วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'เท้ง' อัด 'โสภณ' อ้างญัตติ ปชน. ตั้งกมธ.วิสามัญติดตามใช้เงินกู้ฟังไม่ขึ้น

'เท้ง' อัด 'โสภณ' อ้างญัตติ ปชน. ตั้งกมธ.วิสามัญติดตามใช้เงินกู้ฟังไม่ขึ้น

"เท้ง" ซัด "โสภณ" อ้างญัตติ ปชน. ขอตั้งกมธ.วิสามัญติดตามใช้เงินกู้ฟังไม่ขึ้น กังขา ทำตัวเป็นกลางแล้วหรือไม่ ย้อน หากบอกการใช้เงินเป็นหน้าที่ของ ‘รัฐบาล’ ไม่เกี่ยวสภา งั้นงบประมาณรายจ่ายประจำปีก็ไม่ต้องเข้าสภาแล้วใช่หรือไม่

เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 23 พฤษภาคม ที่วัดอุดมรังสี เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่าต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ก่อนจึงจะบรรจุญัตติได้ พร้อมระบุว่าการที่พรรคประชาชนเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้เงิน ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ฝ่ายบริหารยังไม่ได้ใช้เงินนั้น ว่า แม้ว่าอำนาจการวินิจฉัยจะอยู่ที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนเดียวก็จริง แต่เรื่องนี้ตนและพรรคประชาชนมองว่าเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นรีบด่วน เนื่องจากตัว พ.ร.ก.มีผลบังคับใช้ไปแล้ว และคณะรัฐมนตรีก็เริ่มส่งโครงการต่างๆ เข้ามากลั่นกรองผ่านคณะกรรมการของพ.ร.ก.ชุดนี้แล้ว และต้องบอกว่าช่องทางการกลั่นกรองนี้เป็นช่องทางที่พิเศษ 

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เพราะปกติการใช้จ่ายงบประมาณต้องมีการเสนอผ่านสภาฯ เข้ามาเป็นขั้นตอน แต่เมื่อเป็น พ.ร.ก.เงินกู้นี้ออก จึงทำให้ขั้นตอนการใช้จ่ายงบประมาณอยู่ที่ฝ่ายบริหารเพียงฝ่ายเดียว ฉะนั้น จึงมองไม่เห็นเหตุผลที่จะไม่ให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญขึ้นมาเพื่อติดตามการใช้งบประมาณในส่วนนี้ เว้นแต่มีเหตุผลที่ไม่อยากให้สภาเข้าไปตรวจสอบ

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่เพราะเหมือนมีการใช้ประธานสภาฯ หรือเวทีสภามาขวาง และจะเดินเกมอย่างไรเพื่อให้ทันเกม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องบอกว่าประธานสภาฯ ไม่ว่าจะมาจากพรรคใด แต่เมื่อมาดำรงตำแหน่งประธานสภาฯ แล้วต้องธำรงตนเป็นกลางและวินิจฉัยตามข้อบังคับแบบตรงไปตรงมา ซึ่งสิ่งที่ประธานสภาฯ ออกมาให้ข้อคิดเห็นและวินิจฉัยไปแล้วว่าไม่ใช่เรื่องด่วนและให้เหตุผลว่าต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น ตนมองว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน เพราะระหว่างที่รอศาลรัฐธรรมนูญนั้น พ.ร.ก.มีการบังคับใช้แล้วรวมถึงรัฐบาลก็เริ่มกระบวนการใช้เงินไปแล้ว 

“ฉะนั้น การจะมาอ้างว่าไม่ใช่เรื่องด่วน และต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงจะนำญัตติเข้าได้ เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เรื่องนี้จึงอยากเรียกร้องให้ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด” นายณัฐพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ประธานสภาฯ บอกว่าใช้เงินเป็นของฝ่ายบริหารไม่เกี่ยวกับสภาฯ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากประธานสภาฯ ตอบเช่นนั้นจริงๆ ก็ต้องกลับไปถามว่าแล้วตกลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีก็ไม่ต้องนำเข้าสภาเลยใช่หรือไม่ อย่าลืมว่าหน้าที่ของสภาฯ คือการตรวจสอบงบประมาณทุกบาททุกสตางค์ 

เมื่อถามถึง กรณีที่จะมีการเตรียมเสนอญัตติเกี่ยวกับเรื่องแลนด์บริดจ์เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อะไรที่รัฐบาลผลักดันก็อาจจะได้รับไฟเขียว อะไรที่รัฐบาลไม่อยากให้มีการตรวจสอบก็อาจจะได้รับการชะลอหรือไม่เข้าสภา จึงเป็นเหตุผลที่ตนพยายามตั้งคำถามและตั้งข้อสังเกตว่าตกลงแล้วประธานสภาฯ ได้วางตัวเป็นกลาง วินิจฉัยญัตติหรือวาระต่างๆ ในสภาอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่