หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น “ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์” ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ หวังสแกนหัวโจกที่มีอำนาจคุมการปฏิบัติการใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่เป็นตัวจริง เสียงจริง มาพูดคุย

สถานการณ์ไฟใต้นับต่อจากนี้จะดุเดือดเลือดพล่าน เพียงแค่วันเดียว“หน่วยงานความมั่นคง” จับกุมแกนนำคนสำคัญ “อิสมาแอ มูซอ” ในช่วงพลบค่ำว( 22 พ.ค.) คนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธปืน ลอบยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณสถานีตำรวจภูธรสายบุรี (หลังใหม่) อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เสียชีวิต 1 นาย

ดังนั้นจึงต้องติดตาม นโยบายดับไฟใต้ฉบับของรัฐบาลและกองทัพ จะสามารถจัดการขบวนการ“บีอาร์เอ็น”ให้สิ้นสภาพได้หรือไม่ เพื่อกดดันแกนนำตัวจริงเข้าสู่กระบวนการพูดคุย โดยมี มาเลเซีย เป็นผู้อำนวยความสะดวก