"กมธ.ชงเลิกMOU" แจงทูตอาเซียน+3 หวังให้เข้าใจเหตุต้องยกเลิก เพราะกัมพูชาละเมิดข้อตกลง ยก "บ้านหนองจาน-ช่องอานม้า" เป็นตัวอย่างปัญหากัมพูชาบุกรุกไทย
ที่รัฐสภา นายนพดล อินนา สว. ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์หลังเชิญเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยจาก 12 ประเทศ ได้แก่ เอกอัครราชทูตอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ ติมอร์-เลสเต และเวียดนาม รวมถึงผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี สถานเอกอัครราชทูตเนการาบรูไนดารุสชาลาม และสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ เข้ารับฟังบรรยายสรุปรายงานของกมธ. ที่เสนอให้รัฐบาลยกเลิกเอ็มโอยู ว่า ได้แสดงเหตุผลของการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 เพราะเป็นสนธิสัญญาที่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นายนพดล กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังมีประเด็นที่ประเทศกัมพูชาละเมิดพื้นที่ของไทย โดยใช้ประชาชนชาวกัมพูชาบุกรุกพื้นที่หลายร้อยครั้ง ซึ่งประเทศไทยมีหนังสือทักท้วงมาตลอด แต่กัมพูชาเพิกเฉย ตนขอยกตัวอย่างที่ชัดเจน 2 ประการ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่ประเทศไทยต้องเผชิญบริเวณพื้นที่แนวชายแดนมาอย่างยาวนาน คือ พื้นที่บ้านหนองจานในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นดินแดนของไทย แต่เมื่อปีพ.ศ. 2522 หลังสงครามในกัมพูชา ชาวกัมพูชาจำนวนมากหนีตายและหนีความอดอยาก ข้ามชายแดนเข้ามายังฝั่งไทย รัฐบาลไทยขณะนั้นร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ เช่น สำนักงาน ข้าหลวงใหญ่ผู้สี้ภัยแห่งสหประชาชาติ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ และสภากาชาดไทย ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการคุ้มครอง เช่น ค่ายหนองจาน ต่อมาค่ายแห่งนี้ได้ถูกปิด แต่ยังคงมีชาวกัมพูชาที่ยังไม่ยอมย้ายออกไป และยืดครองพื้นที่บ้านหนองจานมาจนถึงก่อนเหตุการณ์การปะทะกันเมื่อเดือนก.ค. 2568
นายนพดล กล่าวต่อว่านอกจากนั้นยังมีตัวอย่างที่ช่องอานม้าในจังหวัดอุบลราชธานี ประเทศไทยจึงได้ผ่อนปรนให้ชาวบ้านกัมพูชาเดินทางเข้ามาในพื้นที่ชั่วคราวเพื่อทำการค้าและขายสินค้าท้องถิ่น เมื่อเวลาผ่านไปกลับมีครัวเรือนประมาณ 200 ครัวเรือน เข้ามาตั้งถิ่นฐานอย่างถาวรภายในเขตแดนไทย
"เป็นเพียง 2 ตัวอย่างจากพื้นที่อย่างน้อย 15 แห่งที่เกิดสถานการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นบนผืนแผ่นดินไทยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้น ภายใต้การพิจารณาศึกษาของ กมธ.อย่างละเอียด รอบคอบ รอบด้านในทุกมิติ โดยยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ อีกทั้งการเสียสละของ พี่น้องทหารจะต้องไม่สูญเปล่า คณะกรรมาธิการวิสามัญจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู2544 ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่านานาชาติคงจะเข้าใจถึงความจำเป็นในการดำเนินการดังกล่าว" นายนพดล กล่าว
นายนพดล กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย - กัมพูชาตาม เอ็มโอยู 2543 มีความคืบหน้าน้อยมากแม้เวลาได้ผ่านไปแล้วเกือบ 26 ปี ทั้งนี้กัมพูชามีพฤติกรรมที่ละเมิดและไม่รักษาสัญญา รวมทั้งชอบยั่วยุเพื่อให้เกิดเหตุการณ์ที่ฝ่ายกัมพูชาสามารถนำไปใช้ประโยชน์และสร้างข่าวปลอม ดังนั้นการทำข้อตกลงใด ๆ กับกัมพูชาจึงต้องมีความรอบคอบและรัดกุมมากกว่าการทำข้อตกลงกับประเทศอื่นทั่วไป ซึ่งเอ็มโอยู 2543 เป็นข้อตกลงที่ยังไม่มีความรอบคอบและรัดกุมเพียงพอที่จะรับมือกับพฤติกรรมของกัมพูชาได้
"ปัจจัยสภาวะแวดล้อมทางการเมือง สังคม การขาดความจริงใจจากฝั่งกัมพูชา ที่ส่งผลกระทบทางลบและไม่เอื้ออำนวยต่อบรรยากาศในการเจรจา เห็นได้จาก ฝ่ายกัมพูชา มีเจตนาที่จะอ้างสิทธิ์พื้นที่ใหญ่เกินจากความเป็นจริง ขาดพื้นฐานทางกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เส้นไหล่ทวีปที่ไม่เคารพต่ออำนาจอธิปไตยและสิทธิอธิปไตยทางทะเลโดยรอบเกาะกูดของไทย" นายนพดล กล่าว

